8 พ.ค. 2020 เวลา 07:25 • กีฬา
อาจไม่เด่นเท่า จอห์น บาร์นส์ ไม่ห้าวเท่า เรย์ เฮาจ์ตัน แต่ รอนนี่ วีแลน เกิดมาเพื่อสร้างสมดุลให้กับ ลิเวอร์พูล
หนึ่งในมิดฟิลด์ที่ปิดทองหลังพระมาตลอดในยุคที่หงส์แดง รุ่งเรือง วีแลน ยืนตำแหน่งกองกลางตัวเชื่อมเกมคอยช่วยเหลือแผงเกมรุกที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษหรือแม้แต่ในยุโรป อย่าง บาร์นส์ ,เบียร์ดสลี่ย์,เฮาจ์ตัน,อัลดริดจ์ และ เอียน รัช
ใครจะเคยรู้บ้างว่าสมัยวัยรุ่น วีแลน คือแฟนบอลตัวจริงของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนฯยูไนเต็ด จนถึงขนาดเคยไปร่วมฝึกซ้อมและทำผลงานได้ดี จนได้จับมือกับตำนานผีแดงทั้ง จอร์จ เบสต์,เดนิส ลอว์, บ็อบบี้ ชาล์ตัน
แต่กลายเป็น เจ้าม้าลายเขียวขาว กลาสโกว์ เซลติก จาก สก็อตแลนด์ ที่ใกล้เคียงจะได้ลายเซ็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 19 จากไอร์แลนด์มากที่สุด แต่เมื่อมีข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล เข้ามาทุกอย่างก็จบ
แต่ใช่ว่าทางเดินของเด็กหนุ่มจากไอริช จะโรยด้วยกลีบกุหลาบ 18เดือนแรก วีแลน ยังไม่สามารถขึ้นเป็นตัวหลักหรือยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้เลย จนเขาสารภาพว่า ท้อแท้ และมีความคิดที่อยากจะย้ายออกเพื่อหาโอกาสในการลงสนาม
จนกระทั่งนัดชิง มิลล์คัพ (คาราบาวคัพในปัจจุบัน ) วีแลน ตะบันสองประตูส่งลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ไปอย่างสวยงาม แฟนๆต่างพูดถึงฟอร์มของ วีแลนในนัดนั้น หลังจากนั้นวีแลนไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย
3 ปีแรกในฐานะนักเตะชุดใหญ่เขาคว้าแชมป์ไปถึง 7ครั้ง แชมป์ลีกสูงสุด 3 ครั้ง มิลล์คัพ( คาราบาวคัพ) 3ครั้ง ยูโรเปี้ยนส์คัพ(ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ) อีก 1 ครั้ง
วีแลนเติบโตบนเส้นทางนักเตะอย่างแข็งแกร่ง เขาเล่นได้ในระดับ มาสเตอร์พีซ สไตล์การเล่นของเขาถ้าเทียบกับนักเตะรุ่นหลังๆก็คือ ชาบี อลอนโซ่ ที่ถอดแบบกันมาเปี๊ยบ ทั้งการวางบอลยาว การจ่ายบอลที่ชาญฉลาดตัดแนวรับคู่แข่งจนขาดวิ่น แม้กระทั่งการเล่นเกมรับ ที่ทั้ง วีแลน และ อลอนโซ่ จะเล่นเหมือนกันมากๆที่สามารถเล่นเกมรับได้ดีโดยไม่ต้องเล่นเกมหนักหรือเล่นเกมโหดเหมือนมิดฟิลด์ตัวรับทั่วไป
ช่วงที่พีคที่สุดของ วีแลน เป็นช่วงกลางของยุค 80 ที่เซอร์ เคนนี่ เดลกลิช ในขณะนั้น จับให้เขาลงเล่นคู่กับ สตีฟ แม็คมาน ซึ่งนั่นคือส่วนผสมที่ลงตัวมีทั้ง บู๊และ บุ๋น ปีกซ้ายคือ จอห์น บาร์นส์ ปีกขวา คือ มิดฟิลด์ไดนาโม อย่าง เรย์ เฮาจ์ตัน นี่คือ มิดฟิลด์ที่น่าจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดในยุโรปช่วงนั้น ซึ่งหากตอนนั้น สโมสรไม่ถูกแบนจากยุโรปด้วยเหตุการณ์ที่ เฮย์เซย์ สเตเดี้ยม ทีมชุดนี้น่าจะคว้าแชมป์ยุโรปเพิ่มอย่างน้อยอีก 2 ครั้ง
เขาคือนักเตะที่อยู่ในจุดที่สูงสุดของสโมสร และจุดที่ต่ำที่สุดเช่นกัน วีแลน เป็นนักเตะที่อยู่ใน เหตุการณ์โศกนาฐกรรมทั้งสองครั้ง ทั้งที่ เฮย์เซย์ และ ที่ ฮิลล์โบโร่ เขาอยู่และเห็นเหตุการณ์ทั้งสองด้วยตาของเขาเอง
วีแลน กล่าวกว่าเหตุการณ์ที่ ฮิลล์โบโร่ นั้น สาหัสและเจ็บปวดกว่า สัปดาห์หลังจากเหตุการณ์นั้นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา "มันยากเหลือเกินกับการทำใจให้กลับมาเตะฟุตบอลในสนามอีกครั้ง " วีแลนกล่าว " จนในที่สุดเราก็คิดว่า ทีมเป็นหนี้เดอะค๊อปที่ล่วงลับและครอบครัวของพวกเขา ลิเวอร์พูล ต้องไปต่อ และสุดท้ายเราก็คว้าแชมป์เอฟเอคัพมาให้พวกเขาได้ในที่สุด
นอกจากนั้นเขายังเป็นสมาชิกคนสำคัญที่อยู่ในชุดที่คว้าแชมป์ลีกครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 1989 -1990 น่าเสียดายที่หลังจากนั้น อาการบาดเจ็บตามเล่นงานเขาจนต้องหยุดพักเป็นเวลานาน และบ่อยครั้ง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในแอนฟิลด์ จึงทำให้เขาไม่สามารถช่วยทีมได้มากนักในยุคของ แกรม ซูเนสส์
จนสุดท้ายเขาก็ถูกปล่อยตัวไปอยู่ เซาเอนด์ และก้าวไปเป็นผู้เล่นผู้จัดการทีมที่นั่นในฤดูกาลต่อมา ฝากผลงาน ลงเล่นในแอนฟิลด์รวม 493 นัดทำไป 73 ประตู ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุด รวม 6 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพในฤดูกาล 1983-84 แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย ,ลีกคัพ 3 สมัย ,ซูปเปอร์คัพ 1สมัย และแชมป์แชร์ริตี้ชิลล์อีก 5 ครั้ง วีแลน อยู่กับ ลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 13 ฤดูกาล
โฆษณา