18 เม.ย. 2020 เวลา 06:43 • กีฬา
ไมก์ ไทสัน นักชกผู้แพ้น็อกให้แก่ตนเอง
ตอนผมเด็กๆจะมีเกมส์นึงที่จะต้องเล่นกันแน่นอนนั่นคือ Street fighter และต้องเล่นกับเพื่อนด้วย เพราะเวลาเล่นคนเดียวแล้วมันไม่สนุก(ฮา) มีตัวละครในเกมส์ตัวนึง ที่ผมแพ้ทางเป็นนักมวย อยู่ที่ลาสเวกัส สุดยอดแห่งหมัดหนัก
พอเจอคอมโบที่ไร เป็นได้น็อก k.o. ทุกทีสิน่า ถึงชื่อในเกมส์จะไม่เหมือนชื่อจริง เพราะกลัวเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ก็รู้ว่าจะสื่อถึงใคร ใช่แล้วครับวันนี้เราจะมาพูดถึง ไมก์ ไทสัน
ไมก์ ไทสัน ชื่อนี้ใครเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ต้องรู้จักแน่แน่แต่จริงๆแล้วชื่อของเค้าคือ ไมเคิล จีราร์ด ไทสัน แต่คนไทยนิยมเรียกเขาว่าไอ้มฤตยูดำหรือไอ้หัวบาก ตามลักษณะการแต่งตัวที่ชอบใส่กางเกงสีดำ และมีรอยบากบนศรีษะ
ไมก์ ไทสัน เกิดวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ.1966 เค้าเกิดในแหล่งเสื่อมโทรม ในบรุคลิน ไทสันสมัยเด็กๆเค้าเป็นเด็กเกเรอย่างมาก มีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นเป็นประจำและก่ออัชญากรรมไปทั่ว เนื่องจากชีวิตเขาต้องดิ้นรน จนกระทั่งฟ้าเป็นใจให้เค้ามาพบกับเทนเนอร์ผู้เห็นแววในตัวเขา
ดัส ดี อมโต ชาวอิตาเลียนฝึกสอนมวยสากลที่แท้จริงให้ไทสัน ทำให้ไทยสันเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นและเขาก็นับถือ ดี อมโต เหมือนพ่อคนนึงที่เดียว
เมื่อโตขึ้นเขาเริ่มฉายแววเก่งเมื่ออายุ 20 ปี 4 เดือน เค้ามีสถิติชกชนะรวด 26 ครั้งและชนะน็อกถึง 24 ครั้ง และก้าวขึ้นคาดเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทของสมาคมมวยโลก WBC หลังจากเอาชนะ เทรเวอร์ เบอร์มิค ที่ลาสเวกัส รัฐเนทตา แบบแทบไม่เชื่อสายตาและเขาเป็นนักชกอายุน้อยที่สุดที่ได้คาดเข็มขัดนี้
ไทสัน กับเข็มขัด สามสถาบัน👑
หลังจากนั้นก็เหมือนละลอกคลื่นที่กระเพื่อมทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกับ ไมก์ ไทสัน นักมวยผู้ป่าเถื่อน รุนแรง กักขฬะ กับโปรโมเตอร์คู่ใจยังดอนคิง ตอนนั้นบอกได้เลยว่าเค้าเป็นนักมวยเบอร์หนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ไม่มีใครไม่รู้จัก ไมก์ ไทสัน และเขาได้ชกป้องกันตำแหน่งอีกหลายครั้งและทุกครั้งคนก็เต็มเวที แต่ไม่มีใครอยากลุกไปทำธุระอะไรเพราะหากคุณลุกไปทำธุระแล้วกลับมาคู่ชกอาจจะโดนน็อกไปแล้วก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นคนที่ทำสถิติการน็อกคู่ต่อสู้ได้เร็วมากๆ
ช่วงนี้เป็นช่วงกอบโกยของไทสันเลยทีเดียว เพราะต่อมาเขาก็ได้คาดเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวทถึงสามเส้น สามสถาบันคนแรกของโลก แต่แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อการป้องกันตำแหน่งที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นกับ เจมส์ บัสเตอร์ ดันลาส นักมวยที่ไม่มีใครรู้จัก เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 เขากลับแพ้น็อกในยกที่ 10 สร้างความตะลึงไปทั้งสนามมวย
หลังจากนั้นชีวิตเขาก็ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ เดสิรี วอชิงตัน (desiree Washington) นางงามผิวสีของสหรัฐอเมริกา กล่าวหาว่าเขาข่มขืนเธอ ไทสัน ถูกศาลจำคุกถึง6ปีแต่เค้าติดคุกจริงๆแค่3ปีหลังออกมาจากคุกเขาก็หันมานับถือศาสนาอิสลาม เขาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น มาลิด อับดุล ลาซีซ หรือ ไทสัน อาลี โดยเขาอ้างว่า ศาสนาอิสลามทำให้จิตใจเขาบริสุทธิ์ขึ้น
หลังจากออกจากคุกเขาก็หวนคืนวงการมวยอีกครั้ง เค้าขึ้นชกอุ่นเครื่องอีกไม่กี่ครั้งก็คว้าแชมป์ WBC และ WBAได้สำเร็จแบบไม่ยากเย็นนักและชีวิตเขาก็ต้องเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อมาเจอกับคู่ปรับอย่าง อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ อดีตแชมป์โลกสามสถาบัน ผู้ล้ม เจมส์ บัสเตอร์ ดัลลาส คู่ปรับเก่าของไทสัน ลงไปได้ก่อน
ไทสันกัดหู โฮลีฟิลด์ ในยกสาม ภาพ:ไทยรัฐ
ในการชกครั้งนี้ทำเอาไทสันหงุดหงิดเอาเรื่องเพราะเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย แถมถูกน็อกในยกที่ 11 อีกต่างหาก
จากนั้นทั้งคู่ก็มีโอกาสชกนัดล้างตาอีกครั้งหนึ่งในครั้งนั้นเขาตั้งใจจะล้างแค้นเต็มที่ แต่เหตุการณ์ยังคงเหมือนเดิม ไทสันพยายามออกหมัดแต่ก็ไม่โดน โฮลีฟิลด์ จังๆสักที ด้วยความโกรธและโมโห ทวีความรุนแรงในใจเขา เมื่อมีโอกาสคลุกวงใน เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิด ไทสันกัดเข้าที่หูของ โฮลีฟินด์ ในยกที่3 จนเลือดออก ทำให้ต้องยุติการชกและถูกตัดสินให้แพ้ฟาลว์ ถูกปรับเป็นเงินถึง 3ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยึดไปอนุญาตชกมวย ทั้งๆที่ค่าตัวตอนนั้นของเขาสูงถึง 30ล้านดอลล่าร์สหนัฐเลยทีเดียว
ในปี ค.ศ.1999 ไมก์ ไทสัน ถูกจับเข้าคุกอีกครั้งในข้อหาทำร้ายร่างกายเพราะมีเรื่องชกต่อยกับวัยรุ่นสองคน หลังเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนเค้าติดคุกอยู่นานถึง9เดือน
เมื่อออกหกมาเขาก็หันเข้าวงการมวยอีกครั้งเพราะมันเป็นหนทางเดียวของเขาในตอนนั้น เขาขึ้นชกกับ เลนน็อกซ์ ลูอีส แชมป์โลกชาวอังกฤษ สุดท้ายเขาก็แพ้น็อกในยกที่8 ในปี2002
เนื่องจากเขาเป็นคนใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยเขาใช้เงินซื้อรถสปอร์ตบ้านหลังโตๆหรือแม้แต่เสือเบงกอลไว้เลี้ยงเล่น สำหรับเขาไม่มีอะไรที่เขาอยากได้แล้วจะไม่ได้ เงิน 400ล้านดอลลาร์สหรัฐหมดในเวลาไม่นาน ที่แย่กว่าเงินหมดก็คือเขาถูกฟ้องล้มละลายเนื่องจากไม่มีปัญญาจ่ายภาษีถึง 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และชีวิตต้องตกต่ำลงไปอีกเมื่อเขาถูกตำรวจจับในข้อหามียาเสพติดประเภทโคเคนไว้ในครอบครองในปี 2004
ชีวิตนักเขาเองก็ไม่ราบรื่นนัก เขาแต่งงานมาแล้วถึงสามครั้งในปีค.ศ. 1988 กับ โรบิน กิฟเวอร์ และหย่าขาดกันในปีต่อมา แต่งอีกครั้งกับ โมนิกา เทอร์เนอร์ (1997) ,ลาดิชา สไปเซอร์(2009)
สิ่งที่เตือนสติเค้าได้คือคำพูดของภรรยาในยามที่เขาตกอับถึงขั้นต้องขโมยอาหารกระป๋องในซุปเปอร์มาร์เก็ตว่า “เอาไปเก็บอย่าให้ฉันต้องอับอายไปมากกว่านี้เลย” มันยิ่งกว่าหมัดฮุกเข้าที่หน้าเขาอย่างจัง มันเปลี่ยนเขาให้อยากเป็นคนที่ดีกว่าปัจจุบัน
เขาเริ่มเข้าสูงการบันเทิงโดยได้รับการทาบทามจากบริษัทวอเนอร์บาร์เทอร์ ด้วยบุคลิกอันโดดเด่นยิ่งกว่าใคร ทำให้เขาได้รับแสดงเป็นดาราสมทบในหลายหลายเรื่องเช่นแฮงค์โอเวอร์ ยิปมัน ,สกู๊ปปิดู ฯลฯ เค้าเปลี่ยนเป็นคนใหม่และยอมรับว่าตัวเองอ่อนหัดในเรื่องการแสดง เพราะบนเวทีมวยจะดีจะเลวก็ขึ้นอยู่กับเขาแต่เพียงผู้เดียว แต่การแสดงไม่ใช่แบบนั้นเพราะหากคุณเสียก็จะเสียทั้งกลุ่ม
ในที่สุดเขาก็ชำระหนี้จนหมดในวัย 53 ปีเค้ามีเงินถึง 3ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาแบบถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อรัฐแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้จำหน่ายกัญชาอย่างถูกกฎหมายสำหรับคนที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปแต่ในปริมาณที่จำกัด และเขามีแบรนด์ของตัวเองคือ Tyson Ranch
ไทสันกับไร่กัญชาของเขา ภาพจาก Tyson Ranch
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
โฆษณา