Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Guide Talk
•
ติดตาม
4 พ.ค. 2020 เวลา 18:12 • ท่องเที่ยว
ขอเล่าเรื่อง "เมืองชากังราว"
หากพูดถึงเมือง "ชากังราว" ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ก่อนอื่นไกด์ต้องขอยอมรับค่ะว่าครั้งแรกที่ได้ยินและรู้จักเมืองชากังราวก็เนื่องมาจากเมื่อครั้งที่เป็นนักศึกษาเคยได้รับประทาน “เฉาก๊วยชากังราว” แล้วเกิดติดใจว่า ทำไมเฉาก๊วยนี้จึงมีชื่อเรียกว่าเฉาก๊วยชากังราว จึงสอบถามไปยังคนขายเฉาก๊วย แล้วได้คำตอบกลับมาว่า เนื่องจากเฉาก๊วยนี้ผลิตในย่านชากังราว จ.กำแพงเพชร ด้วยเหตุนี้ล่ะค่ะ จึงจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจมาโดยตลอด กระทั่งวันหนึ่งได้เข้ารับการอบรมวิชาชีพมัคคุเทศก์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และได้ออกภาคสนามไปยังอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จึงได้รู้ว่าที่ชากังราว จ.กำแพงเพชรนั้นไม่ได้มีชื่อเสียงและความสำคัญในการผลิตเฉาก๊วยเท่านั้น
ตามประวัติศาสตร์ กล่าวว่า กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เดิมเรียกชื่อว่า "เมืองชากังราว" และมีเมืองบริวารรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก การที่กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านรับศึกสงครามในอดีตอยู่เสมอ จึงเป็นเมืองยุทธศาสตร์มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น กำแพงเมือง คูเมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ มีหลักฐานว่าเดิมเคยเป็นที่ตั้งของเมือง 2 เมือง คือ เมืองชากังราว และเมืองนครชุม โดยเมืองนครชุมสร้างขึ้นก่อน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง พระเจ้าเลอไท กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1800 ต่อมาสมัยพระเจ้าลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัยได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของลำน้ำปิงคือ "เมืองชากังราว"
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงบันทึกเรื่อง กำแพงเมืองไว้ว่า "เป็นกำแพงเมืองที่เก่าแก่ มั่นคง ยังมีความสมบูรณ์มาก และเชื่อว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย"
ปัจจุบันจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะมีโบราณสถานเก่าแก่ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่งรวมอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร บนทางหลวงหมายเลข 101 ซึ่งกรมศิลปากรได้ดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่จัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งโบราณสถานของเมืองกำแพงเพชร เกือบทั้งหมดเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์ โดยมีอายุไม่เก่าไปกว่าปลายพุทธศตวรรษที่19 พุทธศาสนาในสมัยนั้นมีพระสงฆ์สองฝ่ายคือ ฝ่ายคามวาสีหรือคณะสงฆ์ที่ตั้งวัดอยู่ในเมืองและฝ่ายอรัญวาสีหรือคณะสงฆ์ที่ตั้งวัดอยู่นอกเมืองหรือในป่า
โบราณสถานภายในเขตกำแพงเมือง
วัดพระแก้ว ตั้งอยู่กลางเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดที่สำคัญอยู่ติดกับบริเวณวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือวัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย กำแพงวัดเป็นศิลาแลงกลมทั้งท่อนสูงประมาณเมตรเศษแผนผังของวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานไปกับกำแพงเพชร กำแพงวัดขาดเป็นตอน ๆ สิ่งก่อสร้างภายในใช้ศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่ ตรงกลางของวัดมีพระเจดีย์กลมแบบลังกาองค์ใหญ่เป็นประธาน ฐานสี่เหลี่ยม ที่ฐานทำเป็นซุ้มคูหาโดยรอบมีสิงห์ยืนอยู่ในคูหาแต่ชำรุดหมด วัดพระแก้วนี้หลังจากขุดแต่งแล้วปรากฏว่า พบฐานเจดีย์แบบต่างๆ กัน รวม 35 ฐาน วิหารใหญ่และเล็ก 8 วิหาร ฐานโบสถ์ 3 แห่ง ซึ่งแสดงว่าเป็นวัดใหญ่ และสำคัญมากมาก่อน ปัจจุบันงานนบพระเล่นเพลง และงานวันสารทไทยกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร ก็จัดให้มีขึ้นในบริเวณวัดพระแก้วแห่งนี้
วัดพระธาตุ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของวัดพระแก้ว เจดีย์ประธานภายในวัดเป็นแบบเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยมที่ซ้อนลดหลั่นกัน องค์ระฆังค่อนข้างเล็ก อันเป็นรูปแบบเฉพาะของเมืองกำแพงเพชร
โบราณสถานเขตนอกกำแพงเมือง (อรัญญิก)
วัดพระนอน เป็นวัดขนาดใหญ่ สิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นศิลาแลงแทบทั้งสิ้น ด้านหน้าของวัดมีบ่อน้ำ ห้องน้ำ และศาลาพัก ภายในวัดตอนหน้าสุดเป็นฐานอุโบสถเสาแปดเหลี่ยม ถัดไปเป็นวิหาร เสาวิหารใช้ศิลาแลงแท่งเดียวที่มีขนาดสูงใหญ่ปักเรียงรายอยู่ภายในอาคารโครงหลังคาเดิมเป็นเครื่องไม้ ผนังวิหารเรียงศิลาแลงเป็นผนังช่องลูกกรงหรือช่องลม ถัดจากฐานวิหารไปทางด้านหลังเป็นเจดีย์ประธานทรงระฆังฐานแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองกำแพงเพชร
วัดพระสี่อิริยาบถ ต่อจากวัดพระนอนไปทางทิศเหนือในแนวกำแพงวัด ติดต่อกันถึงวัดพระสี่อิริยาบถ หรือที่เรียกกันเป็นสามัญว่าวัดพระยืน วัดนี้มีบ่อน้ำและที่อาบน้ำอยู่หน้าวัดเช่นเดียวกับวัดพระนอน กำแพงวัดเป็นศิลาแลงปักตั้งล้อมสี่ด้าน มีทางเข้าปูด้วยศิลาแลง มีศาลาโถงปลูกคร่อมทางเดินเป็นเสา 4 แถว 5 ห้อง ต่อจากศาลาหน้าวัดมีประตูเข้าไปในบริเวณวัดถึงฐานศิลาแลงใหญ่ มีเสาลูกกรงเป็นศิลาแลงเหลี่ยมและมีทับหลังที่ฐานชุกชี มีรอยตั้งพระพุทธรูปนั่งด้านหลังวิหาร มีบันไดลงติดต่อกับมณฑปพระอิริยาบถ โดยรอบมณฑปกำแพงแก้วเตี้ยๆนั้นเหลือเพียงแต่ฐาน มีประตูเข้าด้านข้าง 2 ข้าง และด้านหลังเป็นมณฑปสี่หน้า ด้านหน้ามีพระพุทธรูปปางลีลา ด้านข้างเหนือมีพระพุทธรูปนั่ง พระพุทธรูปปูนปั้นทั้งสามด้าน ชำรุดเหลือซากพอเป็นรอยให้ดูรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปเท่านั้น แต่ก็เป็นหลักฐานที่แสดงให้รู้ว่า เป็นพระพุทธศิลปแบบสุโขทัยสกุลช่างกำแพงเพชร
วัดช้างรอบ ตั้งอยู่บนยอดเนินสูงสุดของเขตอรัญญิก สิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งยอดหักพังหมดแล้ว ฐานสี่เหลี่ยมด้านล่างสูงใหญ่ มีบันไดอยู่ที่กลางด้านทั้งสี่เพื่อขึ้นไปถึงลานด้านบนหรือลานประทักษิณ ฐานล่างประดับช้างปูนปั้นครึ่งตัวจำนวน 68เชือก ตัวช้างทำลายปูนปั้นที่แผงคอ โคนขา และข้อขา ระหว่างช้างแต่ละเชือกตกแต่งลายปูนปั้นนูนสูง จากการขุดแต่งที่ฐานเจดีย์ได้ปรากฏพบบรรดาลวดลายต่างๆ เป็นดินเผารูปนางรำ รูปยักษ์ รูปหงส์ รูปหน้าเทวดา และหน้ามนุษย์ ซึ่งตามลักษณะโบราณวัตถุเป็นศิลปอาณาจักรอยุธยาตอนต้น หรือสุโขทัยตอนปลาย
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสมัยต่างๆที่ขุดค้นพ้นพบในจ.กำแพงเพชร ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ในเวลาราชการทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
อัตราค่าเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร แบ่งเป็นเขตภายในกำแพงเมืองและเขตนอกกำแพงเมือง สำหรับชาวไทย เขตละ20บาท ชาวต่างชาติเขตละ100บาท หากต้องการเข้าชมทั้งเขตภายในฯและภายนอกฯ บัตรเข้าชมแบบรวมสำหรับชาวไทย30บาท และชาวต่างชาติ150บาท
การเดินทางโดย รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดกำแพงเพชร รวมระยะทาง 358 กิโลเมตรทางเข้าตั้งอยู่นอกเมืองกำแพงเพชรไปประมาณ 5 กิโลเมตรตามถนนสายกำแพงเพชร-พรานกระต่ายเลี้ยวซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 360
รถโดยสารประจำทาง มีรถประจำทางปรับอากาศชั้น 1 จากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 สู่จังหวัดกำแพงเพชรทุกวัน ทั้งบริษัทเอกชนและบริษัทขนส่งจำกัด ลงที่สถานีขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร แล้วต่อรถเช่าไปที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรค่ะ
*หมายเหตุ ข้อมูลวัน-เวลาการเข้าชม อัตราค่าเข้าชม และการเดินทาง เป็นข้อมูลปกติในช่วงก่อนสถานการณ์ไวรัสโควิด-19ระบาด
ข้อมูลอ้างอิง อ่านประกอบ:
https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3
https://kamphaengphet.mots.go.th/ewt_news.php?nid=420&filename=index
เครดิตภาพ :
คลังภาพออกทริปมัคคุเทศก์ม.นเรศวร รุ่นที่8
1 บันทึก
18
23
5
1
18
23
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย