27 เม.ย. 2020 เวลา 05:43 • ประวัติศาสตร์
ย้อนอดีต 'กาฬมรณะ' โรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ
ย้อนกลับไปช่วงยุคกลางของยุโรป ระหว่างปี ค.ศ.1347 – 1351 ได้เกิดเหตุการณ์โรคระบาดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ ซึ่งภายหลังโรคระบาดนี้ได้ถูกเรียกว่า กาฬโรคครั้งใหญ่ (Great Plague) หรือความตายสีดำ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 75 – 200 ล้านคนในทวีปยุโรปและเอเชีย นักประวัติศาสตร์ต่างลงความเห็นว่าการระบาดของกาฬโรคในครั้งนั้นมีความรุนแรงมาก เพราะนอกจากจะมียอดผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การแพร่ระบาดของโรคร้ายดังกล่าวยังก่อให้เกิดกลียุคทางศาสนา ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างทั่วยุโรป
ร่วม support SpokeDark เพื่อเข้ากลุ่มลับ bit.ly/sp-bott
นักวิชาการเชื่อกันว่าจุดเริ่มต้นของกาฬมรณะมาจากจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียกลาง ที่แพร่ระบาดมาตามเส้นทางสายไหมจนถึงไครเมียในปี ค.ศ.1343 โดยมีหนูและหมัดที่ติดมากับเรือพาณิชย์ของพ่อค้าที่ล่องเรือจากไครเมียไปทั่วดินแดนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยหนูและหมัดพวกนี้มีเชื้อแบคทีเรีย เยอร์ซิเนีย เพสติส (Yersinia Pestis) ที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาด รวมถึงปัจจัยเรื่องความอดอยาก สงคราม และสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้กาฬมรณะแพร่ระบาดไปเป็นวงกว้างและทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา ได้แก่ ‘หมอกาฬโรค’ บุรุษสวมชุดดำทั้งตัว โดยมีหน้ากากที่มีปากคล้ายนกเจาะรูตรงปลายสวมครอบเอาไว้ ซึ่งหมอกาฬโรคมีบทบาทอย่างในช่วงวิกฤติกาฬมรณะระบาดอีกด้วย
ร่วม support SpokeDark เพื่อเข้ากลุ่มลับ bit.ly/sp-bott
WIKIPEDIA PD
โดยอาการเริ่มแรกที่พบได้ในผู้ป่วย คือการเกิดฝีขนาดใหญ่ที่บริเวณใต้ขาหนีบ คอ และรักแร้ เมื่อฝีแตกออกก็จะมีหนองและเลือดออกมา หลังจากนั้น ฝีก็จะผุดขึ้นตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในบางกรณีอาจมีจุดสีดำหรือสีแดงเข้มขึ้นมาตามต้นแขนหรือต้นขา ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของต่อมน้ำเหลือง ที่ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณนั้นนั้นตายไป
ร่วม support SpokeDark เพื่อเข้ากลุ่มลับ bit.ly/sp-bott
ด้วยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่ยังไม่เจริญรุดหน้าเท่ากับสมัยนี้ ผู้ปกครองแว่นแคว้นต่าง ๆ เลยใช้วิธีเผาศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อฆ่าเชื้อ หรืออาจใช้วิธีขุดดินฝังศพ ซึ่งภายหลังนักโบราณคดีได้มีการขุดพบโครงกระดูกที่นับอายุได้หลายร้อยปีเป็นจำนวนมากในเมืองมาร์กเซย์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และเมื่อทำการตรวจอย่างละเอียด ก็พบร่องรอยของเชื้อแบคทีเรียเยอร์ซิเนีย เพสติส อีกด้วย
WIKIPEDIA PD
มีการคาดคะเนว่าจำนวนประชากรในทวีปยุโรปทั้งหมดในขณะนั้นมีอยู่ราว 450 ล้านคน จากการแพร่ระบาดของกาฬมรณะ ได้ส่งผลให้ประชากรเหลืออยู่ราว 350 – 375 คน ในช่วงศตวรรษที่ 14 และต้องใช้เวลากว่า 200 ปี กว่าจำนวนประชากรของทวีปยุโรปจะกลับมาเท่าเดิม
ร่วม support SpokeDark เพื่อเข้ากลุ่มลับ bit.ly/sp-bott
WIKIPEDIA PD
โฆษณา