12 พ.ค. 2020 เวลา 05:23 • ประวัติศาสตร์
กำเนิด “พระบรมรูปทรงม้า" ณ โรงหล่อ “ซูสแฟร์” (SUSSE Fres Fondeurs) กรุงปารีส
พระบรมรูปทรงม้าเมื่อใกล้สร้างเสร็จ กับบรรดานายช่างที่โรงหล่อ “ซูสแฟร์” (SUSSE Fres Fondeurs) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
แต่เดิม ชาวสยามมีความเชื่อดั้งเดิมที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาว่า การจะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นก็ต่อเมื่อพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นเสด็จสวรรคตแล้ว
แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนแปลงความเชื่อดั้งเดิมนั้นจนหมดสิ้น สะท้อนให้เห็นว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีแนวความคิดทันสมัย
หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งบ่งชี้ว่า งานประติกรรมในรัชสมัยของพระองค์มีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นรัชกาล นั่นคือภาพลายเส้นพระบรมรูปทรงม้า ที่ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์ The Illustrated London News ฉบับวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2417
ข่าวหนังสือพิมพ์ยังระบุว่าพระบรมรูปนี้เป็นผลงานของช่างฝีมือชาวอังกฤษ สร้างขึ้นหลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับจากการเยือนประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย คือสิงคโปร์ ชวา และอินเดียซึ่งล้วนเป็นเมืองอาณานิคมของตะวันตก
ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก พ.ศ.2440 พระองค์ได้ทอดพระเนตร พระบรมรูปทรงม้าของพระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ จัตรัสเวเนเซียในกรุงโรม ทรงเกิดความประทับพระราชหฤทัย เป็นการตอกย้ำถึงพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระบรมรูปของพระองค์เอง
2
ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2450 หม่อมเจ้าจรูญศักดิ์ กฤดากร อัครราชทูตสยาม ณ กรุงปารีส ได้สืบหาโรงหล่อที่เหมาะสมพบว่าโรงหล่อของตระกูล ซูสแฟร์ ที่กรุงปารีส มีความเหมาะสมที่สุด เพราะมีชื่อเสียงและผลงานการหล่อพระบรมรูปให้แก่กษัตริย์ในยุโรปมาหลายพระองค์
หลังจากตกลงว่าจ้างโรงหล่อซูสแฟร์แล้ว การหล่อพระบรมรูปทรงม้าก็มีความคืบหน้าเป็นระยะ ในระหว่างนั้นรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรเพื่อติดตามตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ที่โรงหล่อด้วยพระองค์เองหลายครั้ง
หลังใช้เวลาทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า พระบรมรูปทรงม้า รวมทั้งชิ้นส่วนต่างๆก็บรรจุลงลังไม้ขนาดใหญ่ ส่งจากกรุงปารีสทางเรือเมล์ของเยอรมัน เข้ามาถึงกรุงเทพในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2451 และนำมา ณ ลานพระราชวังดุสิต ด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก และทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451 ท่ามกลางความปลื้มปีติยินดีของพสกนิกรทั้งแผ่นดิน
3
อาจกล่าวได้ว่า พระบรมรูปทรงม้า เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความทรงจำจากการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ทั้งยังเป็นอนุสรณ์ที่ปวงชนชาวไทยล้วนเคารพสักการะ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการตลอดรัชสมัย อันนำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติ ทรงดำรงเอกราชและและอธิปไตยมาตราบจนทุกวันนี้
โฆษณา