Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Vivasoc
•
ติดตาม
11 พ.ค. 2020 เวลา 07:59 • กีฬา
บ่ายนี้มีเรื่องเล่า : กัปตันอันเป็นที่รักของกุนซือทุกคน
นี่คือเรื่องราวของชายผู้ไม่เคยทรยศต่อคำพูด และอาชีพของตัวเอง
ปี 1978, เปาโล มัลดินี่ ในวัย 10 ขวบ ถูกเซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะของ เอซี มิลาน เมื่อถูกถามจากโค้ชเยาวชนว่าเล่นตำแหน่งไหน เปาโล ตอบแค่ว่า "ตำแหน่งไหนก็ได้ครับ ที่ทีมต้องการผมมากที่สุด"
ด้วยคำปฏิญาณในตอนเด็ก เปาโล เดินทางบนถนนสายลูกหนังด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด 902 นัด ยิงได้ 33 ประตู บนเสื้อตัวเก่งหมายเลข 3 มีเพื่อนร่วมทีมผ่านเข้ามาในชีวิตร่วมๆ 250 คน ทำงานร่วมกับโค้ชที่ มิลาน 10 คน
และด้านล่างนี้ คือส่วนหนึ่งจากปากคำของโค้ชที่เคยร่วมงานกับ เปาโล มาแล้ว ทั้งในสโมสร และในทีมชาติ ซึ่งช่วยยืนยันกับเราว่า ชายคนนี้นั้น คู่ควรกับคำว่า "ตำนาน" มากขนาดไหน
- เปาโล กับ คาเปลโล่ ในทีมเยาวชน -
ชีวิตของ เปาโล ไม่ง่าย และเรียบหรูเหมือนที่ใครหลายต่อหลายคนคิด เนื่องจากมันถูกผูกไว้ด้วยนามสกุล "มัลดินี่" ซึ่งเป็นนามสกุลของตำนาน และสัญลักษณ์คนนึงของ มิลาน ในช่วงปี 1960 ที่มีชื่อหน้าว่า "เชซาเร่"
ทุกครั้งที่ เปาโล ลงสนามในช่วงแรก ตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชนจนไปถึงช่วงที่พึ่งขึ้นชุดใหญ่ใหม่ๆ ความเคลือบแคลง และเสียงนินทาจากแฟนบอลริมสนามรวมไปถึงจากโค้ชคู่แข่ง คือภาระอันหนักอึ้งที่เด็กคนนึงต้องแบกรับมันไว้ตลอด ยิ่งหากเปาโลทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อไหร่ เสียงค่อนขอดถึงนามสกุลมัลดินี่ ก็ยิ่งดังขึ้นทุกครั้ง
ฟาบิโอ คาเปลโล่ ผู้เคยคุม มิลาน ชุดเยาวชนในช่วงต้นยุค 80 เล่าให้ฟังว่า เขาเองจำได้แม่นถึงเกมระดับเยาวชนที่ มิลาน ไปเยือน โตริโน่ ซึ่งตอนนั้นคุมทีมโดย จิจี้ ราดิเช่ อดีตเพื่อนร่วมทีมเก่า เชซาเร่ พ่อของ เปาโล โดย จิจี้ นั้นได้บอกกับ คาเปลโล่ ว่า
"ฟาบิโอ คุณกำลังจะส่งลูกชายของ เชซาเร่ ลงเล่นตัวจริงเหรอ? มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ถ้าฟุตบอลลำเอียง ด้วยการยึดติดกับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงมากกว่าฝีเท้า ผมค่อนข้างผิดหวังกับคุณนะ"
แต่เมื่อเกมจบลง ราดิเซ่ กลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาขอโทษ คาเปลโล่ ที่ดูถูกอาชีพของเขา และฝากคำชมไปถึง เปาโล ที่ลงเล่นได้ดีเกินวัยอีกด้วย
จิจี้ ยอมรับว่าไม่เคยเห็นกองหลังในวัยนี้ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อน ซึ่งนั่นเป็นคำชมจากปากของอดีตผู้เล่น มิลาน ที่เล่นในตำแหน่งกองหลังเหมือนกัน จึงยิ่งทำให้คำเยินยอนั้นยิ่งทวีความงดงามมากขึ้นไปอีกคำรบ
- เปาโลกับโค้ชที่คือพ่อของเขาเอง -
แม้กระทั่งตอนที่ติดทีมชาติ อิตาลี ชุดยู 21 ซึ่งมีพ่อของเขาเป็นโค้ชอยู่ ก็ไม่วายที่เสียงนินทาเคลือบแคลงจะอบอวลไปทั่ว โดยเฉพาะแฟนบอลที่ไม่ใช่แฟน มิลาน แต่โชคดีที่คุณภาพในตัวของเขานั้นอยู่เหนือทุกคำนินทา
"ตั้งแต่เขาอายุ 6 ขวบ เขาไม่เคยหยุดเล่นฟุตบอลที่บ้าน ในแต่ละวันเขาจะเพิ่มการฝึกซ้อม ซ้อม ซ้อมและซ้อมกับลูกฟุตบอลตลอดเวลา"
เชซาเร่ มัลดินี่ คุณพ่อผู้เรียกลูกชายตัวเองในวัย 17 ปีติดทีมชาติชุดยู 21 โดยไม่สนเสียงครหาอะไรทั้งสิ้น
"เมื่อผมได้คุม อิตาลี ชุดใหญ่ ตอนนั้นเขาเป็นตัวหลักของทีมไปเรียบร้อยแล้ว เสียงนินทาจึงไม่มีมารบกวนอะไรอีก ฝีเท้าของเขาใช้ตอบคำเคลือบแคลงเหล่านั้นหมดสิ้น"
"ตอนอยู่ในแคมป์ทีมชาติ เขายังคงเรียกผมว่า 'พ่อ' ด้วยเสียงทุ้มต่ำ มันเป็นเรื่องยากมากนะในการพูดคุยกับลูกชายต่อหน้าลูกน้องอีก 20 คน ผมกังวลอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ปฏิบัติต่อเขาแตกต่างจากคนอื่น"
"แต่ เปาโล ก็แสดงให้เห็นถึงความเคารพในการตัดสินใจของผมอยู่เสมอ เขาไม่เคยมาก้าวก่ายในตัวเลือกของผม หรือคอยบอกว่าเขาได้ยินอะไรบ้างในห้องแต่งตัว ทุกอย่างมันจบเมื่อออกจากสนามซ้อม"
ตลอดชีวิตการเล่นทีมชาติของเปาโล เขาทำได้ 7 ประตู โดย 3 ใน 7 เกิดขึ้นภายใต้การคุมทีมของเชซาเร่ พ่อของเขา
"คุณสมบัติที่ดีที่สุดของ เปาโล คือการที่เขาไม่เคยเห็นแก่ตัว มันคอยขัดขวางสถิติการทำประตูของเขา ทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเขาจะเลือกส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมไปทำประตูอยู่เสมอ"
"แต่ในช่วงที่ผมคุมทีม เขากลับทำประตูได้บ่อย จนผมคิดว่า เปาโล กำลังทำให้ทุกคนเห็นว่า เขาได้อยู่ในทีมของพ่อ เพราะฝีเท้าไม่ใช่เพราะเลือดเนื้อเชื้อไข"
- เปาโล กับ ตาบาเรซ -
ฤดูกาล 1996-97 ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ เข้ามารับหน้าที่ ผอ. ฝ่ายเทคนิคพร้อมกับ จอร์จิโอ โมรินี่ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือ มิลาน เช่นกัน ทว่าทั้งคู่ก็ทำงานได้เพียงแค่ 19 นัดเท่านั้น (โมรินี่ 12 นัด ส่วน ตาบาเรซ 12 นัด) เพราะผลงานของ ปีศาจแดงดำ เข้าขั้นวิกฤติสุดๆ ด้วยการชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ไปถึง 6 นัดด้วยกัน
"มันเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของ มิลาน เลยก็ว่าได้" ตาบาเรซ เกริ่นถึงความหลังครั้งนั้น
"ขวัญกำลังใจของทีมตกต่ำมาก แล้วผมกับ โมรินี่ ยังไปมีเรื่องทะเลาะกับพวกอุลตร้าส์อีก จริงๆ มันเป็นเรื่องง่ายมากนะที่ เปาโล จะใช้ชื่อเสียง และอิทธิพลของเขาในการปลุกปั่นนักเตะในทีมให้เลื่อยขาเก้าอี้ของผม แต่เขาไม่ ! เปาโล กลับออกตัวให้การสนับสนุนผมเต็มร้อย และยังคอยกระตุ้นทีมให้เต็มที่ในทุกๆ วันแม้กระทั่งตอนซ้อม"
"ผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมยังอาลัยอาวรณ์กับ ซ้าคคี่ และ คาเปลโล่ ที่ออกไปคุมมาดริดอยู่ พวกเขาเหมือนเด็กกำพร้าที่ปราศจากพ่อแม่ แต่นั่นไม่ใช่กับ เปาโล เขาเต็มร้อยเสมอแม้กระทั่งการซ้อมทีมในวันพฤหัสบดี ผมต้องขอบคุณเขามากๆ เพราะเขาเต็มไปด้วยทัศนคติของมืออาชีพที่แท้จริง"
"เขาไม่เคยมายุ่มย่ามกับเทรนเนอร์ ไม่เคยแทรกแซงการทำทีม ไม่เคยร่วมวงสนทนาว่าชอบคนไหนไม่ชอบคนไหน ไม่แม้แต่กระทั่งขัดคอในแท็คติคที่โค้ชสั่งแม้เขาจะมีอำนาจนั้นก็ตาม เขาให้เกียรติทุกๆ คนอย่างที่สุด"
"เขาจะโผล่มาเป็นผู้นำเมื่อผมถอยฉากไปเท่านั้น เขาให้การสนับสนุนเทรนเนอร์ทุกคน เขาเป็นกัปตันทีมในฝันเลยนะ ขนาดเวลาลงแข่งเมื่อบอลตาย เปาโล ก็ยังจะตะโกนบอกเพื่อนในทีมเสมอให้คิดถึงแผนการเล่นที่เราฝึกกันมาตลอด"
"คำนิยามถึง เปาโล มัลดินี่ สำหรับผมก็คือ เขาเป็นผู้นำที่เงียบขรึม แต่สอดแทรกความแน่วแน่กับความแข็งแกร่งออกมาเมื่อยามจำเป็น"
- เปาโล กับ อันเชล็อตติ จากเพื่อนสู่เจ้านาย -
ปี 1987 คาร์โล อันเชล็อตติ ย้ายมาสวมเสื้อสีแดงดำของ มิลาน ในขณะที่ เปาโล มัลดินี่ พึ่งจะเริ่มต้นในทีมชุดใหญ่ได้แค่ปีที่ 2 เท่านั้น
"โค้ชคนแรกของผมกับ เปาโล ตอนที่เริ่มเล่นฟุตบอลคือ นีลส์ ลีดโฮล์ม เขาสอนเราถึงเทคนิคสำคัญทั้งหมด คุณจะต้องหมั่นเรียนรู้เมื่อตอนที่คุณยังอายุน้อยๆ และต้องมีความคงเส้นคงวาในการพยายามทำมันอยู่เสมอ"
"เปาโล เป็นนักฟุตบอลอัจฉริยะ เขาเรียนรู้อยู่เสมอตลอด 25 ปีในการค้าแข้งจากบรรดานักเตะระดับท๊อปที่ร่วมงานด้วย และบรรดาโค้ชฝีมือดีที่เขาได้พบพานมาทั่วโลก"
อันเชล็อตติ เล่าถึงความเป็นคนที่ไม่หยุดการเรียนรู้ และคงรักษามันไว้แม้จะไปไกลจนถึงเป็นกัปตันทีมแล้วก็ตาม
เมื่อได้ร่วมงานกันอีกครั้งในฐานะโค้ชเมื่อปี 2001 อันเชล็อตติ ยังคงเห็นความเป็นคนใฝ่รู้ในตัวของมัลดินี่เหมือนเดิมทุกระเบียด
"แม้จะเป็นกัปตันทีมแล้ว แต่ เปาโล ยังติดดินและให้เกียรติผมเหมือนเดิม มันไม่เพียงทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมากๆ คนหนึ่ง แต่เขายังเป็นอัจฉริยะที่พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ ตลอดเวลา เขาพร้อมจะปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นเพื่อแท็คติคของผมโดยไม่มีอิดออดสักคำ"
"เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่คุณเชื่อผมเถอะ ว่าหัวใจของเขาแกร่งกว่าหลายเท่านัก, เปาโล ไม่ได้เลิกเล่นเพราะอายุ 40 แต่เลิกเล่นเพราะว่าหัวเข่า และข้อต่อของเขาไม่สามารถทนรับแรงกระแทกได้ต่อไปอีกต่างหาก"
"ความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขาถูกแสดงให้เห็นอีกครั้ง ในวันสุดท้ายของอาชีพการค้าแข้งของเขา"
อันเชล็อตติเล่าย้อนไปในวันที่ควรจะเป็นวันที่ไม่มีอะไรมาทำให้ด่างพล้อย แต่มันเกิดขึ้นเพราะขบถกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งบนอัฒจันทร์
"เปาโล ถูกป่วนด้วยแฟนบอลที่เรียกตัวเองว่า อุลตร้าส์ ของ มิลาน ที่แอบกระจุกอยู่ตรงกลางระหว่างการปรบมือของแฟนบอลทั่ว ซาน ซิโร่"
"ทุกเกียรติยศ ทุกรางวัลในชีวิตของเขาไม่เคยคว้าอะไรได้มาโดยง่าย เหตุเพียงเพราะเขามีนามสกุล มัลดินี่ แต่เพราะเขาคือ เปาโล เขาเป็นผู้นำ เขากล้าที่จะประนามแฟนบอล อุลตร้าส์ กลุ่มนี้ที่เคยล้ำเส้นเข้ามาวุ่นวาย กดดันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในหลายๆ อย่างของสโมสร นั่นจึงทำให้เขาถูกพวกนั้นป่วนในวันสุดท้ายของอาชีพ"
ความแข็งแกร่งทางจิตใจของ เปาโล น่าประทับใจกว่าสภาพร่างกายที่ยืนหยัดบนถนนเส้นนี้ได้นานถึงอายุ 40 ปี เสียอีก
"ความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขาหายากเหลือเกินในกลุ่มเด็กหนุ่มสมัยนี้ ที่นิยมเห็นค่าของภาพลักษณ์มากกว่าสิ่งอื่นใด"
"เปาโล เป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยม เป็นกัปตันทีมที่สมบูรณ์แบบ เป็นผู้นำที่ไม่กระโชกโฮกฮาก และให้เกียรติโค้ชทุกคน นั่นคือรอยเท้าที่เขาฝากเอาไว้ให้เด็กรุ่นหลังเดินรอยตาม"
คาร์เล็ตโต้ผู้พามิลานคว้าแชมป์ยุโรป 2 สมัยทิ้งท้ายถึงเพื่อนเก่า
ครั้งหนึ่ง
มิลาน ขาดผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย นีลส์ ลีดโฮล์ม โค้ชของทีมในตอนนั้นได้เข้ามาถามเปาโลว่า
"นายสามารถลงเล่นแบ็คซ้ายให้ทีมได้ไหม?”
คำตอบของ เปาโล คือการฝึกซ้อมอย่างจริงจังด้วยเท้าซ้ายจนชำนาญ และแข็งแกร่ง คล่องแคล่วไม่ต่างจากเท้าขวา นั่นทำให้ เปาโล ยกระดับตัวเองขึ้นไปเป็นยอดวิงแบ็คที่เล่นได้ทั้งซ้ายและขวา โดยประสิทธิภาพไม่ลดลงก่อนจะพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเป็นเต้ยในการคุมแนวรับทั้งแผงด้วยวัยไม่ถึง 20 ปี
"ตำแหน่งไหนก็ได้ครับ ที่ทีมต้องการผมมากที่สุด"
เปาโล มัลดินี่ ในวัย 10 ขวบจนถึง 40 "อิล กาปิตาโน่" ผู้นี้ไม่เคยทรยศต่อคำพูดแรกในการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขาเลยสักครั้ง
และคงเป็นนักเตะแค่ไม่กี่คน ที่ตลอดอาชีพการค้าแข้ง ได้รับการคารวะในฐานะโคตรมืออาชีพจากโค้ชทุกคนที่เคยร่วมงานด้วย ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย
#เปาโลมัลดินี่ #เอซีมิลาน #เซเรียอา #วีว่าซอค #vivasoc
www.vivasoc.com
เว็บฟุตบอลปลอดพนัน
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย