19 เม.ย. 2020 เวลา 09:29 • การศึกษา
#ว่าด้วยเรื่องของ Netflix กับตัวเลข #ว่าด้วยเรื่องวันหยุดยาว #ว่าด้วยเรื่องNetflix #worlddogsandtarot #miracleofnumbers
หยุดอยู่บ้านกันยาวๆ แบบนี้ เชื่อว่าใครหลายคนคงใช้บริการของ Netflix คลายเหงากันไม่มากก็น้อย เพราะจะเห็นโพสของน้องหลายคนที่ขอคำแนะนำว่าควรจะดูหนัง ดูซีรียส์เรื่องไหนใน Netflix ดี บ่อยมาก..แล้วก็จะมีคอมเมนท์แนะนำกันหลายหลายเลยทีเดียว
วันนี้บังเอิญว่าไปเจอคนโพสกระทู้ถามว่า ทำไมใน Netflix ถึงมีซีรียส์เกาหลีเยอะมาก..เออ..เป็นคำถามที่เราก็แอบสงสัยมานานแล้ว แถมยังสงสัยว่า Netflix Original มันคืออะไร คือสร้างหนังเองเลยเหรอ หรือยังไง เลยได้ใช้เวลาในการอ่านที่มาที่ไปของ Netflix เอาแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะ ด้วยการถอดค่าเลขของผู้ก่อตั้ง ถอดค่าชื่อ Netflix จริงจังกันเลยทีเดียว .😆😆😆...
เชื่อมั้ยว่า Netflix ถือกำเนิดมาจากการเสียค่าปรับกรณีที่ส่งเทปหนังที่เช่ามาดู เกินกำหนดระยะเวลาเช่า 😱😱😱 สมัยก่อน การจะดูหนังอยู่บ้าน เราต้องไปที่ร้านที่เค้าให้บริการเช่าหนังที่มีอยู่มากมาย แต่ถ้าจะเอาแบบเป็นระบบ มีหนังให้เลือกเยอะ ก็ต้องสมัครสมาชิก จะได้สิทธิ์เช่าหนังได้ครั้งละกี่เรื่อง และเรื่องละกี่วัน ...เราก็ต้องไปเดินหาหนังที่อยากดูเอาเอง แล้วก็มาบอกให้เจ้าหน้าที่เค้าจัดเตรียมให้ กลับบ้าน ไปนั่งดูให้สบายใจ พอถึงกำหนดวันส่งคืน ก็ต้องแต่งตัวออกจากบ้าน เอาเทปหนังมาคืน...ซึ่งพอมาถึงตอนนี้ หันกลับไปดู จะรู้สึกว่า เออ..มันเสียเวลาในการเดินทางเหมือนกันเนอะ แล้วถ้าแถวบ้านไม่มีร้านให้เช่าหละ..ก็อดดู หรือไม่ก็ต้องเสียเวลาเดินทางมากขึ้นไปอีก เพื่อไปแถวย่านที่เค้ามีร้านให้เช่าตั้งอยู่
ซึ่งกรณีนี้ ก็เกิดขึ้นกับ Reed Hastings เพราะเค้าไม่คืนหนังที่เช่ามาในเวลาที่กำหนด ทำให้ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินถึง 40 เหรียญ ใครบางคนที่เจอเรื่องแบบนี้ อาจจะก่นด่าตัวเอง ว่าทำไมไม่หาเวลามาคืนหนังที่เช่าไปให้ทัน หรือไม่ก็บ่นโน่นนั่นนี่ แล้วก็จบไป แต่ไม่ใช่ Reed Hastings แน่นอน เพราะการจ่ายเงินจำนวน 40 เหรียญทำให้เค้าเกิดความคิดว่า มันน่าจะมีธุรกิจบริการที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนในอัตรา 30-40 เหรียญ และช่วยให้การเช่าหนัง คืนหนัง เลือกหนังมันสะดวกสบายมากขึ้น เราได้ถอดค่าเลขวันเกิดของ Reed พบว่า เค้าเป็นคน 7 (97) และมีจิตใต้สำนึกเป็นเลข 3 มีเลข 39 ในผลรวมของตัวเองและมีเลขศักยภาพเป็น 81 เลขชุดทั้งหมดนี้ ทำให้เค้าคิดนอกกรอบเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาให้กับตัวเอง และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา แต่การที่เค้าขาดเลข 2 ในชีวิต ความคิดเหล่านี้จึงไม่ได้ถูกถ่ายถอดออกมาจากหัวสมองของเค้า.......
จนกระทั่งได้มาเจอกับ Marc Bernays ผู้ที่มีเลชชีวิตเป็นเลข 2 และขาดเลข 3 ในชีวิตพอดี (2 จาก 65 อีกด้วยนะ มันเสริมเรื่องของแนวทางในการทำอะไรให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างได้เลย อีกต่างหาก) ถึงตรงนี้ เมื่อคนเลข 7 มาเจอคนเลข 2 ผลรวมเลขจึงเกิดเลข 9 เลขของความสำเร็จ เลขของโอกาสทางธุรกิจ...(เราจะคุยเรื่องของ Reed กับ Marc กันอีกครั้งในโพสหน้าละกันเนอะ ถ้าจะเล่ากันลึกไปกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่ได้พูดถึงรายละเอียดส่วนอื่นของ Netflix กันพอดี 😘😘😘)
 
คนที่คิดชื่อ Netflix นี้ ก็คือ Marc Berneys และเมื่อนำชื่อ Netflix มาถอดค่าเลข จะได้เลข 9 มารวมกับค่าสีแดงธาตุไฟ 8 จะได้ผลลัพธ์ใหม่เป็น 17 (เลขของการเดินทาง เลขของความสนุกสนาน บันเทิง) และเมื่อเราเอาเลขของผู้ก่อตั้งทั้งสองคน เข้ามารวมกับผลรวมของชื่อแบรนด์ จะเกิดค่าเลข 26 ให้ความหมายในเรื่องของการให้บริการ การอำนวยความสุขสบายภายในครอบครัว ภายในที่ส่วนตัว และเป็นการบริการที่มีหลากหลายรูปแบบให้เราเลือกได้ตามความต้องการ เป๊ะเข้าไปอีกขั้น 😍😍😍
โอว...โอว..โอว...พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...(เช๊ยยย เชย นิ😅😅😅)...มาถึงจุดนี้ ก็เอวังว่า ทำไม Netflix ถึงได้เติบโตและมีสมาชิกมากมายหลายประเทศ จนเกือบจะทั่วโลกอยู่แล้ว (ตรงตามเลข 17 มากๆ) เท่าที่วิกิพีเดียลงข้อมูลไว้ รายได้สุทธิเมื่อปี 2019 ก็ปาเข้าไป 1,866 พันล้านเหรียญสหรัฐเชียว
ส่วนรายละเอียดของผู้ก่อตั้งทั้งสองคน ซึ่งตอนนี้ เหลือเพียงคนเดียวแล้วที่เป็นเจ้าของ Netflix ในปัจจุบัน คงต้องยกยอดไปคราวหน้านะ...เพราะมันยาวจริง
ขอขอบคุณคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ 🙏🙏🙏นะคะ เพราะอยากเล่าเรื่องราวที่เราค้นพบจากตัวเลข แต่ไม่เก่งในการย่อความ..สารภาพ... หากจะกดอีโมจิอะไรให้ซักกะนิด จะดีต่อใจมากค่ะ จะได้มีกำลังใจในการหาเรื่องราวมาโพสให้อ่านกันอีก เรียนรู้ตัวเลขแบบภาพรวมๆ ไปด้วยกัน ...#ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
โฆษณา