อย่าบังอาจถามผู้หญิงว่า “มีเมนส์อยู่เหรอ”
เรื่องเก่าๆ
เรื่องง่ายๆ
เรื่องพื้นๆ
ที่ทุกคนก็รู้ว่าไม่ควรทำ
แต่ก็ยังจะทำ!
เรื่องมันมีอยู่ว่า...
ในวันที่อากาศค่อนข้างร้อนวันหนึ่ง
ฉันก้มหน้าก้มตาปั่นงานอยู่ในออฟฟิศของตัวเอง
ยุ่งจนแทบไม่ได้สนใจเหตุการณ์รอบตัว
เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยมีโมเมนต์แบบนี้
อยู่ๆก็มีเพื่อนร่วมงานชายชาวอเมริกัน
อายุประมาณ 70 กว่าปีเดินเข้ามาในออฟฟิศ
ซึ่งออฟฟิศนี้เป็นออฟฟิศรวม ใช้พื้นที่ร่วมกัน 3 คน
แต่แกไม่ได้ใช้กับเรา
ลุงคนนี้แกมาหาน้องอีกคนที่ทำงานแผนกเดียวกันกับแก
แต่น้องเค้าแชร์ออฟฟิศกับฉัน
และงานของเค้าก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานที่ฉันทำอยู่เลย
(เราทุกคนต้องเรียกลุงแกว่า “ลุง” เพราะแกไม่ยอมพวกเราให้เรียก“ตา”)
องค์กรที่ฉันทำงานอยู่เป็นองค์กรเล็กๆ
และพนักงานทุกคนก็รู้จักกันหมด
ฉันเองก็สนิทสนมกันดีกับคุณลุงชาวอเมริกันคนนี้
จนสามารถพูดคุยกันได้แทบจะทุกเรื่อง
ทั้งเรื่องส่วนตัวเรื่องงาน
ลุงเข้ามาแล้วก็ทักทายฉัน ฉันก็ทักทายแกกลับ
แล้วก็ทำงานต่อ ปล่อยให้ลุงแกทำธุระของแกไป
ลุงวุ่นวายอยู่สักพักก็หันมาถามฉันว่ากินข้าวหรือยัง
ฉันยุ่งอยู่ก็อือส่งๆแกไป
แกก็ถามต่ออีกว่าฉันยุ่งเหรอ
ฉันหยุดแล้วหันไปมองแก
รู้ว่าแกชวนคุยแต่จังหวะนั้นฉันคุยเล่นกับแกไม่ได้จริงๆ
เลยรีบบอกแกไปว่าฉันยุ่งมาก
เพราะมีเรื่องด่วนเข้ามาพร้อมกันหลายเรื่อง
แกทำหน้าหน่ายๆเหมือนฉันหาข้ออ้างไม่อยากคุยกับแก
แล้วตอบสั้นๆว่าโอเค
ในเมื่อแกรับรู้แล้วฉันก็เลยทำงานต่อไป
และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
สักพักแกก็ถามขึ้นมาอีก
ว่าน้องอีกคน(ที่อยู่แผนกเดียวกันกับแก)ไปไหน
ฉันตอบว่าไม่รู้ (เพราะฉันไม่รู้จริงๆ)
แกก็โวยวายขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่าฉันจะไม่รู้ได้ยังไง
ในเมื่ออยู่ออฟฟิศเดียวกัน
ฉันแค่ไม่อยากบอกหรือคุยกับแกเท่านั้น
ฉันเริ่มฟิวส์ขาด
เลยพยายามตั้งสติแล้วอธิบายให้แกฟังแบบช้าๆชัดๆ
ว่าฉันยุ่งอยู่เลยไม่ได้สังเกตว่าน้องเค้าไปไหนและไปตั้งแต่เมื่อไหร่
และฉันก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะต้องรู้ทุกเรื่องด้ว(อันนี้น่าจะฟังดูแรงไปสำหรับแก)
แกมีท่าทางโกรธมากแล้วทำท่าจะออกไปจากออฟฟิศ
แต่ก่อนที่แกจะทันเปิดประตูออกไป
แกหยุดแล้วหันมามองฉัน
พร้อมกันนั้นก็ถามคำถามอมตะนิรันดร์กาลว่า
“นี่เธอมีเมนส์อยู่หรือเปล่า”
เท่านั้นล่ะค่ะ
พลังมนุษย์เมนส์ทั้งหมดในจักรวาลก็มาสถิตอยู่ที่ปากของดิฉัน
ซึ่งตอนนั้นตัวดิฉันเองก็ไม่ได้มีอาการใกล้เคียงกับการมีประจำเดือนเลย
คิดว่าผู้หญิงทุกคนน่าจะพลังวิเศษนี้
พลังวิเศษที่เราสามารถเรียกเอามาใช้ตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้
โดยไม่ต้องรอการมีรอบเดือน
ลุงแกคงเหงาและอาจจะอยากโดนด่า
หรือไม่แกก็คงกำลังเรียกร้องความสนใจอยู่
เพราะเราสนิทกันมากพอ
ที่แกก็รู้ว่าฉันค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้
แกเลยเอาหน้ามาแหย่รังแตนเล่น
ฉันสบตาแกนิ่งๆ
แล้วถามแกว่าถ้าแกถามคำถามแบบนี้กับเพื่อนร่วมงานเพศเดียวกันกับฉัน
ที่ประเทศบ้านเกิดของแก ซึ่งก็คือประเทศ USA
แกรู้ไหมว่าแกจะโดนฟ้อง(ในชั้นศาล)
แกตอบกลับมาอย่างคนมีอารยธรรมว่า
“แน่นอน ฉันรู้”
ฉันเลยถามแกกลับไปอีกว่า
เพราะแกเห็นว่าเราทั้งสองคนอยู่เมืองไทยใช่ไหม
ถึงได้กล้าหาญชาญชัยพูดอะไรแบบนี้ออกมา
เพราะว่ายังไงฉันคงทำอะไรแกไม่อยู่ดี
ก่อนที่แกจะพูดอะไรต่อ
ฉันก็สร้างความมั่นใจให้กับแก
ว่าสิ่งที่แกทำอยู่ ถึงแม้ว่าแกจะทำในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย
หรือในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง USA
ยังไงการกระทำของแกมันก็คือการ” เหยียดเพศ”
ยิ่งทำโดยคนที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำแล้วผิด
มันยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดทางความรู้สึกให้กับฝ่ายที่ถูกกระทำ
มากกว่าการทำไปโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลยหลายเท่านัก
แกแก้ตัวกลับมาอ่อยๆ
ว่าแกพูดไปเพราะแกเห็นฉันเป็นเพื่อน
แล้วฉันก็ดูอารมณ์ไม่ค่อยเสถียร
แกเลยถามดูเฉยๆ
ไม่คิดว่าฉันจะทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
ไปไกลถึงเรื่องการเหยียดเพศโน่น
กึ่งๆจะย้ำว่าฉันคงมีเมนส์จริงๆนั่นแหละ
พูดเสร็จแกก็ทำท่าจะจบเรื่อง
อาการประมาณชนแล้วหนี
แต่ฉันโกรธเกินกว่าจะปล่อยให้แกลอยชายจากไปง่ายๆ
ฉันอยากให้แกได้ลองลิ้มชิมรส
ความรู้สึกที่แกพยายามจะยัดเยียดให้ฉันรู้สึก
ฉันเลยพูดกับแกไปว่า
ฉันอยู่ในพื้นที่ของฉันอยู่ดีๆ
ก็มีคนมาหาเรื่องฉันซึ่งเป็นผู้หญิง
ว่ามีประจำเดือนอยู่หรือเปล่า
ฉันถึงดูเหวี่ยงๆ อารมณ์ไม่ดี
จนฉันเริ่มจะอารมณ์ไม่ดี
เลยจะบอกกับฉันว่า “นั่นไง อารมณ์ไม่ดีจริงๆด้วย”
เหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด
ในทางกลับกัน
ถ้าฉันซึ่งเป็นเพื่อนต่างเพศกับแก
เดินไปเปิดประตูออฟฟิศแกแล้วถามแกบ้างว่า
แกไม่ได้ jerk ยัวเซลฟ์ off บ้างเหรอ
ทำไมถึงได้ดูหงุดหงิดนัก
ตัวแกเองจะรู้สึกยังไง!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น
สำหรับผู้เขียนเอง ถ้าตัดเรื่องเพศออก
ก็ยังมีเรื่องของการเคารพความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ใช้สอยที่เป็นส่วนรวม
รวมทั้งการให้เกียรติและเคารพตัวเอง
ว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่ควรทำ
ถึงแม้ว่าจะมีหรือไม่มีใครรู้เห็นก็ตาม
ถึงแม้ว่าจะทำที่นั่นได้หรือไม่ได้ก็ตาม
ส่วนในเรื่องของเพศสภาพ
ผู้เขียนอยากให้ผู้หญิงด้วยกันทุกคนรู้ว่า
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินเรา
โดยเอาประจำเดือนหรือความเป็นผู้หญิงของเรามาเป็นตัววัด
เราจะอารมณ์ดีหรือไม่ดี
มันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายอย่าง
ซึ่งทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว
แต่อาจจะทำเป็นลืม
เพื่อเอาเรื่องประจำเดือนมาทำร้ายและเหยียดเพศเราไปด้วยในตัว
หลายคนอาจจะบอกว่า
มึงน่ะ คิดมาก
เรื่องแค่นี้จะถือเป็นการเหยียดเพศได้ยังไง?
ได้ค่ะ!
ถ้าเอาเรื่องประจำเดือนของผู้หญิง(ซึ่งผู้หญิงเท่านั้นที่มีได้)
มาตัดสินพฤติกรรมหรือสภาวะทางอารมณ์ของผู้หญิง
มันก็คือการเหยียดเพศดีๆนี่เอง
เอาเข้าจริงๆ
ถ้าใครจะคิดว่าชีวิตลำบากเหลือเกินเวลาที่จะต้องเกี่ยวข้องกับมนุษย์เมนส์
คุณรู้ได้ยังไงว่าเรามีเมนส์?
คุณเองอาจจะเป็นคนทำให้เรามีเมนส์โดยที่เมนส์เรายังไม่มีก็ได้
เพราะฉะนั้น
เราเหล่าผู้หญิงทั้งหลาย
อยากให้คุณทุกคนปฏิบัติกับเราอย่างทะนุถนอม
ระมัดระวังกริยามารยาทของคุณ
เสมือนหนึ่งเรามีเมนส์อยู่ตลอดเวลา
เเล้วชีวิตคุณจะอยู่รอดปลอดภัย
จากภัยคุกคามต่างๆจากสตรีเพศ
ทั้งเวลามีและไม่มีประจำเดือน
ขอบคุณและสวัสดีค่ะ
  • 4
โฆษณา