11 พ.ค. 2020 เวลา 11:47
พระมหากัสสปเถระ (๒)
พระมหากัสสปเถระ (๒)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์ สร้างบารมีเพื่อแสวงหาหนทางพระนิพพานอยู่นั้น ตลอดชีวิตของท่านก็ตั้งใจฝึกฝนอบรมตนให้มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ และก็ทำแต่ความดีเรื่อยไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลาแห่งการสร้างบารมี ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนอบรมใจ ทรงทำอย่างนี้ทุกภพทุกชาติ จนบารมีของท่านเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ และได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูของเรา สั่งสอนสัตว์โลกให้เข้าถึงธรรมตามพระองค์ไปด้วย ดังนั้น เราควรหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่งกันเป็นประจำสมํ่าเสมอ จะได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในกันทุกๆ คน
ท่านกล่าวพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหากัสสปเถราปทาน ไว้ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์ถวายทานอยู่ตลอด ๗ วัน เข้าไปตั้งเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมอันใด ด้วยกรรมอันนี้ ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาสมบัติอย่างอื่น ไม่ได้ปรารถนาสมบัติของท้าวสักกะจอมเทพ มารสมบัติ และพรหมสมบัติ ก็กรรมของข้าพระองค์นี้ จงเป็นไปเพื่อความเป็นเลิศแห่งภิกษุทั้งหลาย ผู้ทรงธุดงค์คุณ ๑๓ ด้วยเถิด”
นี้เป็นคำอธิษฐานของพระมหากัสสปเถระ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเลิศในด้านทรงธุดงค์คุณทั้ง ๑๓ ประการ ซึ่งท่านได้อธิษฐานจิตไว้เมื่อแสนกัปที่แล้ว พอล่วงกาลผ่านมาถึงยุคสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ความปรารถนาของท่านก็เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญที่ฉายแสงเรืองรองสว่างไสวในยามรัตติกาล ท่านได้เป็นผู้ที่พระบรมศาสดาทรงยกย่องว่ามีคุณธรรมเสมอกับพระพุทธองค์
ตามตำราได้บันทึกไว้ว่า พระเถระสามารถครองสังฆาฏิผืนเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ ภิกษุสงฆ์ทั่วไปไม่สามารถครองสังฆาฏิของพระพุทธเจ้าได้ เพราะไม่สามารถรองรับคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ แต่ท่านพระมหากัสสปเถระสามารถใช้สอย และแลกเปลี่ยนผ้ากับพระพุทธองค์ได้ตามปกติ นี่เป็นเหตุน่าอัศจรรย์ไม่น้อย บ่งบอกถึงว่าท่านได้ฝึกฝนอบรมตนเองมาอย่างยิ่งยวดนับภพนับชาติไม่ถ้วน และต้องได้สั่งสมบุญใหญ่ไว้ในอดีตชาติอย่างเต็มที่
เพราะฉะนั้น ครั้งนี้เรามาติดตามศึกษาเบื้องหลังการสร้างบุญของท่านกันต่อว่า ได้สร้างบารมีอย่างไรจึงเป็นผู้เลิศในด้านผู้ทรงธุดงควัตร ขอย้อนไปเมื่อครั้งที่แล้วที่อุบาสกผู้ใจบุญตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า จะขอถวายภัตตาหารแด่ภิกษุสงฆ์หมดทั้งวัดเป็นจำนวนถึง ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป และรวมไปถึงสามเณรอีกเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า จำเป็นต้องใช้กำลังคนที่จะมาช่วยอุปัฏฐากและถวายภัตตาหารเป็นล้านคน ข่าวอันเป็นสิริมงคลนี้ก็กล่าวขานกันไปทั่วพระนคร ทำให้มหาชนมีจิตเป็นกุศลตามไปด้วย อยากมีส่วนร่วมในบุญใหญ่กับอุบาสกผู้ใจบุญท่านนี้ จึงมาช่วยกันเตรียมงานด้วยใจที่ปีติเบิกบาน
1
ฝ่ายหญิงก็จัดเตรียมอาหารหวานคาว เตรียมน้ำดื่ม น้ำฉัน น้ำใช้ ดอกไม้หอม และไทยธรรมชนิดต่าง ๆ ทำกันอย่างประณีต ส่วนฝ่ายชายช่วยกันสร้างปะรำพิธีขึ้นคนละไม้ช่วยกันคนละมือ ทำกันตลอดคืนยันรุ่ง โดยไม่ต้องมีการว่าจ้างแต่อย่างใด ทำกันด้วยใจศรัทธาเลื่อมใสจริง ๆ พอถึงวันรุ่งขึ้น การเตรียมงานสำเร็จลุล่วงอย่างอัศจรรย์ ครั้นถึงเวลา พระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยหมู่ภิกษุสงฆ์ทั้งหมด ได้เสด็จไปบ้านของอุบาสก เมื่อเสด็จไปถึงก็ได้รับการต้อนรับจากอุบาสกและสาธุชนผู้ใจบุญเป็นอย่างดี ทุกคนได้ช่วยกันประเคนภัตตาหาร ถวายน้ำร้อน น้ำเย็น ผ้าเช็ดหน้า คอยอำนวยความสะดวกต่อท่านทุกอย่าง
พวกเราอาจสงสัยว่า การถวายภัตตาหารแก่พระเป็นล้านๆ รูป เขาทำกันได้อย่างไร อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับปรุงอาหารจะหามาจากไหน ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนอื่นก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คนในยุคสมัยนั้นล้วนเป็นยุคของผู้มีบุญลงมาเกิด เกิดมาเพื่อสร้างบารมี ใจของท่านสะอาดบริสุทธิ์มาก สมบัติข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างจึงมีพร้อมหมด อายุขัยของมนุษย์สมัยนั้นยืนยาวถึงหนึ่งแสนปี รูปร่างก็ใหญ่โตไปตามอายุ ดิน อากาศ ฟ้าก็ดี ไม่มีมลภาวะ เหมือนยุคปัจจุบันที่มนุษย์อายุขัยโดยเฉลี่ยเพียง ๗๕ ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้น การเลี้ยงพระล้านรูปถือว่าเป็นเรื่องไม่ยากอะไร
เวเทหะอุบาสกได้ทุ่มเทสุดกำลังความสามารถ ที่จะถวายอาหารที่มีรสอร่อยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง และได้ถวายมหาทานอย่างนั้นตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ได้ถวายไตรจีวรแก่ภิกษุสงฆ์ทุกรูป มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วหมอบลงแทบพระบาทของพระบรมศาสดา กราบทูลว่า “เมื่อข้าพระองค์ถวายทานอยู่ตลอด ๗ วันนี้ ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาสมบัติอย่างอื่นเลย ข้าพระองค์ไม่ได้ปรารถนาเทวสมบัติ มารสมบัติ และพรหมสมบัติ แต่กุศลกรรมของข้าพระองค์นี้ จงเป็นไปเพื่อความเป็นเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้ทรงธุดงค์ ๑๓ ในสำนักของพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลด้วยเถิด”
พระบรมศาสดาทรงตรวจดูว่า อุบาสกนี้ปรารถนาตำแหน่งใหญ่หลวงนัก เป็นตำแหน่งที่ทำได้ยาก และบังเกิดขึ้นได้ยาก แต่ทรงเห็นความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นด้วยอนาคตังสญาณอันแจ่มใส จึงตรัสพยากรณ์ว่า “ท่านปรารถนาตำแหน่งอันเลิศใดในอนาคตกาล ในที่สุดแสนกัปนับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมจักอุบัติขึ้น ท่านจักเป็นพระสาวกองค์ที่ ๓ ของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จักมีชื่อว่ามหากัสสปเถระ ผู้ทรงธุดงค์คุณ”
อุบาสกได้ฟังดังนั้น ก็ปีติดีใจประหนึ่งว่า ท่านจะได้ตำแหน่งอันเลิศในวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่นั้นมา ก็ตั้งใจให้ทาน สมาทานศีล บำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เรื่อยมา นอกจากนี้ยังมีบุญพิเศษที่ท่านได้ทำในสมัยนั้น คือในครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ท่านได้ชักชวนมหาชนช่วยกันสร้างมหาสุวรรณเจดีย์สูงร้อยศอก สร้างปราสาทร้อยห้าสิบศอกสูงจรดท้องฟ้า เพื่อบูชาพระคุณอันไม่มีประมาณของพระพุทธองค์ เจดีย์ที่ได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยทองคำนั้น รุ่งเรืองสว่างไสวเหมือนกองไฟลุกโพลงอยู่ในอากาศตลอดเวลา
อุบาสกเห็นผลงานที่ได้ทำไว้ ก็ยังจิตให้เลื่อมใสอยู่ตลอดเวลา เมื่อละโลกไปแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มียานทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพพันตัว วิมานทองของท่านสูงตระหง่าน มีบริวารมากมาย ปราสาทพันหนึ่งสำเร็จด้วยทองคำล้วน ๆ รุ่งเรืองส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เทพองค์ใดผ่านมาใกล้บริเวณวิมานของท่าน ก็เกิดความอัศจรรย์ใจในผลบุญอันยิ่งใหญ่ไพศาลที่บังเกิดขึ้นกับท่าน ต่างก็เข้ามาชื่นชมวิมานทองของท่านอยู่ไม่ขาด
ท่านเสวยทิพยสมบัติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นหมดอายุขัย ก็จุติไปเกิดบนสวรรค์ชั้นที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อเสวยทิพยสมบัติจนครบอายุขัยของสวรรค์แต่ละชั้นแล้ว ได้จุติลงมาเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเวลานานถึงหกหมื่นกัป โดยเฉพาะในภัทรกัปนี้ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีกำลังมากอีก ๓๓ ครั้ง ด้วยกุศลผลบุญที่ได้สร้างไว้อย่างดีแล้วนั้น ได้ประคับประคองให้ท่านเป็นผู้ไม่เคยพลัดตกไปในอบายภูมิเลย
ครั้นมาในภพชาติสุดท้ายนี้ ท่านได้จุติลงมาเกิดเป็นมหาเศรษฐีชื่อ ปิปผลิมาณพ และได้สละทรัพย์สมบัติออกบวชเฉพาะเจาะจงต่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอยู่เพียง ๗ วัน ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ และต่อมาท่านได้ฉายานามใหม่ว่า พระมหากัสสปเถระ ผู้ได้รับยกย่องในตำแหน่งเอตทัคคะว่า เป็นผู้เลิศในด้านภิกษุผู้ทรงธุดงค์คุณ มีคุณเสมอเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เราจะเห็นว่า การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏของผู้ที่ขยันสั่งสมบุญกุศล ทำบุญชนิดทุ่มสุดตัวสุดหัวใจ ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น พลังบุญพลังบารมีจะช่วยค้ำจุนให้ได้ดำเนินอยู่บนเส้นทางสวรรค์ และนิพพาน ชีวิตก็ปลอดภัยและมีชัยชนะตลอดไป เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อตัวของเรายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อทุ่มเททำบุญ บุญจะสนับสนุนให้เราได้ประสพความสุขความสำเร็จทุกอย่าง ดังนั้น ให้หมั่นสั่งสมบุญทุก ๆ วัน และทำให้เต็มที่เต็มกำลัง โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ซึ่งเป็นบุญใหญ่ เราต้องขยันนั่งธรรมะกัน ขยันนั่งธรรมะให้ได้ทุก ๆ วัน ใจของเราจะได้เป็นทางมาแห่งบุญบารมีแห่งความบริสุทธิ์ จะได้เข้าถึงความสุขภายใน เข้าถึงพระธรรมกายกันทุก ๆ คน
จากหนังสือธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพุทธสาวก-พุทธสาวิกา หน้า ๔๕ - ๕๕
อ้างอิง.......พระไตรปิฎก ฉบับมหามกุฏฯ
(ภาษาไทย) เล่มที่ ๓๒ หน้า ๒๘๐
โฆษณา