28 เม.ย. 2020 เวลา 01:00 • บันเทิง
ย้อนรอยบทเรียนเป็นเพลย์ลิสต์
**** สปอยล์ *****
หากพูดชื่อของผู้กำกับชินวอนโฮ หลายคนคงถามว่าเขาเป็น
“ชินวอนโฮไม่รู้จักหรอก รู้จักแต่บงจุนโฮ”
แต่ถ้าพูดถึงซีรี่ย์ที่เขากำกับมาแล้วนั้น สาวกซีรี่ย์เกาหลีจะต้องร้อง “อ๋อออ” อย่าง Reply 1988 – 1994 – 1997 , Prison Playbook รวมถึงผลงานล่าสุดอย่าง Hospital playlist (เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์)
ลูกเล่นที่น่าสนใจของผู้กำกับชินวอนโฮ จะเล่าเรื่องการใช้ชีวิตของตัวละครธรรมดาให้ออกมาดูไม่ธรรมดา อย่างเรื่อง Reply ที่นำเสนอเรื่องราววัยเด็กของตัวละคร หยิบยกเรื่องชีวิตประจำวันมาถ่ายทอดจนทำให้รู้สึกว่า ‘ตอนเด็กๆ ฉันเคยทำอะไรแบบนั้นไหมวะ หรือเรื่อง Prison Playbook ที่เล่าเรื่องชีวิต 1 ปีในคุกของนักเบสบอลดัง ในแต่ละวัน จากวันที่ปรับตัวอย่างยากลำบาก จนไปถึงการยอมรับและเรียนรู้ชีวิตไปพร้อมๆ กับคนในคุก เรียกว่าเป็นบทเรียนทั้งพระเอกของเรื่อง รวมถึงคนดูด้วย
เมื่อพูดถึง ‘กิมมิค’ ของผู้กำกับแล้ว เราลองมาย้อนรอยดูกันว่าลูกเล่นที่เขาเอามานำเสนอมีอะไรน่าสนใจบ้าง
เล่นกับคนดู ลุ้นว่าใครคือ ‘พระเอกตัวจริง’
เมื่อพูดถึงเรื่อง Reply แล้ว จุดเด่นสำคัญของเรื่องนี้คือ เราต้องมาวิเคราะห์กันว่า ‘ใครจะเป็นพระเอกของเธอ (นางเอก) กันแน่’ อย่าง 1997 ที่เปิดประเด็น ซองซีวอน ตัวเอกของเรื่อง ท้องและกำลังคลอดลูก หน้าห้องคลอด พ่อแม่ของเธอนั้น กำลังเผ้าคอยผู้เป็นสามีของซองซีวอนอย่างตื่นตระหนก ระหว่างนั้นมีชายสองคนวิ่งมาอย่างเร่งรีบ หนึ่งคนที่วิ่งมาพร้อมกันนั้นคือสามีของเธอ ฉากนี้มักจะเอามาเล่าเรื่องซ้ำๆ เพื่อเทียบกับเส้นเรื่องของตัวละครว่าใครที่จะเป็นพระเอก
ลูกเล่นนี้จะเห็นชัดที่สุดคือ 1988 ที่คนดูทั้งลุ้น ทั้งเดากันว่าใคร เพราะเส้นเรื่องทำให้คนดูนั้นหลงทางเล่นๆ โดยหากเราได้กลับมาย้อนดูอีกสักครั้ง เราจะรู้ว่าผู้กำกับเขาเฉลยได้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในซี่รี่ย์ Reply ทั้ง 3 เรื่องกระแสความนิยมนั้นดีทุกเรื่อง โดยเฉพาะ 1988 ที่เรตติ้งสูงสุดของช่องตั้งแต่เคยทำมา ทำให้ทั้ง 3 เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
เสียงสัตว์ตบมุก แพะๆ จิ๊บๆ กุ๊กๆๆๆๆ
ซาวประกอบที่น่าสนใจสำหรับมุกแป๊กธรรมดา เราอาจไม่ตลก แต่เมื่อใส่เสียงสัตว์แต่ละเสียงลงไปมันทำให้ตลกมากขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ
อย่าง Reply เองนั้นจะใช้เสียงร้องของแพะไว้ประกอบฉาก โดยส่วนใหญ่มักจะเอามาใช้กับแม่ของนางเอก ที่มักจะทำอาหารเป็นประจำทุกมื้อ แต่เมื่อลูก และสามีมาเห็นจะต้องตะลึงจนอ้าปากค้างจากอาหารตรงหน้าที่มีอยู่ล้นหม้อ จนไม่รู้ว่าทำไว้กินเอง หรือเอาไว้แจกคนทั้งหมู่บ้าน
ในเรื่อง Prison ก็เช่นกันที่จะนำเสียงสัตว์นั่นก็คือ เสียงนกมาใช้ เรื่องส่วนใหญ่จะดำเนินด้วยพระเอก
“อยู่ในนั้นเป็นยังไงบ้าง มีของอะไรที่ต้องการไหม มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ทนายความของพระเอกถาม
“มีครับ ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหม”
“ว่ามาเลย จะเอาอะไรว่ามา ฉันจะช่วยเต็มที่” ทนายพูดอย่างตั้งใจ
“ตอนผมมาที่ศาล ผมรีบมากเลยลืมปิดหน้าต่างที่บ้านไว้ ช่วยไปปิดให้ผมหน่อย อ้อ แฟนคลับผมฝากหอยนางรมมาไว้ที่ป้อมยามช่วยไปเอาให้หน่อย น้ำแข็งคงละลายหมดแล้ว”
“………….”
จิ๊บๆๆๆๆ
เป็นประโยคสนทนาที่ดูธรรมดา แต่นักแสดงที่เล่นดี บวกกับซาวด์ประกอบที่ออกมาตรงจังหวะทำให้ดูเป็นฉากที่ขำมากๆ ฉากหนึ่งเลย
ส่วน Hospital playlist ที่แม้เรื่องนี้จะไม่ค่อยมีซาวด์สัตว์ประกอบมากเท่ากับเรื่องก่อนๆ แต่ก็ยังมีบางฉากบางตอนมาใช้ อย่างเวลาที่ตัวเอกสองคนเถียงกัน ก็จะเอาเสียงไก่มาใส่ เปรียบเหมือนกับไก่ชนสองตัวกำลังตีกัน
ประเด็นชีวิตที่หลายคนเคยเกิดขึ้นมากกับตัว
อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าลูกเล่นที่เด่นมากที่สุด คือการนำเรื่องธรรมดามาเล่นในมุมที่ไม่ธรรมดา จนคนดูรู้สึกประทับใจ
เรื่องลูกคนกลาง ในเรื่อง 1988 ที่นางเอกนั้นเป็นลูกคนที่กลางที่มักจะถูกครอบครัวละเลยอยู่บ่อยๆ เธอไม่ต้องการจัดงานวันเกิดพร้อมกับพี่ของเธอที่เกิดก่อนเพียงสามวัน เธอชอบกินไข่ดาวแต่เมื่อมีพี่น้องอยู่ 3 คน แต่ไข่กลับมี 2 ฟอง พี่น้องก็จับจองกันไปแล้ว แม่ของนางเอกจึงหันมามองที่ตัวเธอ เธอจึงพูดกลับไปว่า “ หนูไม่กิน ” แม่เธอรู้อยู่แล้วว่าเธอก็อยากกินเหมือนกัน แต่ทำอะไรไม่ได้ จึงตักถั่วดำให้ลูกเธอกิน แล้วบอกว่า “ลูกนี่ชอบกินถั่วดำเหมือนแม่เลยนะ”
จนสุดท้ายเมื่อพ่อแม่ของรู้แล้วว่าเธอรู้สึกยังไง ฉากประทับใจก็คือ พ่อนำเค้กวันเกิดมาให้เธอในวันเกิดของเธอเอง พ่อของเธอเล่าว่า
“พี่เราเกิดมา พ่อแม่ก็กังวลว่าจะเลี้ยงพี่ยังไง พอน้องเกิดมา พ่อแม่ก็กังวลว่าจะเลี้ยงให้เป็นคนดีได้ยังไง พ่อขอโทษนะที่ไม่ได้สนใจลูก” เป็นประโยคสนทนาที่สื่อไปในใจของลูกคนกลางหลายๆ คน ได้รับรู้อีกมุมหนึ่งของพ่อแม่ที่ได้เห็นฉากนี้แล้วทำเอาน้ำตาซึม
อีกหนึ่งประเด็นของใครที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วต้องเข้าเมืองมาครั้งแรก จนเกิดคำว่า ‘บ้านนอกเข้ากรุง’ มาพบเจอกับความวุ่นวายของเมืองที่ไม่เคยเจอกับจังหวัดที่ตัวเองมาก่อน เชื่อว่าทุกคนต้องเคยหลงทางเวลามาอยู่ในกรุงเทพแน่ๆ ที่เกาหลีก็เช่นกัน เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่เมื่อมาเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ก็ต้องเข้ามาที่โซล แต่กว่าจะไปจุดหมายได้ใช้เวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ส่องกลางหัว จนลับฟ้าก็ยังหาทางไปไม่ถึงสักที
อย่าง 1994 ที่ตัวละครต้องเข้าเมืองมาเรียน ที่อยู่ห่างไกลบ้านและพ่อ แม่ ต้องมาอยู่ที่หอพักเพื่อความสะดวก ด้วยตัวละครมีคาแรคเตอร์ที่อวดฉลาด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาทางไปยังไง เมื่อนั่งรถไฟฟ้ามาถึงสถานีปลายทางแล้วเขาก็มองหาจุดนัดพบไม่เจอ แล้วทางออกสถานีมีหลายทางไม่รู้ว่าต้องออกทางไหน ไม่กล้าถามใครเพราะกลัวหาว่า บ้านนอกเข้ากรุง จึงเลยนั่งแท็กซี่มันซะเลย แต่เมื่อแท็กซี่รู้ว่าเป็นคนต่างจังหวัดและไม่รู้ทางก็บอกอย่างมั่นใจว่า “ไม่ต้องห่วงเลย ไปถึงจุดหมายแน่ๆ” “เดี๋ยวพี่พาไปอีกเส้นนึง ถนนนี้รถติด ไปอีกทางจะได้ถึงเร็ว” สุดท้ายกลายเป็นขับพาอ้อมไปถึงสถานีต้นทางก่อนที่จะมาถึงบ้านพักก็มืดค่ำพอดี เหตุการณ์นี้หลายคนคงเคยเจอกันมาบ้างไม่ใช่แค่คนต่างจังหวัดเคยเจอแน่ๆ
มาถึงตรงนี้แล้ววิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับชินวอนโฮนั้น เป็นวิธีการเล่าที่ดูแปลกใหม่ และน่าสนใจ ทั้งยุคสมัยที่เอามาเล่า พร้อมทั้งเรื่องเล่าที่สามารถจับใจคนดูได้ ในการเล่าเรื่องของผู้กำกับคนนี้เป็นจุดดีที่เขาสามารถให้ความสำคัญของแต่ละตัวละครได้ ทำให้ได้รู้ถึงมุมมองของคนอีกแบบหนึ่งได้จริงๆ จึงไม่แปลกใจเลยที่ละครทุกๆ เรื่องของเขาประสบความสำเร็จทุกเรื่องเลย คนที่ไม่เคยดูต้องไปดูจริงๆ
ชินวอนโฮ ผู้กำกับซีรี่ย์ทั้ง 4 เรื่อง
โฆษณา