Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
จุดสกัดSocial
•
ติดตาม
10 พ.ค. 2020 เวลา 07:34 • ธุรกิจ
การบินไทยหนี้ท่วมฟ้า
ผมให้เวลาไปแก้ไข 5 ปีแล้ว ยังไม่สำเร็จครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย นี่คือคำประกาศิตจากปากนายกรัฐมนตรี ที่มีต่อการบินไทย วันนี้เราจะมาย้อนความหลังกับมหกรรมการขาดทุนของการบินไทย เป็นอย่างไร ไปฟังกัน
ประวัติการบินไทยจำกัดมหาชนถือกำเนิดมาจากการที่รัฐบาลไทยให้บริษัทเดินอากาศจำกัดกับสายการบินสแกนดิเนเวีย ทำสัญญาร่วมทุนระหว่างกันเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2502 จากนั้น 29 สิงหาคม 2503 บริษัทการบินไทยได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นด้วยเงินทุนประเดิม 2 ล้านบาทและในวันที่ 1 เมษายน 2531 เดินอากาศไทยได้รวมเข้ากับการบินไทยเพื่อให้เป็นสายการบินแห่งชาติแห่งเดียว และในที่สุดการบินไทยจึงเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2537 จัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ 51%
วันที่ 31 มีนาคม 2563 การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินทุกสายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่สำคัญการบินไทยขาดทุนไปแล้ว 12,042 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าการบินไทยจะขาดทุนถึง 100,000ล้านบาท
รู้ไหมทุกวันนี้ธุรกิจการบินทั่วโลกระส่ำหนักอยู่ในช่วงขาลงจากการแพร่ระบาดของ โควิด 19 แม้แต่เจ้าพ่อหุ้นรายใหญ่อย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังตัดสินใจขายหุ้นธุรกิจการบินทิ้ง ทั้ง 4 สายการบินใหญ่ เดลต้า airline, เซาท์ airline, อเมริกัน airlines, ยูไนเต็ด airlines,
มีมูลค่าทางการเงินกว่า 211,000 ล้านบาท
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้สารภาพกับผู้ถือหุ้นของเขาว่า เขาได้ตัดสินใจผิดพลาดมาก ที่ลงทุนในธุรกิจสายการบิน
หากมองย้อนกลับมาที่การบินไทย ได้มีรายงานว่าแผนฟื้นฟูของการบินไทยนั้น ไม่มีแผนการสร้างรายได้ ไม่มีแผนการบริหารหนี้ ไม่มีแผนการใช้จ่ายตามกรอบเวลาที่ชัดเจน และทุกแผนระบุว่ามีความเสี่ยง ที่สำคัญที่สุดไม่วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิด 19
นั่นจึงทำให้ประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนตั้งคำถามตัวโตๆต่อการบินไทยว่า รัฐบาลนั้นสมควรที่จะเอาเงินภาษีของพวกเราทุกคนไปอุ้มการบินไทยต่อหรือไม่
กลับไปอีกหน่อย เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อปี พ.ศ 2559 บริษัทการบินไทยนั้นมีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 50,000 ล้านบาท ระยะเวลาเพียง 3 ปี เท่านั้น มูลค่าทางการตลาดลดลงเหลือเพียง 6,500 ล้านบาท ซึ่งหายไปมากแบบน่าตกใจ
สมมติเมื่อปี พ.ศ 2553 หากเราลงทุนด้วยเงิน 1 ล้านบาทต่อหุ้นการการบินไทย ปัจจุบันตอนนี้ จะเหลือเพียง 54,000 บาท ซึ่งคิดเป็นการขาดทุนถึง 95 % ซึ่งสูงมาก
และในเวลาต่อมาได้มีอดีตผู้บริหารการบินไทยเคยออกมาเตือนว่าการบินไทยจะปีกหัก จากการบินไทยรักคุณเท่าฟ้า จะกลายเป็น การบินไทยหนี้ท่วมฟ้า
เพราะต้นทุนต่อที่นั่งนั้นสูงมาก การบินไทยมีต้นทุน กม.ละ 70 บาท
บางกอกแอร์เวย์ มีต้นทุน กม.ละ 90 บาท
นกแอร์ มีต้นทุนกม. ละ 40 บาท
ไลออน แอร์ มีต้นทุนกม. ละ 65 บาท
ในเมื่อต้นทุนแพงขนาดนี้ก็เหมือนกับเสียเปรียบตั้งแต่ต้น ยังไม่ทันวิ่งก็บาดเจ็บแล้ว แค่เส้นทางกรุงเทพฯ - ภูเก็ต ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร
แอร์ เอเชีย มีต้นทุนเพียง 1,115 บาท
ส่วนการบินไทย มีต้นทุนถึง 2,590 บาท
อีกประเด็นที่อดีตผู้บริหารนั้นหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือเรื่องการที่มีพนักงานบนเครื่องบินมากเกินความจำเป็น ไทเกอร์แอร์ มีพนักงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 คน ต่อ 1 ลำ
ส่วนการบินไทย มีถึง 42 คน ต่อลำ
อีกเรื่องปิดท้ายที่ถูกหยิบยกมา เมื่อปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลได้ไฟเขียวให้ซื้อเครื่องบินแอร์บัส a 340-500 ด้วยเงินลงทุนหลายหมื่นล้านบาทเพราะต้องการขยายเส้นทางการบินจากกรุงเทพฯ ไปนิวยอร์ก แต่เส้นทางนี้ก็บินได้แค่ 31 เดือนก็ต้องหยุดชะงักลงไป เพราะเจ๊งไม่มีชิ้นดี หนักหนาสาหัสสากรรจ์ ขาดทุนไปถึง 7,000 ล้านบาท
เนื่องจากว่าเครื่องบินรุ่นนี้กินน้ำมันมาก ที่สำคัญการบินไทยไม่ได้ขายเครื่องบินเหล่านี้ทิ้งจากการปลดระวาง ทั้งที่มีคนมาขอเสนอซื้อ ซึ่งได้กลัวขาดทุนกับต้นทุนที่ซื้อมา ก็เลยเก็บไว้ตากแดดตากฝนปลูกสะระแหน่ต่อไปจนถึงทุกวันนี้
ปัญหาของการบินไทยนั้นเหมือนกับปัญหาของเจแปนแอร์ไลน์หรือ JAL ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่นได้ยื่นล้มละลายในปีค.ศ 2010 ด้วยหนี้สินกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์
หรือราว 800,000 ล้านบาท
รัฐบาลญี่ปุ่นได้เชิญคุณ คาซูโอะ อินาโมริ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เคียวเซร่า( kyocera )วัย 78 ปี และที่สำคัญเขาไม่รู้เรื่องธุรกิจการบินอะไรเลย แต่เขาได้เข้ามาฟื้นฟูสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น เขาใช้เวลาเพียงปีเศษ ก็สามารถพลิกฟื้นสายการบินญี่ปุ่นจากที่บริษัทล้มละลายกลับมามีกำไรกว่า 204,900ล้านเยน ในปี พ.ศ 2012
เขาพูดกับพนักงาน JAL ว่าเขาเกลียดสายการบินแห่งนี้มาก ไม่เคยใช้บริการเลย เพราะพนักงานแต่ละคนหยิ่งยโสไม่สนใจผู้โดยสาร เขาพบว่าพนักงานที่เติบโตมาจากหน้าที่การงานระดับสูงมีแต่พวกชนชั้นที่จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านการบริหารเต็มไปหมด แต่บริหารงานไม่เป็น ทำงานเช้าชามเย็นชาม
และมีพนักงานกว่า 5 หมื่นคน ก็มีมากเกินความจำเป็นถึง 30% ที่สำคัญองค์กรไม่มีผู้นำที่แท้จริง
เขาใช้วิธีปลูกจิตสำนึกผู้บริหารและพนักงานให้รักในบริษัท
เขาสร้างผู้นำกลุ่มย่อยขึ้นในบริษัทถึง 670 กลุ่มและลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด เขาใช้เวลาเพียงปีกว่าเท่านั้น ก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 110,000 ล้านเยน ลดพนักงานจาก 50,000คน เหลือเพียง 32,000 คน
กระทรวงการคลัง และรัฐบาลไทย หากต้องการเข้ามาฟื้นฟูการบินไทย ก็ควรเอาแบบอย่างของผู้บริหารสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่นเป็นแม่บท ต้องมีจุดยืนชัดเจน กล้าผ่าตัดครั้งใหญ่ ไม่สนหน้าอินทร์พรหมใดๆ เพราะการบินไทยได้มีมะเร็งกัดกินมายาวนานแล้ว นานจนฝังรากลึกเกินถอน
หากผู้จะเข้ามาไม่มีคุณธรรมและความกล้าหาญ ก็ยากที่จะผ่าตัดสำเร็จ และสิ่งอื่นใดเลยที่ควรตระหนักรู้ เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่จะเอามาอุ้มการบินไทย มันคือภาษีของคนไทยทั้งชาติ ที่แลกมาด้วยเหงื่อไคลความยากลำบาก
9 บันทึก
20
7
7
9
20
7
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย