มีบัญชีอยู่แล้ว?
👇👇วันนี้เอาเรื่องหุ้นมาฝากครับ👇👇
หากนับตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2020 ตลาดหุ้นไทยลงไปแตะ 969 จุด
ซึ่งเป็นการแตะจุดต่ำที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อ 9 ปีก่อน...
ผ่านไปเกือบ 1 เดือนเต็ม มาถึงตอนนี้พบว่าตลาดหุ้นบวกกลับมาอยู่ที่ประมาณ 1,200 จุด เพิ่มขึ้นมาประมาณ 24% ในขณะที่หุ้นหลายตัว ก็บวกกลับมาในระดับที่สูงมากๆ ยกตัวอย่างเช่น..
หุ้น PTT (ปตท.) ทำผลงาน +54%
หุ้น PTTGC (บริษัทลูกของ ปตท.) +62%
หุ้น THAI (การบินไทย) +55%
หุ้น DTAC (ดีแทค) +43%
หุ้น CPF (เจริญโภคภัณฑ์) +36%
รวมถึงหุ้นอีกจำนวนไม่น้อย ที่กลับมาทำราคาได้ดี ในช่วงที่ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้หลายคนมองว่า วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนี้ กำลังจะผ่านพ้นไป และตลาดหุ้นกำลังเดินไปในทิศทางที่ดีอีกครั้ง
แต่..!! ตลาดหุ้นกำลังจะเป็น "ขาขึ้นจริง" หรือ "ขึ้นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ" ก่อนจะลงต่ออีก ยังไม่มีใครให้คำตอบได้
เพราะอะไร!? เราลองย้อนกลับไปดูข้อมูล ในช่วงวิกฤติที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ครับ...
ในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อประมาณ 11 ปีก่อน
ตลาดหุ้นไทย ลดลงจากจุดสูงสุด 924 จุด ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2007
ไปสู่จุดต่ำสุดที่ 380 จุด ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2008
ตลาดหุ้นตกลงไปเกือบ 60% ภายในเวลาประมาณ 1 ปี
แต่ระหว่างทางที่ตลาดหุ้นตกลงไปนั้น ก็ไม่ได้เป็นขาลงไปตลอดซะทีเดียว ยังพอมีจังหวะที่ตลาดหุ้นกลับมาบวกได้ เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ และไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเดียว
ตัวอย่างเช่น
ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2007 - 2 มกราคม 2008 ตลาดหุ้นไทย +9%
ตั้งแต่ 24 มกราคม 2008 - 29 กุมภาพันธ์ 2008 ตลาดหุ้นไทย +16%
แน่นอนว่า ตลอดเส้นทางการตกลงของตลาดหุ้นเกือบ 60% นั้น ก็ยังมีจังหวะที่ตลาดทำรีบาวน์ขึ้นมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ
อาจจะขึ้นมาเพราะ กระแสข่าว ตามความคาดหวังของนักลงทุน หรือเม็ดเงินที่เข้ามาในตลาดหุ้นก็ตาม
ทีนี้ ถ้าเราย้อนกลับไปให้ไกลอีกหน่อย วิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี 1997
จากจุดสูงสุดของตลาดหุ้นไทยยุคนั้นที่ 1,789 จุด ในวันที่ 5 มกราคม 1994
ไปจนถึงจุดต่ำสุด 204 จุด ในวันที่ 4 กันยายน 1998 เป็นขาลงที่ยาวนานของตลาดหุ้นในช่วงเวลา 4 ปีกว่าๆ รอบนี้ตกลงไปเกือบ 90%
ถ้าเรามองย้อนกลับไปในภาพใหญ่ จะพบว่าในช่วงเวลานั้น ตลาดหุ้นอยู่ในขาลงมาโดยตลอด
แต่ในขาลงนั้น ก็มีจังหวะที่ตลาดหุ้นทำผลตอบแทนเป็นบวก จนดึงดูดให้หลายคนหันมา "เล่นหุ้น" กันอย่างมากมายในยุคนั้น เช่น..
ตั้งแต่ 5 เมษายน 1994 - 19 กันยายน 1994 ตลาดหุ้นไทย +30%
ตั้งแต่ 16 มีนาคม 1995 - 10 กรกฎาคม 1995 ตลาดหุ้นไทย +32%
ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 1995 - 7 กุมภาพันธ์ 1996 ตลาดหุ้นไทย +21%
แต่!! ถ้าคุณเผลอเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1996 ที่ประมาณ 1,400 จุด
ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะแม้ตลาดจะมีช่วงเวลาวิ่งขึ้นกลับมาให้ดีใจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็คือตลาดขาลงในภาวะวิกฤติ
สุดท้าย พอผ่านไปประมาณ 2 ปี เงินลงทุนของคุณจะเหลือเพียง 15% เท่านั้น
แล้วถ้าคุณยึดหลักว่า "ไม่ขายก็ไม่ขาดทุน" คุณจะต้องใช้เวลาถึงประมาณ 16 ปี ก่อนที่ตลาดหุ้นจะกลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้งในปี 2012
กลับมาในช่วงเวลาปัจจุบัน...
หากนับจากจุดต่ำสุดของเดือนก่อน ตลาดหุ้นบวกขึ้นมา 24%
แต่ถ้านับตั้งแต่ต้นปี ตอนที่เขียนบทความนี้ ตลาดหุ้นไทยก็ยังคงติดลบ 24% (ตัวเลขช่างบังเอิญจังเลย)
แน่นอนว่า หุ้นแต่ละตัวที่บวกขึ้นมา ก็ย่อมขึ้นมาด้วยปัจจัยที่ต่างกันออกไป
และหากเรานำไปเทียบกับตอนต้นปี ก็พบว่าแม้จะบวกกลับมาเยอะ แต่หลายตัวราคาก็ยังคงต่ำกว่าจุดที่เคยทำได้
(เป็นเหตุผลที่พอร์ตการลงทุนของใครหลายๆ คน ก็ยังคงติดลบตัวแดงอยู่)
คำถามสำคัญที่ว่า.. เราได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง!? ที่เราอยู่ตอนนี้ เป็นเพียงปากเหวลึก หรือจะเป็นทางขึ้นไปสู่ภูเขาลูกใหม่
คำถามนี้ คงจะเป็นคำถามที่สามารถวิเคราะห์คำตอบได้ในหลายมุมมอง
เมื่อคนคิดไม่เหมือนกัน คนหนึ่งคิดว่าไม่ไหว คนหนึ่งคิดว่าไปต่อได้ จึงทำให้เกิดการซื้อ-ขาย เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น
แล้วสำหรับคุณเองล่ะครับ คิดว่าตลาดหุ้นรอบนี้ ผ่านจุดต่ำที่สุดไปแล้วหรือยัง!?
ที่มาจากเพจ fb:Billion Mindset - แนวคิดพันล้าน
.
ขอบคุณข้อมูลนะคะ
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    แตกตื่นกันทั้งงานสารทจีน‼️ พระกำลังทำพิธี จู่ ๆ สาวคนนี้ก็เดินเข้ามา.. กลายเป็นเรื่องราวไวรัลของวันนี้เลยค่ะ ตามความเชื่อของคนที่มีเชื้อสายจีน วันนี้เป็น “วันสาทรจีน‼️” ซึ่งเป็นวันที่ตำนานเล่าว่าประตูนรกจะเปิด
    “เพศ” ถูกยึดโยงไปถึงบทบาทและหน้าที่ของบุคคลในสังคมมาอย่างยาวนานในหลากหลายมิติ แม้กระทั่งในโลกของการทำงาน ในอดีตที่ผ่านมา “เพศ” มีผลต่อ ผลตอบแทน ความก้าวหน้า และสวัสดิการ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ โลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยอิทธิพลของผู้นำหญิงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นเพราะกระแสการเรียกร้องเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น แต่ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้นำหญิงสามารถนำทีมและองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เท่ากับหรือดีกว่าผู้นำชาย มิหนำซ้ำแนวโน้มประชากรและสภาพสังคมในอนาคตยังเอื้อให้ผู้หญิงได้มีโอกาสเป็นผู้เลือกและมีอิสระในการใช้ชีวิตรวมถึงการทำงานมากขึ้น
    อ้าว‼️ไหงงั้น ลูกชายของ Nancy Pelosi ที่เดินทางไปไต้หวันกับเธอ ดันมีหุ้นอยู่ในบริษัทเทคฯ จีน 🇨🇳 เฉยเลย
    • ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน ฉบับรวบรัด • เนื้อหาในบทความนี้ จะนำเสนอในรูปแบบของไทม์ไลน์เวลา ดังนั้นในบางเหตุการณ์ที่มีความละเอียดซับซ้อน อาจจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในไทม์ไลน์นี้
    ดูทั้งหมด