11 พ.ค. 2020 เวลา 12:18 • ประวัติศาสตร์
Don't forget how the Soviet Union saved the world from Hitler.
อย่าลืมว่าสหภาพโซเวียตปกป้องโลกจากฮิตเลอร์อย่างไร
บางคนอาจจะเคยได้ยินในสื่อ ในหนังภาพยนต์ทั่วไปว่า ประเทศสหรัฐ อังกฤษ เป็นชาติหลักที่นำชัยชนะมาสู่สัมพันธมิตรและโค้นล้มระบอบนาซีเยอรมันลงได้ แต่จริงๆแล้วยังมีอีกประเทศที่เราหลงลืมและมองข้าม บางคนแทบจะไม่รู้เลยว่าโซเวียตมีบทบาทอย่างไรในสงครามครั้งนี้ บางคนไม่รู้เลยว่าโซเวียตคือพันธมิตรของสหรัฐและอังกฤษที่ต้องเสียสละชีวิตของประชาชนและทหารในชาติของตนเองไปมากกว่า 25-26ล้าน เพื่อต่อสู้กับเยอรมัน นี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมอยากทำเพจเอาข้อมูลที่ไม่ค่อยได้เผยแพร่ในกระแสสังคมหลักตามช่องทีวี ตามสื่อ หรือภาพยนต์ มาให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจ เรื่องราวของโซเวียต
แต่ด้วยสงครามแนวคิดทุนนิยมและคอมมิวนิสต์นั้น ทำให้สื่อที่เราได้รับจะมีแต่แง่ร้ายของรัสเซีย ผมจึงอยากเอาเรื่องราวอีกส่วนหนึ่งมาให้อ่านกันครับ
บทความนี้ผมได้แปลและเรียบเรียงรวมถึงเขียนคำอธิบายให้คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องสงครามโลก อ่านและได้เข้าใจง่าย ผมเคยเอาลงเพจใน FB ไปแล้ว ชื่อเพจในเฟสบุ๊ค ก็ชื่อเดียวกันกับเพจ Blockdit ครับ
มาเริ่มเลย
เนื่องในวันที่ 9 พฤษภาคม 2020 ครบรอบวันสิ้นสุดสงครามโลกในยุโรป เยอรมันยอมแพ้ต่อสัมพันธมิตรเมื่อ 75 ปีที่แล้ว ขอเอาบทความนี้มาให้อ่านอีกครั้งครับ
บทความข่าว โดยสำนักข่าว Washingtonpost ตีพิมพ์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2015 วันรำลึกครบรอบ 70 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่2
ความสำคัญในแนวรบตะวันออก และการพ่ายแพ้ของฮิตเลอร์
ผมขอเอาบทความบางส่วน ของสำนักข่าวของประเทศสหรัฐอเมริกา รายนี้ ที่ระบุเกี่ยวกับชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่2 นั้น ต้องยกเครดิตให้ทางโซเวียต พาดหัวเขียนข่าวว่า Don't forget how the Soviet Union saved the world from Hitler.
"อย่าลืมว่าสหภาพโซเวียตปกป้องโลกจากฮิตเลอร์อย่างไร"
 
บทความในข่าว
ในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกล่าวถึง สงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนจะคิดเพียงว่า ทหารสหรัฐต่อสู้ที่หาดนอร์มังดี(ฝรั่งเศส) และที่เกาะอิโวจิม่า(ญี่ปุ่น) มุ่งหน้าต่อไปแและยึดซากเมืองของฝรั่งเศส และคิดว่าชัยชนะของพันธมิตร เกิดได้ความแข็งแกร่งของนายพล Dwight D. Eisenhower และ ความร่วมมือจากอังกฤษ รวมถึงการมีระเบิดนิวเคลียร์ในครอบครอง
แต่ถ้าเราได้ไปที่รัสเซีย จะเห็นได้ว่ามุมมองแนวความคิดเรื่องของชัยชนะในสงครามโลกที่2 นั้นไม่เหมือนกัน ทางรัสเซียจะเรียกสงครามโลกครั้งที่2 นี้ว่า The Great patriotic war. หรือมหาสงครามของผู้รักชาติ ซึ่งมีวันสำคัญคือวันที่ 9 พ.ค. ของทุกปีเป็นวันรำลึกถึงชัยชนะของรัสเซียเหนือเยอรมันนี มีการจัดเดินสวนสนาม และแสดงยุทโธปกรณ์มากมาย ในการเฉลิมฉลอง
แต่ในปัจจุบันด้วยปัญหาความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้การเฉลิมฉลองนี้ พันธมิตรเดิมจึงไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมพิธีนี้
โซเวียตมีส่วนสำคัญที่สุดในกลุ่มสัมพันธมิตร ที่ต้องต่อสู้กับกองทัพเยอรมัน โดยถ้าจะเทียบความสูญเสีย ในทุกๆทหารอเมริกัน1คนที่ตายในการรบในแนวรบตะวันตกกับทหารเยอรมัน ทหารโซเวียตจะตายในแนวรบตะวันออกถึง 80 คน พูดง่ายๆคือ อัตราการสูญเสียของโซเวียตมากกว่าสหรัฐ 80 เท่า
ถึงแม้ว่าช่วงแรกของสงครามเยอรมันนีและโซเวียต ทำสนธิสัญญาจะไม่รุกรานกัน แต่สุดท้ายฮิตเลอร์ก็ฉีกสัญญาและโจมตีโซเวียต
นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ Max Hastings เขียนหนังสือที่ชื่อว่า "Inferno: The World at War, 1939-1945." เขาได้กล่าวว่าประชากรโซเวียตที่ตายไปในสงครามโดยประมาณการคือ 26 ล้านคน ซึ่งเป็นทหาร 11 ล้านคน (15 ล้านคนเป็นพลเรือน)
ทางเยอรมันได้สูญเสีย กำลังพล ยุทโธปกรณ์ต่างๆไปกว่า 75%ในการทำสงครามกับโซเวียต
(อีก25% สูญเสียในการรบกับสหรัฐอังกฤษฝรั่งเศส)
แนวรบตะวันออกมีโซเวียต แนวรบตะวันตกมีสหรัฐ อังกฤษเป็นกองกำลังหลัก รูปแผนที่นี้แสดงถึงแนวรบทั้งสองแนวในช่วงต้นปี 1945
ซึ่งเป็นโชคดีที่พันธมิตรในแนวรบตะวันตกไม่ได้สูญเสียมากมายแบบโซเวียต หากนับรวมความสูญเสียของสหรัฐ อังกฤษ และโซเวียต นั้น ความสูญเสียของฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งหมดจาก 100% จะเป็นความสูญเสียของโซเวียต 95% Max Hastings ได้กล่าวไว้ครับ
สมรภูมิสตาลินกราด เป็นการรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่2
ในแนวรบตะวันออกมีการรบยิ่งใหญ่หลายสมรภูมิ ไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิสตาลินกราด(การรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองและเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามโลกครั้งที่2 ตามที่นักประวัติศาสตร์หลายคนเห็นตรงกัน) หรือสมรภูมิคูร์ส (ที่เป็นสมรภูมิรบ ระหว่างรถถังของเยอรมันและโซเวียต ถือว่าการรบที่คูร์สเป็นสมรภูมิการรบโดยรถถังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการผลิตรถถังขึ้นมาใช้ในโลกและหลังจากการรบที่เมืองนี้เยอรมันไม่สามารถทำการบุกโซเวียตได้อีก ทำได้เพียงแค่ตั้งรับและถอยเท่านั้น) ซึ่งเมื่อเทียบกับแนวรบฝั่งตะวันตกไม่ค่อยเจอศึกใหญ่ๆแบบนี้เนื่องจาก เยอรมันวางทหารและยุทโธปกรณ์น้อยกว่าฝั่งตะวันออกมาก
เพราะแนวคิดฮิตเลอร์นั้น พื้นที่ในดินแดนทิศตะวันออกของเยอรมันนี เป็นพื้นที่ที่ฮิตเลอร์ต้องการยึดครองเพื่อเป็นที่สำหรับชาวเยอรมันในการขยายดินแดนที่อยู่และไว้รองรับการขยายตัวของประชากรชาวเยอรมัน
นี้จึงเป็นต้นเหตุหนึ่งของความต้องการทำการที่จะลดประชากรดั้งเดิมในพื้นที่แถบตะวันออกของเยอรมันนี โดยใช้ระบบอันน่ากลัว เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว นอกจากนี้ฮิตเลอร์ยังต้องการทำลายล้างระบบการปกครองของโปแลนด์และโซเวียต รวมถึงได้สังหารหมู่ชาวสลาฟอีกด้วย (ชาวสลาฟ ก็คือชาวรัสเซีย ยูเครน เบลลารุส)
เขียนโดย Timothy Snyder ในหนังสือชื่อ "Bloodlands: Europe between Hitler and Stalin."
ฮิมเลอร์ หัวหน้าหน่วย SS ได้เดินดูเชลยโซเวียตที่ถูกจับได้จากการรบที่ยูเครน
ในปี 1943 โซเวียตได้สูญเสียทหารกว่า 5 ล้านนาย และ สูญเสียสมรรถนะในด้านการผลิตยุทธปัจจัย ไปกว่า 2 ใน3 แต่ก็ยังหยุดยั้งการรุกของเยอรมันไม่ได้ นี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่ทางโซเวียตต้องการหยุดยั้งเยอรมัน (เสียเท่าไหร่ก็ยอมขอให้รบชนะ)
แต่ความสูญเสียนั้นเป็นที่น่าตกตะลึง
ในบันทึกของ นายพล Eisenhower ผู้บัญชาการทหารสัมพันธมิตร ในแนวรบตะวันตก ขณะนั้งเครื่องบินเดินทางไปมอสโคว ในปี 1945
กล่าวว่า
ในระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปกรุงมอสโควด้วยเครื่องบิน พื้นที่ระหว่างชายแดนฝั่งตะวันตกของโซเวียต ตลอดจนถึงพื้นที่รอบๆชานกรุงมอสโคว เมื่อเรามองลงมาจากเครื่องบินจะพบแต่บ้านที่เป็นซากปรักหักพังเท่านั้น ตลอดพื้นที่ที่ถูกเยอรมันบุกยึดครองและมีการสู้รบ
จอมพลซูคอฟได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า มีเด็ก ผู้หญิง และคนแก่มากมาย ต้องเสียชีวิตจากการสู้รบซึ่งทางโซเวียตไม่อาจจะประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตได้
เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามระหว่างเยอรมันกับโซเวียต คนในแถบพื้นที่ตรงนี้ก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับระบบการปกครองของสตาลินมาก่อนหน้าอยู่แล้ว มีคนตายหลายล้านคนจากการถูกประหาร และความอดอยาก จากสตาลิน
ซ้ำร้ายหลังจากที่เกิดสงครามกับเยอรมันนี ทหารเยอรมันบางส่วนรวมถึงพวกนาซีมายึดครองพื้นที่แถบนี้ก็ทำไม่ต่างจากสตาลิน (ประชาชนรับเคราะห์กรรมซะมาก)
ใน 100 ครอบครัวของชาวโซเวียตในช่วงสงคราม จะมีอยู่ 60 ครอบครัวที่จะต้องสูญเสียญาติไปอย่างน้อย1 คนจากการสู้รบกับเยอรมันนี
พลทหาร Alexander Shirobokov ได้สวมกอดน้องสาวของตนเองหลังจากที่ทหารเยอรมันได้ล่าถอยออกจากเมือง Karachev และสุดท้ายพลทหารคนดังกล่าวได้รับข่าวร้ายจากน้องสาวว่า พ่อแม่ถูกทหารเยอรมันสังหารไปแล้ว
ข้างต้นคือบทความที่ผมย่นย่อมาให้อ่านกันครับ เกี่ยวกับความสำคัญของแนวรบตะวันออกที่หลายๆคน ไม่คุ้นและไม่เคยได้รู้มาก่อน
ไม่ได้มีเจตนาดูแคลนความสูญเสียของทหารสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา และชาติพันธมิตรอื่นๆนะครับ จะมากจะน้อยมันก็คือความสูญเสียที่น่ายกย่อง เพราะเขาเหล่านั้นได้ช่วยปกป้องคนอีกมากจากภัยจากนาซี
แต่ที่เอาเรื่องนี้มาโพสเพราะอยากจะให้รู้ลึกเข้าไปถึงแนวคิดของฮิตเลอร์และกองทัพเยอรมันว่า แนวรบที่มีความสำคัญและชี้เป็นชี้ตายให้กองทัพเยอรมัน นั้นคือแนวรบตะวันออกครับ เพราะเยอรมันทุ่มกำลังกว่า 75% ไปอยู่ในแนวรบนี้ เหลือกำลังเพียง 25% เอาไปยันแนวรบด้านตะวันตก และฮิตเลอร์ยังใช้เวลามากกว่า 800 วันในการบัญชาการรบที่ wolf's lair หรือรังหมาป่า (กองบัญชาการแนวรบตะวันออก) ก่อนที่จะต้องละทิ้งกองบัญชาการนี้เมื่อกองทัพแดงใกล้เข้ามา
นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไม สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ที่เป็นศัตรูของลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงต้องช่วยโซเวียต เพราะหากโซเวียตต้านไม่ได้และต้องยอมแพ้หรือยอมสงบศึกกับเยอรมัน ทหารเยอรมันรถถังและอาวุธต่างๆจากแนวรบตะวันออกจำนวน 75 เปอร์เซ็น ของกองทัพเยอรมันทั้งหมด จะมาสบทบกับทหารในแนวรบตะวันตกและแอฟริกาเหนือ และทรัพยากรณ์ด้านอาหารและพลังงาน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม และแรงงานของโซเวียต จะช่วยสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพเยอรมันเป็นทวีคูณ ถึงตอนนั้น สหรัฐและอังกฤษที่ต้องข้ามทะเลเพื่อมาบุกยุโรปคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
จะเห็นได้ชัดเจนในกรณีที่ สหรัฐอเมริกาต้องช่วยเหลือโซเวียตในเรื่องของ ยุทธปัจจัยต่างๆ ส่วนมากจะเป็นอาหารและยานยนต์ ในโครงการให้เช่ายืมอาวุธและยุทโธปกรณ์อย่างอื่น แต่ถึงกระนั้นโซเวียตก็ยังต้องเสียทหารของตนเองเพื่อต่อสู้กับทหารเยอรมันอยู่ดี ทั้งหมดที่เล่ามานี้จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม แนวรบตะวันออกมีความสำคัญในการชี้ชะตายุโรปและชี้ชะตาของโลกใบนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ลิงค์เต็มๆ สามารถอ่านได้ครับ
โฆษณา