5 พ.ค. 2020 เวลา 05:35 • กีฬา
อาถรรพ์เสื้อสีเทา ชุดเยือนฤดูกาล ปี 1995/1996 เป็นชุดที่น่าอับอายที่สุดของสโมสรแมนฯยู เพราะใส่ชุดเยือนสีเทาของอัมโบรเล่นนอกบ้านในพรีเมียร์ ลีก ไป 5 นัด แพ้ไป 4 เสมอ 1 ไม่ชนะเลยสักนัด
1
เรียกได้ว่า หลอนแฟนผีรุ่นเก๋ามาจนถึงปัจจุบัน ถ้ามีภาพหลุดเสื้อฤดูกาลใหม่ มีสีเทาหลุดมาเมื่อไร ผวากันเป็นแถบ เพราะเสื้อสีเทานี้ ได้ชื่อว่าเป็นเสื้อที่น่าอับอายที่สุด ทั้งที่ใส่ในยุคที่ผีรุ่งเรืองแท้ๆ
เสื้อตัวดังกล่าว ผลิตมาให้ใส่เล่นเป็นทีมเยือนในปี 1995/96 ใช้ใส่เพียง 5 นัด คือ
- แอสตัน วิลล่า (แพ้ 3-1)
- อาร์เซนอล (แพ้ 1-0)
- น็อตติงแฮมฯ (เสมอ 1-1)
- ลิเวอร์พลู (แพ้ 2-0)
- และ เซาป์แธมตัน (แพ้ 3-1)
เพียงแค่นัดแรก นัดเปิดฤดูกาล 1995/1996 ก็บุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า 3-1 เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ดีของพลพรรคปีศาจแดง
หลังจากตัดสินใจขายผู้เล่นกำลังหลักของทีมไปก่อนหน้า อย่าง มาร์ค ฮิวส์,พอล อินซ์ และแคนเชสกี้
และเฟอร์กูสัน จะหันไปใช้งานพวกบรรดาลูกกรอกในยุคนั้น ที่เริ่มปีกกล้าขาแข็งกันแล้ว อย่างพวก Class' of 92 ซึ่งนำมาซึ่งคำถามแบบโอเล่ในปัจจุบันนี่แหละว่า จะไหวหรอ??
และเป็นที่มาของวลีที่ว่า "คุณไม่มีวันคว้าแชมป์เพราะเด็กพวกนี้" จากปากของ อลัน แฮนเซ่น ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์เกมส์เปิดฤดูกาลดังกล่าวนั่นแหละ (แต่สุดท้าย แมนฯยู เป็นแชมป์เพราะเด็กพวกนี้ว่ะ)
กลับมาที่เรื่องเสื้อ 55555 โดยในซีซั่นนั้น มีเรื่องราวหนึ่งที่เกี่ยวกับเสื้อสีเทานี้ ใส่แล้วจะแพ้ คือใส่ทีไรจะเล่นกันไม่ดี จ่ายบอลเสียง่ายๆ มาก แบบหลุดฟอร์มของทีมที่ลุ้นแชมป์
ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ปีศาจแดงจะพยายามไล่จี้นิวคาสเซิ่ลจ่าฝูง ณ ขณะนั้น แมนฯยู มีคิวไปเยือนเซาป์แธมตัน ทีมหนีตกชั้น และจะใส่เสื้อเทาลงประจัญบานในวันนั้น
และ อเล็ก เฟอร์กูสัน ได้สร้างตำนานเปลี่ยนชุดแข่งสีเทาแบบกลางคัน ในเกมส์ที่สู้กับนักบุญ "เซาป์แธมตัน" ในช่วงท้ายฤดูกาล หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังในครึ่งแรกถึง 3 ประตู โดยได้เปลี่ยนเป็นชุดสีน้ำเงิน-ขาว ลงมาในครึ่งหลัง แบบดื้อๆ โดยไม่ถามไถ่ใดๆ กับฝ่ายจัดการแข่งขันทั้งสิ้น
ครึ่งหลัง พอเปลี่ยนไปใส่สีน้ำเงินขาว ก็เล่นได้ดีขึ้นกว่าครึ่งแรกจริงๆ และก็สามารถตีไข่แตกมาได้ 1 ประตู แต่ก็แพ้ไป 3-1 อยู่ดี
เกรี่ เนวิลล์ คือผู้ที่อยู่ในทีมวันนั้นได้มาเล่าภายหลังจากเลิกเล่นไปแล้วถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า ไม่ได้เปลี่ยนเพราะไสยศาสตร์ แต่เปลี่ยนโดยอิงจาก
วิทยาศาตร์ต่างหาก
"ป๋าหยิบเสื้อขึ้นมา ป๋าเกลียดเสื้อตัวนี้มาก แต่จริงๆมันเป็นเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลัง"
"ทุกวันนี้แฟนบอลมักจะเอาเรื่องสีเสื้อตัวนี้มาเป็นมุกตลกขำๆ ว่า เราแพ้รัวๆ เพราะเสื้อสีนี้ สีนั้น ก็พูดกันไปเรื่อยอ่ะ"
"ป๋าจ้างอาจารย์จากมหาลัยลิเวอร์พลู ที่เชี่ยวชาญด้านการมองเห็น ชื่อว่า โปรเฟสเซอร์ Gail Stevenson มา สองครั้ง/สัปดาห์"
"คนต่างบอกว่า พวกเราใส่สีนี้แล้ว ไม่ฟิต วิ่งไม่ออก ยิงประตูไม่คมบ้างหล่ะ แต่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์เสื้อบ้าบอนั่น เรื่องความฟิตมันจะมาเมื่อทำงานหนัก(ซ้อม) ความคมมันก็เป็นเรื่องของการตื่นตัว และการจ่ายบอลมันขึ้นอยู่กับการมองเห็นเพื่อนได้เร็ว เรียกง่ายๆว่า เซ๊นบอล"
"เกลอธิบายให้ เซอร์ อเล็กฟังว่า มันมีรายละเอียดต่างๆ ที่เราต้องทำ เธอบอกว่า ให้ลองจินตนาการว่ามีผู้คนจำนวนมากอยู่ด้านหลังคุณ และมันก็จะมีสี่ที่คุณสามารถมองเห็นได้ก่อนอย่างรวดเร็วกว่าสีอื่นๆ ที่มันโดดเด่นขึ้นมา"
"เธอยกตัวอย่างให้ชัดเจนอีกว่า เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ต้องใส่เสื้อเหลืองสว่างๆ บนทางด่วน ก็เพราะว่า ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาจะมองเห็นไง และเขาเหล่านั้นไม่มีทางใส่สีเทา เพราะมันกลืนกับถนนบนทางด่วน"
เธอจึงสรุปให้ ป๋าว่า เพราะเรื่องนี้แหละ มันไม่ถูกต้องค่ะป๋า ผู้เล่นของเราไม่สามารถมองเห็นเสื้อสีเทานี่ได้รวดเร็วพอ เวลามีคนอยู่ไกล้ๆ ตรงนั้นแน่นอนค่ะป๋าขา"
"ซึ่งตรงนี้เรารู้มาสักระยะหนึ่งก่อนเจอเซาป์แธมตันแล้ว จริงๆ ป๋าเฟอร์กี้ จะไม่ให้ใช้ชุดสีนี้ตั้งแต่รู้เหตุผลแล้ว และให้ผู้เชี่ยวชาญประสานกับสายผลิตเสื้อแข่ง โดยพยายามบอกให้ทำเสื้อที่มันเด่นและเห็นได้ง่าย"
จากคำให้การของ เนวิลล์ผู้พี่ ผู้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เห็นได้ชัดว่า แท้จริง มันเป็นเรื่องเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายเหตุผลของฟอร์มที่ตก เวลาใส่เสื้อสีเทานั้น ไม่ใช่ความเชื่ออย่างที่ลือๆ กัน
และนิสัยของเซอร์ อเล็ก คงไม่เชื่อเรื่องความเชื่ออาถรรพ์สีเสื้อ แล้วสั่งเปลี่ยนสีเสื้อตอนพักครึ่ง กลางคันแบบนั้นเพียงเพราะแก้เคล็ดอะไรหรอกครับ
เกมส์ดังกล่าวเป็นที่กล่าวขานมาถึงปัจจุบันนี้ แมนฯยู ที่กำลังไล่จี้แย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล และกำลังเข้าฝักนั้น เจอกับทีมหนีตกชั้นอย่างนักบุญ แต่กลับโดนกระทำชำเลาในครึ่งแรกไปถึง 3 ดอก และถูกสั่งให้เปลี่ยนสีเสื้อตอนพักครึ่ง พอครึ่งหลังกลับมา มันเล่นดีขึ้นจริง ๆ ได้มา 1 ประตู แต่ไม่พอ แพ้ไปอยู่ดี
หลังจากฤดูกาลนั้น แมนยู ภายใต้การบังคับบัญชาของพญาหมื่นเฟอร์กี้ ไม่อนุญาตให้ทำเสื้อสีเทาออกมาใส่อีกเลย
และเสื้อสีเทามันมาอีกครั้ง ดมื่อปีก่อน เป็นเสื้อสีเทาลายตำนานทรินิตี้ ในยุคของมูริญโญ่ ปี 2017/2018 ก็ว่าวแชมป์ไปอย่างที่ทราบกันแหละครับปีนั้น อิอิ
สรุปนะครับ จากการให้ข้อมูลของ แกรี่ เนวิลล์ ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกมาอีกทีว่า เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อาถรรพ์ ที่ใส่สีนี้แล้วจะแพ้ มันเป็นเรื่องของการที่ทำให้การมองเห็นเพื่อนร่วมทีมในสนามช้าลงกว่าสีอื่นๆ ที่เด่นกว่าเสมอ มันเป็นเรื่องของประสาทสัมผัส
การเปลี่ยนเสื้อในนัดเจอเซาป์แธมตัน ก็ไม่ใช่การตัดสินใจปุบปัป แต่ทราบเหตุผลมาก่อนแล้ว และพอใส่ลงไปฟอร์มผิดรูปชัดเจนจริงๆ จึงทำให้เซอร์สั่งเปลี่ยนเสื้อโดยด่วน โดยไม่ได้เอาเรื่องความเชื่อมาประกอบการตัดสินใจในครั้งนั้นเลย
อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนเสื้อในครั้งนั้น ก็โดนปรับเงินจากการทำผิดกฎเรื่องเปลี่ยนชุดแข่งลงเล่นไม่ตรงกับที่แจ้งเอาไว้ในตอนแรก ปรับไป 10,000 ปอนด์
แต่ในท้ายที่สุด หลังจากแพ้นักบุญ แมนยู ก็เครื่องร้อนชนะ 3 นัดรวดในลีก ปาดหน้านิวคาสเซิลคว้าแชมป์มาได้ และไปชนะลิเวอร์พลูในนัดชิง เอฟเอคัพ ได้อีกถ้วยหนึ่ง
และหลังจากฤดูกาลนั้น เสื้อสีเทาก็ไม่มีให้เห็นในยุคเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน อีกเลย
และนี่คือภาพที่แชร์กันว่า "หลุด" เสื้อเยือนสีเทาในฤดูกาลหน้า 2020/2021 เตรียมรับแรงอาถรรพ์ 5555555
- กดไลค์ 👍👍👍
-กดแชร์ 👈👈👈👈
- กดติดตาม ให้ยอดมันขึ้นบ้างเถอะครับ 555 ❤❤
ไม่กดอะไร แต่หลงเข้าอ่านมาถึงตรงนี้ ก็ขอขอบคุณนะครับ🙏🙏🙏
เครดิตข้อมูล
- ศาลาผี/thsport.com/column-2442.html
- TNN/today.line.me (เสื้ออาถรรพ์)
- Eric the king/redarmyfc.com/content.php?id=1276
ขออนุญาตและขอขอบคุณสำหรับข้อมูล ไว้ตรงนี้ครับ
โฆษณา