18 เม.ย. 2020 เวลา 02:00 • กีฬา
[ #มิตรภาพในรอยแค้น ]
ตลอดชีวิตการค้าแข้ง ปาทริค วิเอร่า ยอมรับว่านักเตะที่ทำให้รู้สึกครั่นคร้ามหวาดหวั่นมากสุดคือ วินนี่ โจนส์
ตอน วิเอร่า ย้ายมาเล่นอาร์เซน่อลในปี 1996 โจนส์ กลับมาอยู่วิมเบิลดันอีกครั้งแล้ว แม้จะอายุมากขึ้นแต่ประสบการณ์เพียบ ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างดี
ที่สำคัญความโหด ดิบ เถื่อนตามเสียงร่ำลือนั้น ไม่ได้ลดดีกรีลงเลย ยังคงเล่นด้วยสไตล์ดุดัน เด็ดขาด สกัดหนักหน่วงไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น
วิเอร่า บอกว่าแววตาอันแกร่งและแดงก่ำของ โจนส์ สามารถขู่เขาได้อย่างง่ายๆ และคิดว่าไม่ควรไปยุ่งด้วยเด็ดขาด
อีกอย่างการที่ โจนส์ พูดน้อยมาก แทบไม่ปริปากเอ่ยอะไรเลย ยิ่งเพิ่มความสยองมากเข้าไปอีก เลี่ยงการเข้าปะทะได้ วิเอร่า พร้อมจะทำเสมอ ทั้งที่นั่นไม่ใช่นิสัยเลย
ส่วน รอย คีน ซึ่งเป็นอริส่วนตัวและระดับสโมสรในช่วงปลายทศวรรษ 90 ต่อเนื่องมายังต้นสหัสวรรษใหม่ คือนักเตะที่ให้เขารู้สึกถึงความมีชีวิตชีวามากสุด
สองคนนี้จัดอยู่ในกระบวนตำนานแห่งความฮาร์ดแมนของพรีเมียร์ลีก และการเผชิญหน้ากันก็สามารถสะกดสายตาแฟนบอลทั่วโลกได้เสมอ ไม่ใช่แค่กองเชียร์อาร์เซน่อลกับแมนฯยูไนเต็ดเท่านั้น
วิเอร่า เล่าว่า คีน เป็นนักเตะที่ชอบใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ความห้าวหาญและสีหน้าถมึงทึง รวมทั้งการเข้าบอลที่เกรี้ยวกราด ส่งผลให้ไม่มีนักเตะคนไหนอยากไปตอแย
แต่ วิเอร่า เชื่อว่านั่นคือความท้าทายที่อยากจะเข้าปะทะด้วย เขาจึงไม่เคยเกรงกลัวที่ต้องดวลกับกัปตันทีมปีศาจแดง
ไม่กลัวก็จริง ทว่าเคารพยกย่อง โดยไม่สนใจประเด็นความเป็นศัตรูกัน
ย้อนไปยังเกมพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเมื่อกันยายน 2003 อาร์เซน่อลบุกมาเยือน ท่ามกลางความเชื่อว่าเกมนี้จะดุเดือดดราม่าแน่ๆ
2
ทั้งสองทีมแลกหมัดกันสนุก ชิงไหวชิงพริบกันสุดชีวิต งวดเข้าสิบนาทีสุดท้ายยังทำประตูกันไม่ได้
กระทั่ง วิเอร่า ขึ้นโหม่งแย่งบอลกับ รุด ฟาน นิสเตลรอย แล้วจังหวะลงพื้นมีปะทะกันเล็กน้อย ก่อนตัวเขาจะหงายปุ่มสตั๊ดเหมือนถีบใส่
รุด เห็นเข้ากระโดดเหยงแล้วฟ้องผู้ตัดสิน ทำให้ วิเอร่า โดนใบเหลืองที่สอง ได้เข้าไปห้องแต่งตัวอาบน้ำก่อนใครเพื่อน
ท้ายเกมแมนฯยูไนเต็ดมาได้จุดโทษ ดีกรีดราม่าเพิ่มขึ้นอีกเมื่อ รุด ยิงไปชนคานโครมใหญ่ อีกไม่กี่นาทีผู้ตัดสินเป่าจบเกม มาร์ติน คีโอว์น , โลเรน เอตาเม่ และ เรย์ พาร์เลอร์ ปรี่มาเยาะเย้ย รวมทั้งผลัก รุด จนเกิดเหตุวุ่นวาย
วิเอร่า เปิดใจไว้ในภายหลังว่า รังเกียจพฤติกรรมของ รุด มากที่สุด เป็นนักเตะประเภทขี้โกงและขี้ขลาด ไม่มีความจริงใจเลย ชอบที่จะเล่นนอกเกม
รุด มักจะบ่นเสมอเวลาอยู่ในสนาม อีกทั้งชอบพูดมากฟ้องผู้ตัดสินหยุมหยิมน่ารำคาญ
แต่อีกเรื่องที่หลายคนแทบไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็คือ ตอนที่ วิเอร่า โดนใบแดงและกำลังจะเดินออกจากสนาม คีน เข้ามาปลอบใจด้วยประโยคที่ว่า "เชื่อฉันเถอะ ปล่อยมันไปซะ ไม่คุ้มที่นายจะไปเสี่ยงหรอก"
ถ้าเป็นคนอื่นพูด วิเอร่า อาจคิดว่ามันเป็นการเสแสร้งแกล้งปลอบไปอย่างนั้น แต่นี่คือ คีน ซึ่งพอจะรู้จักนิสัยใจคอกันอยู่
2
แม้ไฟแห่งความแค้นที่มีต่อ รุด ยังคุกรุ่น แต่เมื่อนึกถึงปฎิกิริยาของ คีน มันทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อยเลย
1 กุมภาพันธ์ 2005 ในช่วงที่เชลซีเบียดแทรกขึ้นมาท้าทายบัลลังก์ แต่ดีกรีความเป็นศัตรูของอาร์เซน่อลกับแมนฯยูไนเต็ด ไม่ได้ลดความเข้มข้นลงเลย
ก่อนเกมลีกที่ไฮบิวรี่จะเปิดฉากขึ้น ผู้เล่นทั้ง 2 ทีมยืนเรียงแถวรอลงสนามอยู่ตรงทางเดินในอุโมงค์
วิเอร่า ไม่พอใจ แกรี่ เนวิลล์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยความรู้สึกว่าแบ็กขวาปีศาจแดงมักจะเล่นหนัก ทำตัวเป็นพวกฮาร์ดแมนเสมอ เมื่อต้องดวลกับปืนโต
ก่อนหน้านี้ก็เคยอัด โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส จนอ่วมมาแล้ว ดังนั้นพอสบโอกาสจึงต้องสั่งสอนหน่อย
เขาเดินเข้ามาหาเนวิลล์ผู้พี่ ก่อนจะบอกว่า "ฉันมองดูแกมาตลอด ถ้าแกยังทำฟาวล์พวกฉันอีก จะโดนจัดการแน่นอน"
แกรี่ ฉลาดที่ไม่พูดจาตอบโต้อะไรสักคำเดียว แต่คนที่เดินมาหา วิเอร่า กลับเป็น คีน ที่ขึงขังไม่พอใจ
"ถ้าแกมีปัญหาอะไรมาคุยกับฉันดีกว่าเว้ย แกรี่ ไม่เกี่ยว เดี๋ยวไปเจอกันในสนาม"
ก่อนที่เรื่องจะลุกลามบานปลาย เกรแฮม โพลล์ ผู้ตัดสินในเกมต้องเข้ามาเตือน ระงับอารมณ์กัปตันทีมทั้งสองคน
อย่างไรก็ตาม วิเอร่า ไม่ได้กล่าวโทษ คีน แม้แต่น้อย พร้อมทั้งยืนยันว่านี่คือการทำหน้าที่ของกัปตันทีม จำเป็นต้องปกป้องเพื่อนๆเสมอหากโดนอีกฝ่ายคุกคาม
เพราะถ้าเป็นเขาก็ต้องทำอย่างนั้นอยู่แล้วเหมือนกัน
แต่กลับไม่ชอบขี้หน้า แกรี่ เนวิลล์ มากกว่า วิเอร่า จัดโหมดให้อยู่ในเลเวลเดียวกับ รุด ฟาน นิสเตลรอย สองคนนี้เกลียดมากๆ ไม่อยากจะสนทนาด้วยเลย
ขณะเดียวกัน คีน เองยังเคยเอ่ยปากวิจารณ์ วิเอร่า ในแง่ลบอีกด้วย หลังจากที่รีไทร์แยกย้ายกันเรียบร้อยแล้ว
คีน เชื่อว่าสาเหตุที่ วิเอร่า เคยไม่ได้ย้ายไปเรอัล มาดริดตามที่เคยมีข่าวลือมากมาย ช่วงที่ฟอร์มกำลังพีกสุดขีดนั้น ไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องเงินค่าตัวอะไรหรอก
แต่เพราะมาดริดไม่เคยต้องการ วิเอร่า จริงจังต่างหาก นั่นล่ะคือเบื้องลึกสำคัญสุดแล้ว
นอกจากนี้ยังตำหนิ วิเอร่า ด้วยว่าในเมื่อเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส ถือสัญชาติประเทศนี้มานานตั้งแต่ย้ายมาตอนยังเด็ก แล้วทำไมต้องไปบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลช่วยเหลือเซเนกัลด้วย
วิเอร่า เกิดที่เซเนกัลและหากรักที่นั่นจริงๆ ก็ควรเลือกรับใช้ทีมชาติเลย เพราะมีแข้งหลายคนที่เกิดในฝรั่งเศสแล้วทำอย่างนี้ ไม่เห็นต้องพยายามเบี่ยงเบนเลย
เคสนี้ คีน ต้องการจะชี้ให้เห็นถึงประเด็นว่า วิเอร่า เห็นแก่ตัวเองมากกว่าประเทศ เพราะการได้เล่นให้ทัพตราไก่ มีโอกาสที่ประสบความสำเร็จมากกว่า รวมทั้งเพิ่มโปรไฟล์ที่หรูหราขึ้นได้อีก
1
แต่น่าแปลกในหนังสืออัตชีวประวัติส่วนตัว วิเอร่า ไม่ได้ตอบโต้หรือสวนคืน คีน เลยสักนิดเดียวที่เป็นฝ่ายโดนตำหนิในลักษณะเช่นนี้
แม้ลึกๆแล้วยอมรับว่าจะรู้สึกผิดหวังอยู่ก็ตาม อย่างน้อยมันสะท้อนถึงความให้เกียรติกัน
1
นอกจาก คีน แล้ว พอล สโคลส์ คือนักเตะแมนฯยูไนเต็ดที่ วิเอร่า ประทับใจอยากจะสมานมิตรภาพด้วยมากสุด
เพราะนิสัยพูดน้อย ทำงานหนัก ดูแมนๆจริงใจไม่อ้อมค้อมมีเหลี่ยมเล่ห์ จึงทำให้น่าคบหา
ในเกมชิงเอฟเอคัพเมื่อปี 2005 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของ วิเอร่า ในสีเสื้ออาร์เซน่อล เขาเศร้าแทน สโคลส์ ซึ่งยิงจุดโทษพลาด ส่งผลให้ปืนโตครองพลิกครองแชมป์ ทั้งที่รูปเกมใน 120 นาทีเป็นรองสุดกู่
"ถ้าเป็นคนอื่นยิงพลาด ผมจะไม่รู้สึกแย่อย่างนี้หรอก"
ขณะเดียวกันแม้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มักจะเปิดศึกน้ำลายกับ อาร์แซน เวนเกอร์ อยู่เสมอ บางครั้งรุนแรงเลยเถิด กระนั้น วิเอร่า ก็ยังชื่นชมแนวทางการทำทีมของ เฟอร์กี้ เสมอ
การปฏิบัติต่อผู้เล่นตัวเองอย่างดี ทำให้ วิเอร่า เคารพกุนซือของทีมอริและกล้าพูดอย่างไม่กระอักกระอ่วน
เขายังยอมรับว่าตื่นเต้นไม่น้อยที่เคยได้รับข้อเสนอจากแมนฯยูไนเต็ด มันเป็นการยืนยันว่า เฟอร์กี้ ก็ปลาบปลื้มในฝีเท้าและคุณสมบัติอื่นของเขาเช่นกัน
ตอนนั้นมันทำให้ วิเอร่า ว้าวุ่นใจบ้าง ช่วงนั้นปีศาจแดงเองมีนักเตะฝรั่งเศสหลายคนด้วย อย่างไรก็ตามการเลือกปฏิเสธไปนั้น คือทางออกที่ดีสุดแล้ว
วิเอร่า ไม่อยากเป็นทรยศในสายตากูนเนอร์สทั้งหลายที่ยกย่องให้เขาเป็นแข้งขวัญใจคนหนึ่ง
แต่ก็หวังว่าการบอกปัดไปครั้งนั้น จะไม่ทำให้ เฟอร์กี้ รู้สึกโกรธเขาหรือผิดหวังมากเกินไป
เราคงไม่อาจนึกภาพ วิเอร่า อยู่ในยูนิฟอร์มของแมนฯยูไนเต็ดได้หรอกในชาตินี้
แต่อย่างน้อยตัวเขาเอง ยังเคยคิดแม้จะเป็นความรู้สึกชั่ววูบก็ตาม
1
สตอรี่ของแมนฯยูไนเต็ดกับ วิเอร่า หากจะบอกว่านี่คือศัตรูที่รักคงไม่เกินเลยสักนิดเดียว
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
โฆษณา