23 เม.ย. 2020 เวลา 05:19 • ไลฟ์สไตล์
ย้อนรอยทุ่งรวงทองจากอดีตสู่ปัจจุบัน Ep2
คราดนา
เมื่อจัดแจงทุกอย่างดีแล้วเพื่อนของพ่อที่ติดต่อให้มาช่วยไถนาและคราดหญ้านาก็ดำเนินการคราดหญ้าและปรับพื้นนาให้มีความเรียบเสมอกัน ( ลืมบอกไปว่าสมัยนั้นชาวนาทุกคนไม่ได้มีควายหรืออุปกรณ์ไถนาทุกครัวเรือนการไถนาหรือคราดนาจึงต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อนชาวนาด้วยกันให้มาช่วยเหลือหรือเรียกอีกอย่างก็คือว่าจ้างนั่นแหละอาจจะเป็นจำนวนข้าวเปลือกกี่ถังหรือว่าเป็นจำนวนเงินกี่บาทก็แล้วแต่จะตกลงกันซึ่งเงินสมัยนั้นนับว่าหายากจริงๆครอบครัวไหนที่มีเงิน 1000 บาทก็นับว่าเป็นคนรวยเลยทีเดียว ) เมื่อคราดหญ้านาที่ใช้พื้นที่บางส่วนประมาณ 50 ตารางวาเสร็จแล้ววันต่อมาพ่อก็นำเมล็ดข้าวที่บ่มจนมีรากงอกออกมาก็จะนำมาหว่านลงบนพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้หวานกล้าข้าว ( การบ่มเมล็ดข้าวให้งอกออกมานั้นเท่าที่จำได้เขาจะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวเตรียมไว้มาแช่น้ำแล้วนำไปใส่ไว้ในกระสอบป่านหลายๆชั้นแล้วนำไปบ่มในกระบุงทิ้งไว้สัก3วันรากก็จะเริ่มงอกออกมา
การหว่านเมล็ดพันธุ์กล้าข้าว
วันต่อมาก็จะนำเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมแล้วมาหว่านลงบนแปลงเพาะกล้าการหว่านข้าวจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญพิเศษหากหว่านไม่เป็นเมล็ดข้าวก็จะตกลงไปเป็นกระจุกไม่ทั่วถึงสม่ำเสมอหากผู้ที่มีความชำนาญหว่านก็จะกระจายออกไปในแปลงเพาะกล้าอย่างทั่วถึง...ในวันปกติทั่วไปข้าพเจ้าก็ไปโรงเรียนตามปกติสมัยนั้นยังเรียกว่าโรงเรียนประชาบาลกันอยู่พูดถึงโรงเรียนที่ข้าพเจ้าเรียนชั้นประถมต้นสมัยนั้นก็จะเป็นโรงเรียนที่มีเพื่อนนักเรียนเยอะมากเป็นร้อยคนเพราะว่าโรงเรียนในตำบลเรามี2โรงและแต่ละโรงตั้งอยู่ห่าวกันหลายกิโลเมตรการสันจรไปมายังลำบากจำได้ว่าถนนในหมู่บ้านข้าพเจ้าเป็นถนนดินธรรมดานี่แหละพอหน้าร้อนจะมีแต่ฝุ่นเวลาเราเลิกเรียนแล้วเรามักจะเตะฝุ่นใส่กันจนเปรอะเปื้อนไปหมดสนุกดี พอหน้าฝนก็จะมีแต่โคลนเต็มถนน เด็กๆทุกคนต่างก็เดินไปโรงเรียนกันเสียส่วนใหญ่เดินกันไปเป็นแถวใครอยู่ไกลก็จะมาก่อนและรอเพื่อนๆเดินไปโรงเรียนพร้อมกัน
ถนนบ้านนอกสมัยนั้น
อาหารมื้อเที่ยงของพวกเราส่วนมากจะเป็นอาหารที่พ่อแม่เตรียมเอาไว้ให้เป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดาส่วนมากจะเป็นพวกพืชผักสวนครัวที่หาได้ในพื้นบ้านที่ปลูกกันไว้ ลืมบอกไปว่าผู้เขียนเป็นคนถิ่นฐานภาคเหนือ อาหารส่วนมากก็จะเป็น จอผักกาด แกงโฮะ น้ำเมี่ยง เป็นต้น เมื่อถึงเวลาเที่ยงพวกเราก็จะเอาอาหารมานั่งล้อมวงแบ่งกันกินมีอาหารหลากอย่างในแต่ละมื้ออร่อยกันไปตามประสาคนบ้านนอกส่วนผลไม้ส่วนมากก็จะเป็น ฝรั่ง พุธทรา ซึ่งมักจะมีตามพื้นที่ทั่วไปเราก็พากันไปสอยมากินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ผักกาดจออาหารพื้นเมืองเหนือ
ยามเย็นโรงเรียนเลิกเรียนแล้วพวกเรามีนัดกันในกลุ่มสี่ห้าคนจุดหมายคือท่าน้ำที่ประจำซี่งจะมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีกิ่งก้านสาขาแผ่กว้างมีความร่มรื่นพวกเราได้ทำที่เล่นน้ำไว้ที่นั่นช่วยกันหาเชือกมาทำเป็นสายมัดไว้กับกิ่งไม้แล้วขึ้นไปบนต้นไม้แล้วจับสายเชือกห้อยโหนพาตัวเองให้เหวี่ยงลอยไปกลางลำคลองแล้วปล่อยตัวเองให้หล่นลงในลำคลองสนุกสนานกันมากบางคนก็อยู่บนฝั่งแล้ววิ่งมาด้วยความเร็วกระโดดลงไปในคลอง บ้างก็ถนัดทางการตีลังกาลงน้ำ เล่นกันจนบางครั้งมืดค่ำจนพ่อแม่ต้องมาตามตัวกลับบ้านบางคนก็โดนฟาด บางคนก็ถูกดึงหูร้องไห้งอแงกันไปก็มี
ตกยามค่ำแม่ก็เริ่มจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดเพื่อให้เกิดแสงสว่างในบ้านยามค่ำคืน สมัยนั้นบ้านเรือนส่วนมากยังใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดกันอยู่เป็นส่วนใหญ่จะมีบางบ้านเท่านั้นที่มีอันจะกินหรือว่าเป็นคนรวยก็ไม่กี่รายไม่เกิน20รายที่ได้ใช้ไฟฟ้าไฟฟ้าสมัยนั้นหลอดไฟจะเป็นหลอดทังสเตน์มีไส้หลอด แรงเทียนน่าจะประมาณ40วัตต์ ...เมื่อทานข้าวเย็นกันแล้วเราจะพากันไปบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นคนรวยเป็นคนใจดีบ้านเขาจะมีวิทยุขนาดใหญ่ใส่ถ่ายไฟฉายเป็นสิบกว่าก้อน เปิดฟังรายการละครวิทยุและก็จะมีเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงกันมานั่งฟังละครวิทยุเป็นที่สนุกสนานกันมากฟังไปด้วยวิจารณ์กันไปด้วยก็จะเป็นสิ่งบันเทิงสันทนาการของคนในสมัยนั้นเป็นอย่างดี
ตะเกียงน้ำมันก๊าด
อย่าลืมติดตามใน EP3 นะครับ
โฆษณา