23 เม.ย. 2020 เวลา 03:10 • ประวัติศาสตร์
เท้าดอกบัว...แฟชั่นสวยสยองยุคโบราณ
ยิ่งเท้าเล็ก ยิ่งเซ็กซี่ ยิ่งเท่าเล็ก ยิ่งมีโอกาสได้แต่งงาน ยิ่งเท่าเล็ก ยิ่งมีคุณค่า คุณค่าของสตรีจีนยุคโบราณอยู่ที่เท้า นี่คือความเชื่อประเพณีการรัดเท้า เป็นแฟชั่นที่นิยมของโลกยุคโบราณ
การรัดเท้าเกิดขึ้นช่วงศตวรรษที่ 8 ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร และเป็นที่นิยมกันเรื่อยมา จากตระกูลผู้ดีไฮโซ ก็แพร่ระบาดมาสู่ประชาชนทั่วไป นักเขียนในศตวรรษที่ 13 ได้เขียนตำหนิถึงการรัดข้อเท้า จึงทำให้รู้ว่า เด็กอายุเพียงสี่ห้าขวบนั้น ก็เริ่มถูกพ่อแม่จับมางอนิ้วรัดเท้ากันแล้ว
เท้าดอกบัวสวยงามอย่างไร? นอกจากสวยงามที่ลักษณะเท้าแล้ว ยังสวยงามที่ท่วงท่าเวลาเคลื่อนไหว เพราะต้องย่อเขาเวลาเดิน จึงเป็นที่เตะตาต้องใจบรรดาผู้ชาย ที่เห็นว่าการเดินในลักษณะแบบนี้ชวนให้เกิดความกำหนัด
เท้าดอกบัว ยังมีระดับเลเวลการรัดเท้าด้วยนะครับ ถ้าเล็กมากจนได้ขนาด 3 นิ้ว ยกให้เป็นดอกบัวทอง ถ้าขนาด 4 นิ้ว ยกให้เป็นดอกบัวเงิน
ในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นชนนอกด่านเข้ามาปกครองแผ่นดินจีน สตรีชั้นสูงชาวแมนจูไม่นิยมรัดข้อเท้า เนื่องจากการใช้ชีวิตนอกด่านนั้นต้องปากกัดตีนถีบ
สตรีคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ผ่านการรัดเท้า แต่ก็ได้เป็นถึงฮองเฮา ก็คือ หม่าชิวเซียง ฮองเฮาในฮ่องเต้หมิงไท่จู่ และก็เพราะเท้าที่ไม่ได้รัดของเธอนี้แหละครับ ที่ทำให้เธอได้เป็นฮองเฮาและทำให้ผู้เป็นสามีได้เป็นฮ่องเต้ ราชวงศ์หมิง เพราะเท้าโตๆ ของเธอเคยแบกจูหยวนจางที่กำลังบาดเจ็บในสนามรบวิ่งหนีตาย ถ้าไม่มีเท้าโตๆ คู่นี้ รับรองว่าจูหยวนจางคงได้ไปเฝ้าเง็กเซียน ไม่มีโอกาสได้เป็นฮ่องเต้ จูหยวนจางจึงรักเท้าคู่นี้ของเมียมาก
ในศตวรรษที่ 18 หลายกลุ่มคนหัวสมัยใหม่ได้ออกมาต่อต้านเรื่องการรัดเท้าดอกบัว ปี 1902 ราชสำนักชิงออกกฏหมายห้ามรัดเท้า บุรุษประวัติศาสตร์ยุคใกล้มีทั้งที่ชื่นชอบสตรีที่รัดเท้าแบบหลงใหล และบุรุษที่เกลียดการรัดเท้าแบบหัวชนฝา
หยวนซื่อไข่ ขุนพลปลายราชวงศ์ชิง ที่มีอำนาจวาสนาได้เป็นถึงประธานาธิบดี ก็ชื่นชอบสตรีที่รัดเท้า หยางสีภรรยาคนที่ 5 ของหยวนซื่อไข่ เป็นสตรีที่รัดเท้า หยวนซื่อไข่รักเมียคนนี้มาก เปรียบเท้าดอกบัวของเมียเป็นเช่น ขนมจางเดือนห้า ที่ทั้งหอมและหวาน เป็นส้มโอมือเดือนหก ที่ทั้งสวยและเรียวงาม
1
การรัดเท้าอาจเป็นความสวยงามในโลกโบราณก็จริง แต่ก็ต้องยอบรับว่า ภายใต้ความสวยก็คือความเจ็บปวด ในช่วงที่เป็นค่านิยมอาจจะเป็นเฉพาะความเจ็บปวดทางกาย แต่ในวันที่ประเพณีการรัดเท้าถูกตั้งคำถาม สตรีที่ไม่เห็นด้วยกับการรัดเท้า แต่เท้าตัวเองกลับถูกรัดไปแล้ว ก็ต้องแบกรับความเจ็บปวดทางใจด้วย มีคำกล่าวว่า เท้าเล็กหนึ่งคู่ น้ำตาหนึ่งตุ่ม
ทุกท่านครับ โลกเราก้าวมาในปี 2020 แล้ว มีวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า มีเทคโนโลยีมากมาย แต่ประเทศไทยเอง ยังมีความเชื่อ ประเพณีบางอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ ที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล ที่ทำให้คนไทยเชื่อโดยขาดสติ ขาดการใช้ปัญญา ผมเห็นว่าเราคนยุคใหม่ควรตั้งคำถาม ว่าควรจะสืบทอดหรือปฏิบัติตามประเพณี/ความเชื่อ เหล่านี้ ต่อไปหรือไม่
ช่องทางการติดตาม ต้าจีน อย่าลืม กดไลค์ กดแชร์ ให้กำลังใจกันได้ที่
โฆษณา