11 เม.ย. 2020 เวลา 04:51 • ครอบครัว & เด็ก
Mind Literacy สมองสี่ด้าน
ถอดบทเรียนจากตอนใหม่ล่าสุด Whole Brain Family (Mind Literacy) : สมองสี่ด้าน จากห้องเรียนสำหรับครอบครัว #TalkAtTen ค่ำคืนที่ผ่านมา เนื้อหาสนุกๆที่พวกเราได้รับเกียรติจาก ดร.ภิญโญรัตนาพันธุ์ (Dip. Positive Psychology PCC, วศบ., MBA, PhD. OD.,) ปัจจุบันท่านเป็นอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำอยู่ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
1
เนื้อหาที่นำมาเรียนเป็นเรื่องของศาสตร์แห่งการค้นหาตนเอง ที่อาจมีหลายๆท่านเคยได้อ่านจากหนังสือศิษย์สี่ทัศน์ ของอาจารย์ วรภัทร์ ภู่เจริญ และได้รู้จักกับสัตว์สี่ทิศ ได้แก่ กระทิง หมี อินทรีย์และหนู ในบทเรียนทางด้านจิตวิทยากันมาบ้างแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่เคยก็ลองมาศึกษาไปพร้อมๆกันต่อจากนี้ได้เลยค่ะ
1
ก่อนเข้าสู่บทเรียน สมาชิกในห้องเรียนได้เตรียมตัวจากการตั้งคำถามกับลูกๆเพื่อนำคำตอบที่ได้มาใช้วิเคราะห์ว่า สมาชิกในครอบครัวของเรา ใครเป็นทิศไหน Type ไหนกันบ้าง ตัวเราเอง สามี ภรรยาและลูก ใครมีทิศใด ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ห้องเรียนออนไลน์ที่เราใช้แพลตฟอร์มง่ายๆผ่านแอพพลิเคชั่น Line ดูมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมา ทุกคนพิมพ์ตอบกันเข้ามาในกลุ่มกันอย่างคึกคัก เช่น ครอบครัวหนึ่ง มีคุณแม่เป็นกระทิง คุณพ่อเป็นหมี ลูกเป็นหนู หรือบางครอบครัว คุณแม่เป็นหมี คุณพ่อเป็นอินทรีย์ และมีลูกเป็นอินทรีย์เช่นกัน
อาจารย์ภิญโญ ได้กล่าวยกย่องความเป็น Type หมี ในตัวภรรยาของอาจารย์เองที่ปัจจุบันท่านเป็นทันตแพทย์ ว่ามีส่วนส่งเสริมต่อความสำเร็จของอาจารย์ภิญโญเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะทิศหมี คุณลักษณะพิเศษประจำทิศคือ เป็นคนมีหลักการ ทำอะไรมีแบบแผน เป็นขั้นเป็นตอน มีเหตุผลและมีการทำงานอย่างมีระบบ จึงมีส่วนช่วยสำคัญ ตั้งแต่การวางแผนเรื่องการศึกษาต่อของอาจารย์ภิญโญ ซึ่งตรงนี้เองถือเป็นคุณูปการกับวงการการศึกษาบ้านเรา ที่ทำให้เรามีครูบาอาจารย์ดีๆและมีภูมิรู้โดยแท้จริงอย่างอาจารย์ภิญโญ ประดับอยู่ในวงการนี้
นอกจากนี้ การเรียนรู้อุปนิสัยหรือบุคลิกลักษณะของคนในครอบครัวยังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้พ่อแม่รู้จักและเข้าใจลูกได้ง่ายขึ้น เพราะจากบทเรียนทำให้เราทราบถึงการพัฒนาตนเองของคนทั้งสี่แบบ ว่า แต่ละแบบจะมีวิธีในการพัฒนาตนเองที่แตกต่างกันออกไป เช่น
- กระทิง (ลุยก่อน) จะเป็นพวกที่คิดเร็วทำเร็ว กล้าที่จะ
- หมี จะเป็นพวกเจาะลึก ศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ y
- อินทรี (คิดนอกกรอบ) จะเป็นพวกที่ชอบการค้นคว้า
หาความรู้ด้วยตนเอง
- หมี จะเป็นพวกเจาะลึก ศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
(ระบบต้องมาก่อน) อัพเดทข้อมูลแบบเรียลไทม์
- หนู จะเป็นพวกที่ชอบเรียนรู้ตามเพื่อนฝูง ฟังความคิด
เห็นจากคนอื่นๆก่อนตัดสินใจ เพื่อนมาก่อน ชอบสร้าง
คอนเน็คชั่นกับผู้คน
เวิร์คช็อปนี้ สามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการศึกษาพฤติกรรมเพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ตลอดจนยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนต่างๆที่ต้องร่วมงานกัน ทำให้ทราบว่าคนแต่ละแบบ มีเงื่อนไขในการทำงานลักษณะใด และความสุขของคนแต่ละทิศนั้นอยู่ในรูปแบบใด เช่น
- คนทิศหนู ความสุขคือการออกไปพบเพื่อนฝูง
สังสรรค์เฮฮา
- คนทิศอินทรี ความสุขของเค้าคือ การนอนพักชิลๆอยู่ที่
บ้าน อยู่กับตัวเอง
- คนทิศหมี ความสุขของเค้าคือการทำงาน คือการ
วางแผนชีวิต การแก้ปัญหา
- คนทิศกระทิง ความสุขของเค้าคือ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
ความสำเร็จตามที่เค้าคาดคิด
เราได้วิเคราะห์ไอดอลของคนแต่ละทิศร่วมกันในห้องเรียน ซึ่งได้พบว่า ไอดอลของแต่ละคน ส่วนใหญ่จะมีการผสมผสานของแต่ละทิศไว้ในตัวเองอย่างลงตัว กล่าวคือ เป็นคนที่มีส่วนดีๆของแต่ละทิศอยู่ในตัวเอง ซึ่งแต่ละส่วนจะทำหน้าที่ได้ดีในแต่ละสถานการณ์ เรียกได้ว่า มีความสมดุลของสมองทั้งสี่ด้าน ที่ในห้องเรียนกล่าวถึงมีหลายท่านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธเจ้า, ในหลวงรัชกาลที่ 9, กรมสมเด็จพระเทพฯ, อาจารย์เฉลิมชัย Tony Robbins ฯลฯ
เห็นทีจะเล่าได้ไม่หมดในหนึ่งบทความเป็นแน่ และเชื่อว่า เรื่องเล่าไม่เท่าเรื่องจริง เอาเป็นว่า ในห้องเรียนสนุกมากจริงๆ ที่เวลาเรียนหนึ่งชั่วโมงที่กำหนดไว้ ถูกยืดออกไปกว่า 40 นาที เลยทีเดียว
ทิ้งท้ายไว้ด้วย ใจความที่สำคัญ ที่จะข้ามผ่านไปคงไม่ได้ อาจารย์พูดถึง ตัวเราซึ่งเป็นพ่อแม่และสมาชิกภายในครอบครัวทุกๆคน ว่าการที่เราจะเป็นไอดอลของลูกเราได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องพัฒนาตัวเราให้เป็นคนที่มีความสมดุลของสมองทั้ง 4 ด้าน อย่าติดกับดักในความเป็นตัวเอง พัฒนาตัวเราแล้วก้าวออกจากการยึดติดในตัวตนให้ได้ เรียนรู้และยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น เพราะความแตกต่างคือการเติมเต็มซึ่งกันและกันให้เกิดความสมบูรณ์
เทศกาลโควิดที่ยาวนานนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะได้ใช้เวลาในการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในบ้านของเรา Social Distancing อาจทำให้เราขยับออกมาห่างไกลจากสังคมอื่นๆ แต่สำหรับบ้าน ครูอยากให้เราขยับเข้าใกล้กันให้มากขึ้น ใช้เวลานี้สร้างความเข้าใจ ให้ความรักของคนในครอบครัวช่วยเติมเต็มกันและกันในทุกๆด้าน
Mind Literacy เป็นบทเรียนหนึ่งที่จะช่วยให้เราค้นพบตัวเอง สิ่งหนึ่งที่สำคัญ และต้องไม่ลืมว่าเราทุกคนจะต้องมี Purpose ในชีวิต และต้องทบทวนให้มั่นใจว่า เราหา Purpose ได้แล้วว่า ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป เราจะทิ้งอะไรไว้ให้เป็นของขวัญสำหรับโลกใบนี้
เมื่อทุกคนได้คำตอบ ว่าจะมอบอะไรเป็นของขวัญให้กับโลกใบนี้ เราจะมีเป้าหมายในการมีชีวิต และกำหนดได้ว่าในแต่ละวันเราจะเลือกทำอะไร ไม่ทำอะไร สิ่งใดสำคัญและไม่สำคัญ ไม่ต้องเสียเวลา และมุ่งมั่นในการไปยังจุดมุ่งหมายนั้น
ขอบคุณ อาจารย์ทุกๆท่านที่สละเวลามาร่วมสร้างห้องเรียนสำหรับครอบครัวให้กับพวกเราพ่อแม่ทุกๆวันค่ะ ครูจะพยายามสรุปเนื้อหามาให้ที่นี่นะคะ
ติดตามห้องเรียนถัดไปได้ที่นี่
และทาง Line Official Account
โฆษณา