Improvisation คืออะไร
แล้วทำยังไงถึงจะเล่นได้ ใช้สเกลอย่างเดียวหรือ ?
บางคนบอกไม่ต้องคิดมากปล่อยให้อารมณ์พาไป...
หนักกว่านั้นคือ...เล่นอะไรก็ได้ มั่วๆไปเหอะ !
เอางั้นรึไอ้ทิด…เอิ่ม...
ถ้าคนที่ไม่เคยเล่น ก็คงจะคิดไม่ออกจริงๆว่าจะทำยังไง
อิมโพรไวเซชั่น หรือ ที่คนไทยหรือในดนตรีไทยเราเรียกว่า “ด้น” หรือถ้าจะ
เรียกให้ดูดีมีชาติตระกูลหน่อยก็เรียกว่า “คีตปฏิภาน” มันคือ การเล่นเฉพาะหน้าแบบคิดกันสดๆเดี๋ยวนั้น
ในดนตรีแจ๊สถือว่า การอิมโพรไวเซชั่น คือหัวใจของการเล่น เวลาเล่นดนตรีแจ๊สเราจะเล่นทำนองหลัก หลังจากนั้นจะอิมโพรไวส์ มากน้อย-ยาวสั้นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่นในวงดนตรีนั้น ๆ และสิ่งที่ผู้เล่นแต่ละคนต้องการสื่อให้คน
ฟังได้รับรู้
เมื่อคุณเริ่มอิมโพรไวส์ เมื่อนั้น...ตัวตนของคุณจะถูกเปิดเผย เราจะมองเห็น
นิสัยใจคอของนักดนตรีผู้นั้นผ่านการเล่นอิมโพรไวส์ (เฉพาะผู้ที่เล่นสดจริง ๆ ไม่ได้เล่นจากการซ้อมมาแบบเป๊ะ ๆ นะครับ)
บางคนชอบเล่นแบบเนิบๆ สบายๆไม่มีไคลแมกซ์อะไร คนๆนั้นก็เป็นคน
สบายๆ เรื่อยๆ
แต่ถ้าคนไหนเล่นแบบหูดับตับไหม้ ฟังแล้วหายใจไม่ทัน เขาผู้นั้นคงจะบ้า
พลังเอามากๆแถมยังไม่สนใจสิ่งรอบตัวด้วย ส่วนผู้ที่เล่นอิมโพรไวส์ได้แบบ
เล่าเรื่อง มีการวางประโยค มีขึ้นต้น-ลงท้าย มีไคลแมกซ์ แสดงว่านักดนตรี
คนนั้นรู้จักวางแผน มีความละเอียดลออ แต่ก็มีนักดนตรีบางคนที่ซนๆหน่อย จะชอบเล่นกับจังหวะเช่นเล่นโน้ตในจังหวะขัดๆกับชาวบ้านก็มีเหมือนกัน
ผมอยากเปรียบเทียบการเล่นอิมโพรไวส์ในดนตรี กับการวาดภาพ...
ในทางดนตรีนั้นบทเพลงจะถูกแบ่งออกเป็น เมโลดี้และฮาร์โมนี
เมโลดี้ก็คือส่วนทำนอง ฮาร์โมนีคือส่วนของจังหวะ-คอร์ด ในเวลาที่เราเล่น
เพลงแจ๊สช่วงของการอิมโพรไวส์นั้น เราจะไม่เล่นทำนองเดิม แต่เราจะใช้
ทางคอร์ดเดิมเล่นอยู่ ผมจะคิดว่าทางคอร์ดในเพลงๆหนึ่งนั้นคือเฟรมที่ถูกขึงด้วยผ้าแคนวาส ถ้าเป็นเพลงทางคอร์ดธรรมดาๆ เราก็คิดว่ามันเป็นสีขาวก็
ได้ ทีนี้อยู่ที่เราว่าเราจะเลือกใช้สีใดในการวาดลงไปในเฟรมนั้น ใช้สีอะไรก็
ได้ ไม่มีอะไรผิด
แต่...เวลาที่เราเห็นภาพวาดสวย ๆ ที่เราชอบ แล้วเราอยากลองวาดแบบ
ศิลปินคนนั้นบ้าง เราต้องคิดให้ดีก่อนว่า กว่าศิลปินผู้นั้นจะวาดภาพนี้ออกมา เขาจะต้องผ่านการเรียนพื้นฐานด้านทฤษฎีสี พื้นฐานของการวาดภาพและ
การวิเคราะห์งานของคนอื่น ๆมามากมายจนหลอมรวมทั้งหมดเป็นงานของ
ตัวเองได้ ถามตัวเองว่าเรามีอะไร...
ถ้าเราเล่นไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์หรือเล่นมั่วแบบที่บางคนว่าไว้ ภาพเขียนนั้นอาจจะเกิดอาการสีเน่า หรือกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่คุณก็บอกไม่ได้
ดนตรีเป็นการสื่อสารที่รวดเร็ว จากผู้เล่นถึงผู้ฟัง ผู้ฟังไม่สามารถย้อน
กลับมาพินิจพิเคราะห์ได้หลายครั้งเหมือนภาพวาด เสียงทั้งหลายที่ไปกระทบประสาทหูของคนฟังไม่ว่าจะรื่นหู ขัดหู สบาย ๆ หรือระคายเคือง นักดนตรี
เป็นฝ่ายเลือกเพราะนักดนตรีแจ๊สส่วนใหญ่จะใช้การอิมโพรไวส์เป็นการระ
บายความรู้สึกในแต่ละครั้ง พวกเขาอาจเล่นเพลงเดิม ๆ ทุกวัน แต่ทุกวัน
เพลง ๆ นั้นก็จะไม่เหมือนกัน เมื่อเล่นจบพวกเขาจะมีความสุข ผ่อนคลาย
โดยที่ไม่รู้ว่าได้ทิ้งอะไรไว้ให้คนฟังบ้าง(ฮา...)
เพราะฉะนั้นในการเริ่มฝึกอิมโพรไวส์ ก่อนอื่นคงต้องลองฟังคนอื่น ๆ
เล่นให้เยอะ ๆ ใหม่ ๆ ลองแกะดูว่าเขาเล่นอะไรกัน รวมถึงการฝึกพื้นฐาน
ต่าง ๆ เช่น สเกล ,
อาร์เพกจิโอ มันก็เหมือนกับเราเรียนทฤษฎีสี เมื่อเรารู้วิธีการใช้ เราก็ย่อมทำงานออกมาดี ที่สำคัญมาก ๆ อีกอย่างก็คือ บันทึกสิ่งที่ตัวเองฝึกแล้วฟัง หา
จุดบกพร่อง ลองวางแผนว่าเพลงในท่อนนี้จะใช้อะไรสเกลไหน เล่นเยอะเล่นน้อย เอาไคลแมกซ์ไปไว้ตรงไหนดี เมื่อคุณได้ลองทำแบบนี้ รับรองว่าภาพ
วาดด้วยเสียงดนตรีของคุณย่อมออกมาดีแน่นอนครับ
ดนตรี ถึงมันจะกินไม่ได้ แด่ก็ดีต่อใจนะครับ
ครูเอ๋ Music Delivery