27 เม.ย. 2020 เวลา 06:43 • ธุรกิจ
สรุปสถานการณ์ ด้านการท่องเที่ยว ในประเทศไทยเดือนมีนาคม 2563
โดย หมูน้อย (ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา)
เพื่อให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในตอนนี้กันครับ
https://wallpaperaccess.com/full/706932.jpg
ภาพรวมในเดือนมีนาคม
.....ยังค่อนข้างที่จะแย่ครับ
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 51,579 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 234,904 ล้านบาท
รายได้ -78.04%
โดยข้อมูลของแต่ละภาคเป็นดังนี้
ในส่วนของกรุงเทพฯ
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 15,374 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 69,515 ล้านบาท
รายได้ -77.88%
ภาคกลาง
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 842 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 4,694 ล้านบาท
พบว่ารายได้ -82.05%
ภาคตะวันตก
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 3,115 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 8,861 ล้านบาท
รายได้ -64.84%
ภาคตะวันออก
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 7,189 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 32,192 ล้านบาท
รายได้ -77.67%
ภาคใต้
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 18,555 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 95,426 ล้านบาท
รายได้ -80.55%
ภาคเหนือ
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 4,453 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 15,587 ล้านบาท
พบว่ารายได้ -71.43%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รายได้รวมในเดือนมีนาคม 63 มีมูลค่า 2,048 ล้านบาท
เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 62 ที่มีมูลค่า 8,626 ล้านบาท
รายได้ -76.26%
เนื่องด้วยการควบคุมโรคนั้น มี 2 ปัจจัยสำคัญ คือ
1. Mass Transportation - การขนส่งมวลชน
2.Mass Gathering - การรวมกลุ่ม
เมื่อนำ 2 ข้อนี้มารวมกันก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่เกิดขึ้น
ดังนั้น เราจะได้เห็นเม็ดเงินที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่องครับ
ปัจจุบันเราได้ผ่านเทศกาลสงกรานต์ ไปแล้ว
ซึ่ง นับว่าเป็นหนึ่งใน event ที่จะดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาในส่วนของการท่องเที่ยว
ดังนั้น ข้อมูลในเดือนเมษายนที่กำลังจะออกมา น่าจะเลวร้ายกว่าเดือน มีนาคมมากๆ
ในช่วงนี้การเดินทางข้ามจังหวัดก็ยังเป็นไปอย่างยากลำบาก หากเดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยงก็จะโดนกักตัว 14 วัน เมื่อรวมทั้งขาไปและขากลับแล้ว อาจจะหายไปถึง 28 วัน
นั่นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ ต่อให้ "เปิดการเดินทางในประเทศ" แล้ว เราก็จะยังไม่ได้เห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในด้านการท่องเที่ยว
เพราะผู้คนยังระมัดระวังการเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่
และหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นมาอีกครั้ง ทางรัฐก็จะทำการปิดกั้นการเดินทางเป็นระยะ ทำให้ฟันเฟืองด้านการท่องเที่ยวนี้จะเกิดการสะดุดเป็นช่วงๆ
นั่นยังไม่นับถามถึง "การเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ"
กลุ่มคนที่จะเดินทางเข้าในประเทศเรานั้น ช่วงแรกอาจจะเป็นแค่นักธุรกิจส่วนน้อย ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาทำงาน แต่จะไม่ได้เห็นในลักษณะ Mass แน่นอนครับ
http://www.travelara.com/tips-and-advice-when-planning-on-foreign-travel/
ผมอยากให้เตรียมใจไว้ว่า การท่องเที่ยวของ "โลก" จะเป็นไปในลักษณะนี้อีกประมาณ 2 ปี
จนกว่าเราจะได้วัคซีนสำหรับ COVID -19 มา
และ ในช่วงระหว่าง 1 -2 ปีนี้ ถ้าหากมีการท่องเที่ยวเกิดขึ้น ก็จะเป็นไปในลักษณะของการท่องเที่ยวส่วนตัวกลุ่มเล็กๆ
กรุ๊ปทัวร์ของ สว (สูงวัย) ไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะเกิดขึ้นครับ เพราะโรคนี้ค่อนข้างที่จะเป็นอันตรายกับผู้สูงวัยพอสมควร
การปรับตัวของกลุ่มคนที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวจะเกิดขึ้น
ส่วนตัวหมูน้อยคาดว่า เราน่าจะได้เห็น การรับรองลูกค้ากลุ่มธุรกิจในลักษณะส่วนตัว มากกว่าจะเป็นกลุ่มก้อนอย่างทัวร์ยกแผนก เช่นกัน
สำหรับคนที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว
"ประสบการณ์" ของท่านเป็นสิ่งที่มีค่ามากๆเลยครับ
เมื่อมันเป็นสิ่งที่มีค่า ดังนั้น มันจึง "ขายได้" เราอาจจะลองนำสิ่งเหล่านี้
มา "ขาย" ใน platform ใหญ่ๆ ยกตัวอย่างเช่น facebook , youtube ,
Youku , Weibo etc.
ยิ่งถ้าทำ content เป็นภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาจีนได้ยิ่งดี
เพราะ ลูกค้าของท่านคือ "คนทั้งโลก"
ผมเชื่อเหลือเกินครับ ว่าเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้
ถ้าแวะไปดูเพจของพี่ วร อาจจะได้เห็นแนวทางดีๆครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านครับ
ฝากกด ติดตาม กด like กด share เพื่อเป็นกำลังใจให้หมูน้อยด้วยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับ
reference

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา