12 พ.ค. 2020 เวลา 08:51 • ธุรกิจ
หุ้น ASEFA และงบการเงินล่าสุด
หมวดธุรกิจ: วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้า จึงมีความสำคัญต่อกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ต่างๆ เป็นต้น จากแผนพัฒนา กำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) ซึ่งเป็นแผนหลักในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้เพียงพอกับความต้องการใช้ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
รูปที่ 1 แสดงผลิตภัณฑ์และงานบริการของบริษัท ASEFA ทั้งหมด ที่มา: https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตและจัดจำหน่าย (Manufacturing Products) เองมีดังนี้
1. สวิตช์บอร์ดไฟฟ้าที่ออกแบบและพัฒนาโดยบริษัทฯ
2. สวิตช์บอร์ดไฟฟ้าที่บริษัทฯ ได้รับลิขสิทธิ์
3. รางและบันไดพาดสายไฟฟ้า
4. ชุดประกอบสำเร็จชนิดเคลื่อนที่ได้
5. โคมไฟ
รูปที่ 2 แสดงสัดส่วนของรายได้จากการขายและบริการที่มาจาก 4 กลุ่มรายได้ของบริษัท ที่มา: https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
การแข่งขัน
การแข่งขันจะมีทั้ง ผู้ผลิตในประเทศและผู้ผลิตซึ่งเป็นบริษัทอินเตอร์ข้ามชาติ ที่นำเข้าสินค้ามาจำหน่ายในบางรุ่น
ผลการดำเนินงานในอดีต
รูปที่ 3 แสดงกำไรขั้นต้นของ ASEFA ตั้งแต่ปี 2015-2019 ที่มา:https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
รูปที่ 4 แสดงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (Selling, General & Administrative Expense: SG&A) ที่เพิ่มขึ้น ที่มา: https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
รูปที่ 5 แสดงค่า Return on Equity (ROE) และค่า Return o Asset (ROA) ที่ลดลงจากปี 2018 ที่มา: https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
รูปที่ 6 แสดงกำไรสุทธิของ ASEFA ตั้งแต่ปี 2015-2019 ที่มา: https://www.set.or.th/dat/registration/oppday/presentation
รูปที่ 7 กราฟหุ้น ASEFA ที่ราคาลดลงตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ที่มา: http://siamchart.com/stock-chart/ASEFA/
ผลการดำเนินงานในปัจจุบัน (ไตรมาส 1/2563)
1. รายได้จากการขายและบริการ พบว่าลดลง 28.98 ล้านบาท (ลดลง4.19%) โดยที่รายได้มาจากหลายทางดังนี้
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตและจัดจำหน่าย (Manufacturing Products) มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 77.43 ล้านบาท
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทซื้อมาและจำหน่ายต่อ ลดลง 12.63 ล้านบาท
กลุ่มงานบริการ มีรายได้ลดลง 93.77 ล้านบาท เพราะผลกระทบการชะลอตัวการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน
กลุ่มงานวิศวกรรม มีรายได้จากการรื้อถอนโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 7.07 ล้านบาท จากการขายวัสดุที่รื้อถอน
2. กำไรขั้นต้น เมื่อตรวจสอบกำไรขั้นต้นของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2563 พบว่าลดลง 14.71ล้านบาทหรือลดลง 9.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
3. รายได้อื่นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จาก 0.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23.42%
4. ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร ลดลงซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งลดลงไป 9.11 ล้านบาท เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่าลดลง 9.85% มาจากการลดลงของการตั้งสำรองลูกหนี้และค่าเผื่อสินค้าที่เสื่อมสภาพและล้าสมัย
5. ต้นทุนทางการเงินซึ่งเป็นดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการก่อหนี้สินลดลงอย่างมากประมาณ 93.25%
6. กำไรสุทธิที่หักภาษีแล้วลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.68 ล้านบาท หรือลดลง 5.41%
นโยบายสำคัญล่าสุด
บริษัทมีแผนจะซื้อหุ้นคืน 120 ล้านบาทและจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนจำนวนไม่เกิน 35,000,000 หุ้น หรือไม่เกิน 6.36 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด โดยกำหนดระยะเวลาการซื้อหุ้นคืน 6 เดือนตั้งแต่ 21 พฤษภาคม-20 พฤศจิกายน 2563
จะเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้น โดยจะทำให้ค่า ROE และ EPS ของหุ้นเพิ่มสูงขึ้น ในแง่ของบริษัทจะทำให้สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนผู้ถือหุ้นจะลดลง
หากข้อมูลเป็นประโยชน์กับคนอ่าน ฝากกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์ด้วยนะครับ
โฆษณา