Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
จุดสกัดSocial
•
ติดตาม
12 พ.ค. 2020 เวลา 08:59 • ธุรกิจ
การบินไทยในวันที่ปีกหัก
สถานการณ์เจ้าจำปีเพลานี้ เหมือนเหล้าเก่าเอามาใส่ขวดใหม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบกันดีทุกคน ว่าการบินไทยมันเกิดสนิมมาแต่เนื้อใน แต่ไม่มีใครใจถึง ทำตามที่เคยลั่นสัจจะวาจา ว่าจะยกเครื่องใหม่ทั้งระบบสักที วันนี้จุดสกัด social ยังตามติดสายการบินแห่งชาติของไทยว่า ว่าตั้งแต่อดีต และในอนาคตการบินไทย จะทยานบินต่อไปอย่างไร พร้อมแล้วไปฟังกันครับ
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 การบินไทยเรามีเครื่องบินประจำการทั้งหมด 81 ลำ
เมื่อปี พ.ศ.2551 การบินไทยขาดทุน 21,314 ล้านบาท เป็นการขาดทุนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
หลังจากนั้นมีบุคคล 2 คน ได้เข้ามารับเผือกร้อนกอบกู้การบินไทย นำโดย ด.ร.ปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ มารับตำแหน่งป้ายแดง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) และนาย บรรยง พงษ์พานิช เป็นกรรมการการบินไทย
ปี 2552 ทำให้การบินไทยพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง ได้ทำกำไรถึง 7,344 ล้านบาท
ปี 2553 การบินไทยทำกำไรมากที่สุดสูงเป็นประวัติการณ์ กำไรไปแตะที่ 15,350 ล้านบาท ผลของการเข้ามาพลิกฟื้นของบุรุษ 2 ท่านที่ย่างกรายเข้ามาขับเคลื่อนปีกการบินไทย แต่บังเอิญว่า เวลาการทำงานของมือดีทั้ง 2 ได้จบลงอย่างรวดเร็ว ในปี 2554 เป็นเรื่องที่น่าเสียดายแทนการบินไทย
เราลองมาดูงบการบินไทย 2562 ขาดทุนสุทธิ 12,016 ล้านบาท เรามาฉีกเป็นชิ้นๆให้ละเอียดแบบเห็นภาพมากขึ้นหน่อย ว่าภาระการบินไทยมาจากอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายหลักๆ การบินไทย
อันดับ 1 ค่าน้ำมัน 54,675 ล้านบาท อันดับ 2 ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 31,171 ล้านบาท (อะไรจะเยอะเบอร์นั้นข้อ 2 นี่) อันดับ 3 ค่าบริการการบิน 21,058 ล้านบาท อันดับ 4 ค่าซ่อมค่าบำรุงรักษา 19,321 ล้านบาท อันที่ 5 ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 15,892 ล้านบาท
พอเห็นอดีตที่ขมขื่นของการบินไทย เราในฐานะคนเสียภาษีที่ไปค้ำการบินไทย ก็นั่งทำตาปริบๆ จุกอยู่ที่ใจ ที่สำคัญการบินไทย ถูกแฉว่าครั้งหนึ่ง มีอดีตผู้บริหารไปทำสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าในราคาแพงไว้หลายปี และมาเจอโควิด 19 แบบนี้ด้วย น้ำมันล่วงดิ่งเหว หลับตาเห็นภาพเลย ว่าการบินไทยคงโดนกระแทกซ้ำให้ขาดทุนบักโกรกขึ้นไปอีก
ขยับเข้ามาดูแผนฟื้นฟูระยะสั้น แนวทางคณะรัฐมนตรี น่าจะออกมาทางนี้ ถ้าทุกฝ่ายลงตัวในการเจรจากัน
การบินไทยเสนอขอเงินกู้ระยะสั้นเพื่อฟื้นฟู ประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังเป็นคนค้ำประกัน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินระยะเวลา 5 เดือน คือ พ.ค.-ก.ย. 63
แต่เดือน พ.ค. การบินไทยจะขอกู้ก่อน 9,000 ล้าน เพื่อนำไปใช้จ่ายภายในองค์กร
คาดน่า นายก คงไฟเขียว โดยมีข้อแม้ การบินไทยจะต้องดำเนินการตามแผนฟื้นฟู ที่ ครม.อนุมัติ และแผนดังกล่าว ต้องลดจำนวนพนักงานลง 30-40%
และยังมีแผนปลดระวาง กำหนดเครื่องบินแบบใหม่ คือจะไม่ใช้เครื่องบินใหญ่อีกต่อไป เพราะกินน้ำมันมาก เพิ่มต้นทุนให้สูงเปล่า ที่สำคัญจะเปลี่ยนจากการซื้อเครื่องบินมาเป็นเช่าแทน และจะชลอแผนซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ วงเงินแพงหูฉี่ 1.5 แสนล้านบาท
จะลดอัตราการถือหุ้นของกระทรวงการคลัง ให้เหลือน้อยกว่า 50% ที่สำคัญ จะปรับโครงสร้างให้การบินไทย เป็นบริษัทแม่ อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพียงอันเดียว ส่วนบริษัทลูก ทั้ง 5 ได้แก่ บริษัทฝ่ายครัวการบิน บริษัทบริการภาคพื้น บริษัทคลังสินค้า บริษัทฝ่ายช่าง และบริษัทไทยสมายล์ เพื่อให้มีการคล่องตัวในการบริหารมากขึ้น แบ่งหน้าที่การรับผิดชอบแบบกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก
ทีนี้มาดูแผนระยะยาว 2563-2567 การบินไทยจะขอเพิ่มทุนประมาน 80,000หมื่น จะเอาไปใช้คืนเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท และอีก 30,000หมื่นล้านบาท จะนำไปใช้จ่ายภายในองค์กร เพื่อเดินหน้าเต็มสูบหลังโควิด สงบลง แต่การขอเพิ่มทุนระยะยาวนั้น มันมีกระบวนการ เนื่องจาก ต้องขออนุมัติจากที่ประชมผู้ถือหุ้น อาจต้องใช้เวลาพอสมควร
อย่างที่บอกจุดสกัด social และสื่อต่างๆ ได้เคยเขียนเสนอแนะไปแล้วว่า ปัญหาการบินไทย มันละม้ายคล้ายกันกับ การบินแห่งชาติญี่ปุ่น ที่อยู่ในสถานะล้มละลายเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่การบริหารจัดการ
ทันทีที่คุณปู่ คาซูโฮ อินาโมริ อายุ 78 ปี ชายใกล้ฝั่งผู้ซึ่งไม่มีความถนัดเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจการบินเลย สิ่งแรกที่คุณปู่ปักธูปลง ลั่นสัจจะวาจา ว่าจะเข้ามากอบกู้ ไม่ใช่กอบโกย รู้ไหมคุณปู่ ทำอย่างไร
คุณปู่อินาโมริ รู้ดีว่า สายการบินแห่งชาติญี่ปุ่นมันมี ฝูงบินที่ใหญ่เกินไป แต่บริการห่วยแตกมาก แถมที่สำคัญ เงินบำนาญพนักงานสูงลิ่ว คุณปู่ อินาโมริ ก็จัดการ เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรใหม่ แล้วคิดการบริหารแบบใหม่ โดยตั้งชื่อแปลกๆว่า การบริหารแบบอมีบา (amoeba management system) มันเป็นระบบที่ ให้แต่ละแผนกรับผิดชอบกำไรของแผนกเอง แล้วลดพนักงานลงถึง 16,000 คน คุณปู่ใช้เวลา 1ปี 3 เดือน ก็ฟื้นฟูสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่นให้กลับมาผงาดโลดแล่นได้อีกครั้ง กลับมาทำกำไรสุทธิในเดือนมีนาคม 2012 หรือเมื่อปี 2552
บทสรุปของการบินไทย ที่คนเกี่ยวจะต้องตอบคำถามสังคมผู้เป็นเจ้าของภาษีกว่าครึ่ง ถ้าอยากพลิกการบินไทยเจ้าจำปี ให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง กรณีศึกษาของคุณปู่ อินาโมริ ที่เข้ามาฟื้นสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าทำตามแผนที่วางไว้ ว่าจะกระจายระบบบริหารจัดการ ลดต้นทุน ตัดไขมันส่วนเกินออก จากยุทธศาสตร์ที่วางกันไว้ เชื่อแน่ว่า การบินไทยจะกลับมาบินได้อย่างสง่าอีกครั้งแน่นอน
แต้ถ้าไม่ทำตามแผน สุดท้ายแล้วการบินไทย กลับมาปีกหักเหมือนเดิม ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า คุณเล่นอะไรกันอยู่ เพราะอย่าลืม ภาษีที่จะนำไปอุดการบินไทย มันคือทรัพย์สินของคนไทยทั้งชาติ ที่เขาไม่รู้อะไรเลย บางคนไม่เคยขึ้นใช้บริการการบินไทยด้วยซ้ำ เงินกำไรภาษีไม่เคยเข้าคลัง แต่ทำไมต้องเอาเงินมาษีพวกเขามาอุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสุดท้ายนี้ อยากบอกตัวโตๆว่า นี่คือสงครามครั้งสุดท้ายของการบินไทย
2 บันทึก
6
2
4
2
6
2
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย