10 เม.ย. 2020 เวลา 06:32 • ประวัติศาสตร์
“ครอบครัว Lykov” กลุ่มคนที่หันหลังให้ความศิวิไล และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในป่าลึก
ในปีค.ศ.1978 (พ.ศ.2521) ได้มีเฮลิคอปเตอร์ ได้บินสำรวจป่าในไซบีเรีย เพื่อหาจุดที่จะส่งนักสำรวจเข้าไปทำการสำรวจหาแร่เหล็ก
แต่พวกเขากลับพบกับร่องรอยของคน มีบ้านอยู่กลางป่าลึกและมีร่องรอยการอยู่อาศัย
กลุ่มนักสำรวจจึงเปลี่ยนความมุ่งหมายและลงไปสำรวจสิ่งที่พบ
สิ่งที่พวกเขาพบคือกระท่อมไม้หลังเล็กๆ สกปรกๆ และไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนอยู่ แต่ก็มีคนอาศัยอยู่จริงๆ
เมื่อทำการสำรวจ พวกเขาจึงพบคนที่อาศัยอยู่ นั่นคือครอบครัว “Lykov” ซึ่งเป็นชาวรัสเซียที่ยังคงยึดมั่นในพระเจ้า ปฏิเสธความเจริญ และด้วยความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้เขามาอาศัยอยู่ในป่าลึกตั้งแต่ปีค.ศ.1936 (พ.ศ.2479) เป็นเวลานานกว่า 40 ปี
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกอีกสี่คน โดยลูกอีกสองคนนั้นเพิ่งเกิดหลังจากที่ครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในป่า และยังไม่เคยเห็นมนุษย์คนอื่นนอกจากคนในครอบครัว และครอบครัวนี้ก็ไม่ทราบความเป็นไปของโลกภายนอก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2
ที่ผ่านมา ครอบครัว Lykov มีชีวิตอย่างยากลำบาก อดๆ อยากๆ และแม่ก็ได้ตายไปเนื่องจากยอมอดอาหารเพื่อให้ลูกๆ มีกิน
นักสำรวจได้พยายามโน้มน้าวให้สมาชิกที่เหลือออกจากป่า และไปอยู่ในเมือง แต่พวกเขาก็ปฏิเสธ เพียงแต่ขอรับของใช้ที่จำเป็นบางส่วนเอาไว้เท่านั้น
ภายหลัง “Agafia Lykov” หนึ่งในลูกของครอบครัว คือสมาชิกคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ และเธอยังคงอาศัยอยู่ในป่า และได้เป็นข่าวดังในปีค.ศ.2016 (พ.ศ.2559) เมื่อเธอยอมขึ้นเครื่องบิน ออกมาจากป่าเพื่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว แต่ภายหลังจากหายดีแล้ว เธอก็กลับเข้าไปอาศัยอยู่ในป่า โดยในขณะนั้นเธอมีอายุถึง 71 ปีแล้ว
นับเป็นกลุ่มคนที่หันหลังให้ความศิวิไลและใฝ่หาธรรมชาติอย่างแท้จริง
โฆษณา