Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บ่นร้อยแปดศูนย์เก้าฯ
•
ติดตาม
3 พ.ค. 2020 เวลา 11:52 • ปรัชญา
จิตวิทยาพื้นฐาน: การทำให้ผู้อื่นเชื่อใจคุณ Part 8
"ล่อเสือออกจากถ้ำ"
กลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ หรือ เตี้ยวหู่หลีซาน (Entice the tiger to leave its mountain lair, 调虎离山, 調虎離山 เป็นหนึ่งในกลศึกสามก๊ก กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการที่ใช้ภาพลวงที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อให้ศัตรูเกิดความประมาท
ภาพจาก วิกิพีเดีย
วิธีนี้จะช่วยให้คุณตรวจวัดระดับความจงรักภักดีของอีกฝ่ายได้ ด้วยการตรวจสอบว่าเขาตอบสนองต่อคำร้องขอของคุณในแต่ละสถานการณ์แตกต่างกันอย่างไร จุดสังเกตก็คือ คนที่ไม่หวังดีกับคุณจะแสร้งทำเป็นคล้อยตามคำขอของคุณ ดังนั้น คุณจึงต้องนำลูกเล่นในเชิงจิตวิทยามาประยุกต์ใช้
กลวิธีนี้แบ่งออกเป็นสองขั้นตอน คือ
1. ให้คุณเริ่มต้นด้วยการขอให้เขาทำหรือให้อะไรบางอย่างแก่คุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีความเสี่ยงและไม่เหลือบ่ากว่าแรง
2. จากนั้นให้ปรับความยากให้สูงขึ้นเล็กน้อยด้วยการขอให้เขาทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
ภาพจาก....ขอมาจากคนสำคัญคนหนึ่งของผมครับ ^^"
ตัวอย่างเช่น: ผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่ง (สมมุติว่าเป็นคุณ) เชื่อว่าพนักงานคนใดคนหนึ่งในสามคนที่มีสิทธิ์เข้าไปในห้องเก็บเอกสารสำคัญ และแอบเปิดแฟ้มที่เก็บข้อมูลลับของบริษัท
คุณจึงพูดกับผู้ต้องสงสัยทั้งสามคน ดังนี้ "เรารู้มาว่ากล้องวงจรปิดของบริษัทจับภาพด้านหลังของคนร้ายได้ (ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน มิฉะนั้นคุณคงไม่ต้องมานั่งสอบสวนอยู่อย่างนี้) และพบว่า เสื้อแจ็คเก็ตของคนร้ายไม่มีตราของบริษัท เข้าใจว่าคงจะทำหลุดไป ฉันจึงอยากให้คุณทั้งสามคนเอาเสื้อแจ็คเก็ตมาให้ฉันดูที่ห้องทำงานหน่อย"
ถึงตรงนี้ คุณก็จะมีผู้ต้องสงสัยสามคนที่พร้อมใจกันนำเสื้อแจ็คเก็ตที่มีตราบริษัทติดอยู๋มาให้คุณ และผู้กระทำความผิดตัวจริงก็จะรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะเขาสามารถแสดงหลักฐานที่ "พิสูจน์" ว่าตนไม่ใช่คนผิด เนื่องจากเสื้อแจ็คเก็ตของเขายังมีตราบริษัทติดอยู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว 'เสื้อแจ็คเก็ตทุกตัวล้วนมีตราบริษัทติดอยู่เหมือนกันหมด'
ต่อไปนี้ก็จะเป็นทีเด็ดของกลวิธีนี้ นั่นคือ เมื่อพนักงานแต่ละคนมาพร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ตของตนเอง คุณก็จะพูดขึ้นมาว่า "ขอโทษที ฉันเข้าใจผิดไปหน่อย จริงๆแล้ว กล้องจับภาพตราบริษัทติดมาด้วย แต่เผอิญภาพค่อนข้างเบลอ ฉันเลยมองไม่ทันเห็นในตอนแรก พวกเจ้าหน้าที่เลยอยากเอาเสื้อไปตรวจสอบดูว่ามีร่องรอยของ 'ผงฝุ่นในห้องเก็บเอกสาร' ติดอยู่หรือไม่ คุณจะทิ้งเสื้อใว้ให้ฉันตอนนี้ หรือว่าจะเอามาให้ฉันหลังเลิกงานก็ได้นะ"
ทีนี้คุณก็สามารถจับไต๋ได้แล้วครับ เพราะพนักงานที่ไม่ได้กระทำความผิดจะรีบเอาเสื้อแจ็คเก็ตมาให้คุณเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในขณะที่ผู้กระทำความผิดจะต้องการเอาเสื้อแจ็คเก็ตไปทำความสะอาด (หรืออาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจหาข้ออ้างแบบข้างๆคูๆเพื่อนำเสื้อแจ็คเก็ตติดตัวกลับไปด้วย)
จากตัวอย่างที่ผมยกมา จะเห็นได้ว่า...ถ้าตอนแรกคุณเลือกที่จะขอให้ผู้ต้องสงสัยทั้งสามคนส่งเสื้อแจ็คเก็ตมาทำการตรวจสอบ คุณย่อมไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหนผ่านการทำความสะอาดมาแล้วบ้าง แต่ถ้าคุณเริ่มต้นจากการหลอกล่อให้ผู้ต้องสงสัยคิดไปอีกทางหนึ่ง เมื่อคุณได้เสื้อแจ็คเก็ตทุกตัวมาอยู่ในครอบครองแล้ว คุณย่อมบอกได้ว่าใครคือผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อคุณและบริษัทตัวจริง!!!
คิดอะไรไม่ออกก็เอารูปที่บ้านตัวเองนี่แหละลง
วันนี้ใว้แค่นี้ก่อนนะครับ ใว้จะมาต่อกันใน Part 9 ภายในวันหรือสองวันนี้แน่นอน... (จากเรื่องของนายบอริส เยลต์ซิน เมื่อวันก่อน มีคนขอ มิฮาอิล กอร์บาชอฟ กับ ริชาร์ด นิกสันใว้ด้วย และผมก็มีข้อมูลจากเอกสารเก่าตรงนี้อยู่พอดี ดังนั้น พรุ่งนี้น่าจะเป็นใครสักคนในสองคนนี้แน่ๆครับ)
ปล.ยาวมากๆด้วยอ่า...
ขนมจีนนำยาป่า จากฝีมือของใครบางคน หุหุ
#PassiveDeathWish
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
จิตวิทยาพื้นฐาน: การทำให้คนอื่นเชื่อใจคุณ
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย