11 พ.ค. 2020 เวลา 20:50 • บันเทิง
ศิลปินนักร้อง
อนรรฆ
ทำไมต้องฝึกร้องเพลง
ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ค่ายเพลงต่างๆ จะคัดสรรศิลปินแต่ละคนเข้าสังกัด ถ้าไม่ใช่นักร้องชนะประกวดระดับประเทศ ก็ลูกครึ่งหรือไม่ก็เป็นดารา ซะส่วนใหญ่บางคนก็ร้องเพลงได้
บางคนก็มีปัญหา จึงได้เกิดมีการส่งดาราเหล่านี้ไปฝึกร้องเพลงกับครูที่มีความสามารถ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับประเทศ
สมัยนี้เรียกว่า ศิลปินฝึกหัด ซึ่ง แต่ละคนจะมีเวลาในการฝึกตามกำหนดของครูที่ตกลงกับทางค่าย ว่าจะต้องฝึกกันกี่ชั่วโมงกี่คอร์ส ก็ว่ากันไป กว่าจะมีเพลงเป็นของตัวเอง อาจเป็นปี สองปี แล้วแต่ความสามารถของว่าที่ศิลปินคนนั้นด้วย
ขั้นตอนหลังจากได้ฝึกร้องเพลงมาซักระยะ
ทางค่ายก็จะเลือกเพลงให้เหมาะกับว่าที่ศิลปิน ว่าบุคลิกของแต่ละคนเหมาะกับเพลงแนวไหน น้ำเสียงเป็นยังไง
จากนั้นครูเพลงและโปรดิวเซอร์ ก็จะส่งไกด์เพลงมาให้ว่าที่ศิลปินได้เรียนรู้และฝึกซ้อมทำความเข้าใจกับเพลงๆนั้น ให้ครูสอนร้อง
สอนเต้น สอนActing ก่อนทำ MV สอนเทคนิคการแสดงก่อนขึ้น Concert
เมื่อว่าที่ศิลปินพร้อม โปรดิวเซอร์พร้อม นักดนตรีเรียบเรียง พร้อมห้องบันทึกเสียงพร้อม
ก็จะนัดจองคิวบันทึกเสียงนักร้อง
ขั้นตอนนี้ จะมี Voice Design ( ครูออกแบบการร้องเพลง ) คุมร้องเพลงให้นักร้องอีกที
คราวนี้ล่ะนักร้องหลายคนที่คิดว่าตัวเองเจ๋งอาจจะจ๋องก็เป็นได้ เพราะครูเพลงที่มาคุมร้องเคี่ยวจริงๆทุกคำ ทุกลมหายใจ ทุกอารมณ์จะให้ร้องทั้งเพลงก่อน อาจยี่สิบเที่ยวถึงร้อยเที่ยวก่อนแล้วเลือกTrack ที่ดีที่สุดมาฟังวิเคราะห์กัน เลือกประโยคที่ดีที่สุด มา Edit
แล้วให้นักร้องไปฝึกตามเสียงร้องตัวเอง
สมัยก่อนระบบการบันทึกเสียงเป็นแบบ Analloc ไม่เหมือนสมัยนี้อัดแบบ Digital
การทำงานสะดวกกว่ามากไม่ต้องร้องจนคอโป่งเหมือนเมื่อก่อน
บันทึกเสียงเสร็จ มิกซ์ มาสเตอร์ เสร็จส่งงานให้บอร์ดบริหารค่ายเคาะว่าผ่านไม่ผ่านยังไงถ้าไม่ผ่านต้องแก้ไขจนกว่าจะผ่าน
เมื่องานผ่าน จะเป็นหน้าที่ของทีม กราฟฟิกดีไซน์ออกแบบปก ทีม Costume stylish
ออกแบบ เสื้อ ผ้า หน้า ผม เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพให้ศิลปินดูดีเด่น ออร่าเปล่งประกาย
ขั้นตอนต่อมา หน้าที่ของทีม PR และทีมการตลาดทำหน้าที่ต่อ จัดงานเปิดตัวศิลปิน
เชิญสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น สิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวี ( สมัยนั้นยังไม่มี Social network )
เชิญแขกรับเชิญ นักร้องรุ่นพี่ที่มีชื่อ มาโชว์ ดารารับเชิญ พิธีกรมีชื่อมาทำหน้าที่เปิดตัวศิลปินใหม่ ขึ้นโชว์ จบงานแจกลายเซ็น ถ่ายรูปกับแขกและสื่อมวลชนจนหนำใจ
ขั้นตอนต่อมา แผ่นตัดสามถึงสี่เพลง ที่ทางค่ายคัดแล้วว่าดีที่สุด จะถูกส่งให้สถานีวิทยุ
ซึ่งทีมพีอาร์ของค่ายจะมีคอนแทคกับแต่ละสถานี ว่าช่วงไหนเหมาะกับกับเพลงกับศิลปินคนนั้น ดีเจคนไหนจัด ช่วงไพร์มไทม์ คือช่วงไหน จะนัดเวลาปล่อยเพลงพร้อมกันทั่วประเทศ (เพลงละพันวันละเพลง)วัดผลสามเดือนว่าเพลงมีแววฮิตติดชาร์ทมั้ย
จากนั้น ถึงคิว ศิลปินเดินสายแจกแผ่นมอบกระเช้า นัดคิวสัมภาษณ์กับทางสถานีวิทยุ
ผู้จัดการของศิลปินทำหน้าที่พาเดินทางกับรถตู้ที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้
เพลงฮิต ศิลปินเริ่มเป็นที่รู้จัก ถึงคิวถ้ายทำ
MV ซึ่งจะมีเส้นซิ้งค์ และ Story หรือบางเพลงอาจจะซิ้งค์อย่างเดียวแล้วแต่ค่ายเห็นเหมาะสม งานเสร็จซื้อเวลาสถานีโทรทัศน์ เลือกช่วงเวลาออกอากาศตามงบประมาณ สมัยนั้นช่วงไพร์มไทม์แพงมากๆ
เพลงฮิต ติดชาร์จ ถึงคิวคอนเสิร์ต ตามสถานีโทรทัศน์ สมัยนั้นจะเป็น 7สีคอนเสิร์ต โลกดนตรี ส่วนแนวลูกทุ่งจะเป็นรายการ เวทีไทย ฯลฯ ศิลปินดังเพลงดัง คราวนี้ถึงคิวเดินสายโชว์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ ที่ทางค่ายเตรียมไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำปีของแต่ละจังหวัด
งานอีเวนจ์ต่างๆที่ค่ายดิวไว้
เมื่อดังแล้วคราวนี้ ศิลปินต้องเตรียมชุดต่อไป
ตามสัญญาที่ตกลงระหว่างศิลปินกับค่ายว่าปีนึงกี่ชุดจนกว่าจะหมดสัญญา ห้าปี หกปี ก็ว่ากันไป ส่วนแบ่งก็แล้วแต่ตกลงกัน( ระวังอ่านสัญญาให้ละเอียด เจอสัญญาทาสที่เป็นข่าวมาเยอะ และศิลปินโดนดองก็เพียบ ฉีกสัญญากลางอากาศ เป็นข่าวขัดแย้งผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็มาก ใครจะมาทางนี้จงเป็นคนละเอียดรอบคอบก่อนเซ็นสัญญา อย่าพึ่งดีใจว่าจะได้มาเป็นนักร้องอัดแผ่น )
ความดังไม่คงที่ ความดีสิคงทน
ศิลปิน เมื่อดังแล้วจะรักษาความดังไว้ได้ต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ นิสัยของศิลปินเองว่าต่อหน้าลับหลังแฟนเพลง เขาหรือเธอ เสมอต้นเสมอปลาย น่ารักเหมือนเดิมมั้ย รักษาหน้าที่ของตัวเองดีรึเปล่า รักษาสุขภาพตัวเองดีมั๊ย
น้องๆลูกหลาน คนรุ่นใหม่ ที่จะเดินตามฝันเส้นทางศิลปิน ทุกคนเมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว ลองนำไปพิจารณาดูว่า ปัจจุบัน โลกเปลี่ยนไป ระบบการทำงาน ขั้นตอนต่างๆเปลี่ยนไป ศิลปินคนนึงไม่ได้ออกอัลบั้มทีละสิบเพลง สิบสองเพลง แล้ว ตอนนี้ ทำเพลงเดียวแล้วปล่อยลงYoutube Facebook ฯลฯ
ยอดวิวทะลุล้านหลายสิบหลายร้อยล้านวิวสถานีวิทยุ ถึงได้เอาไปเปิด ซึ่งตอนนี้ วิทยุกับทีวี มีบทบาทน้อยลงกว่าสมัยก่อน
สำคัญที่สุด ศิลปินฝึกหัดทั้งหลาย
ก่อนจะมาถึงจุดของคำว่า ศิลปิน
จงจำไว้ว่า คุณพร้อมจะเหนื่อยแล้วใช่มั้ย
พร้อมจะเป็นบุคคลสาธารณะ จริงๆหรือไมถ้าพร้อมจะออกแสงปล่อยพลังเพื่อสร้างความสุขแด่ชาวโลกแล้ว มีดีแล้วเอามันออกมาอวดได้เต็มที่เลยนะ อย่าลืมฝึกฝนเรียนรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลา เสมอต้นเสมอปลาย
รักษาความดี ระเบียบวินัยการทำงาน อ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ ต่อทุกคนที่ร่วมงานรักษาความน่ารักที่มีให้เป็นที่เอ็นดูของพี่น้องประชาชนที่เมตตาคุณ ดุจดั่งเกลือรักษาความเค็มต่อไปเถิด แล้วคุณจะอยู่ในหัวใจของชาวโลกตลอดกาล...โชคดี มีชัย ชื่อเสียง เงินทองไหลมาเทมา ถึงเวลา คืนสู่สังคมด้วยนะ...
รักทุกคน
อนรรฆ
อังคาร ที่ 12 พ.ค.2563
Can266 Music House
โฆษณา