เคยเป็นไหม? บางทีมีเรื่องเล็กๆน้อยๆมากวนใจ แล้วเราเอาไปปรึกษาเพื่อนหรือคนไกล้ชิดแต่เค้ากลับสะบัดบ๊อบใส่ บอกกับเราว่า “โธ่เอ๊ย! เรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้งอย่างนี้ก็อุตส่าห์เก็บมาใส่ใจ” พร้อมแถมท้ายให้เก๋ๆว่า “มึงน่ะ คิดมาก”
แต่บางทีเรื่องที่เราหรือหลายๆคนคิดว่ามันคือ “เรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง” บางครั้ง(ที่ผู้เขียนเคยได้พบและประสบกับตัวเอง) ก็สร้างความเสียหาย หรือ “เกือบสร้างความเสียหาย”อันใหญ่หลวงให้กับตนเองและผู้อื่นทั้งทางที่เป็นรูปธรรมและทางความรู้สึก หากคุณเลี้ยวผิดแค่เสิ้ยวองศาเดียว
เคยถามตัวเองกันไหม? ว่าทำไมเรื่องบางเรื่องที่กวนใจเรามันถึงกวนอยู่นั่นแหละ เรื่องบางเรื่องก็เหมือนจะลืมได้ง่ายๆ แต่ทำไมบางทีเราเอาเรื่องนี้ออกจากหัวไม่ได้เลย เผลอเมื่อไหร่เป็นต้องแว๊บมา แว๊บมาอยู่นั่น มันแสบๆคันๆจนบางคนอาจหันไปด่าคนที่อยู่ไกล้ๆเป็นการระบายอารมณ์และความอึดอัดที่มีอยู่ในใจ
ขอบอกไว้ตรงนี้เลยค่ะ ว่าคนเขียนเองก็เป็น เป็นบ่อยจนบางทีไม่ค่อยมีใครอยากคุยด้วย ถ้าเห็นเราตาลอยๆ(แต่ไม่ใช่เมายานะคะ) เพื่อนๆรอบข้างจะค่อยๆล่องหนหายไปทีละคนสอง
ถ้าใครหนีไม่ทันก็จะโดนถามคำถามประเภท “เธอว่าทำไม......” “เธอรู้ไหมว่าถ้าขืนเป็นแบบนี้อาจจะ....” “เธอว่ามันใช่แล้วเหรอที่....”
ซึ่งจากประสบการณ์ คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามเปิดประเด็น”วิวาทะ” ทางความคิด ทางอารมณ์และทางความรู้สึกที่อาจจะตีวงขยายวงกว้างถึงขั้นไม่พูดกันเป็นปีสองปีไปเลยก็มี
แล้วอย่างนี้แค่หัวข้อสนทนา “ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง” อย่างเรื่อง “มึงว่ามันถูกแล้วเหรอ...ที่เพื่อนบ้านกูใช้ให้หมามัน มาขี้ที่หน้าบ้านเพื่อนบ้านอีกคน (ที่ก็ไม่ใช่หน้าบ้านกู)”
หลังจากนั้นบทสนทนาจะเป็นไปในรูปแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของคนสองคนเท่านั้นล่ะค่ะ ว่าจะเป็นศพหรือจะจบสวย
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็แค่จะบอกว่าผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ขี้สงสัยและใคร่รู้ในเรื่องอะไรๆที่คนทั่วไปเค้าคิดว่ามันเป็นเรื่อง “ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง” แล้วอยากจะเอามาเขียน มาเล่า มาระบายความในใจ (เพราะคนใกล้ตัวเค้าก็ออกจะเบื่อหน่าย) ในเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันของเรา
เผื่อจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจใครได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
ขอบคุณและสวัสดีค่ะ ^^
  • 3
โฆษณา