13 พ.ค. 2020 เวลา 13:30 • ข่าว
ตอนจบ คดีฆ่าหั่นศพภรรยา “เมื่อลูกวัย5ขวบบอกยายว่า พ่อเอาหัวแม่ออกมายัดใส่ถุง” ตอนจบ‼️
1
แม่และลูกๆ
หลังจากที่ตำรวจพยายามหาคนที่พอรู้จักอู๋รุ่ยหยุน พยายามหาว่าจริงๆแล้วเธอทำงานอยู่ที่ไหน มีแค่เบาะแสจากแม่และสามีว่าเธอทำงานในบริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้าแห่งหนึ่งแค่นั้น แต่เมื่อพบเบาะแส อู๋รุ่ยหยุนกลับไม่ได้ทำงานบริษัทอย่างที่เธอบอกกับครอบครัว แต่เธอทำงานเป็นหมอนวดในร้านซาวน่าแถมเพิ่งเบิกเงินเดือนไปได้ไม่นานอีกด้วย....
3
หลังจากตำรวจตรวจสอบแน่ชัดกับพยานที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอที่อ้างว่าเพิ่งนัดกินข้าวกับคนที่คิดว่าเป็นอู๋รุ่ยหยุน (ชื่อที่ใช้ทำงานคนละชื่อ) เมื่อเทียบกับเวลาที่แม่ของเธอแจ้งความว่าคาดว่าลูกสาวเธอถูกฆ่านั้น เวลามันกลับไม่ตรงกัน ถ้าหมอนวดคนนั้นคืออู๋รุ่ยหยุนจริง แสดงว่าเธอยังไม่ตาย???! แต่แล้วก็คลาดอีกเมื่ออู๋รุ่ยหยุนลาออกจากร้านซาวน่าและหายไปไหนก็ไม่มีใครรู้
1
หลังจากที่ตำรวจเจอทางตันอีกรอบ ไม่กี่วันผ่านมาตำรวจได้รับโทรศัพท์จากพนักงานในร้านซาวน่าที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอว่า อู๋รุ่ยหยุนติดต่อมาและเธอบอกว่าจะโทรมาอีกในวันพรุ่งนี้ เมื่อตำรวจได้ยินดังนั้นก็รีบไปที่บ้านของเพื่อนร่วมงานคนนั้นทันที เพื่อติดเครื่องดักฟังและอัดเสียง ตำรวจรอสายตั้งแต่เช้าจนเย็นก็ไม่มีใครโทรมา แต่แล้วตอนสามทุ่มมีโทรศัพท์เข้า เพื่อนของเธอบอกว่าใช่เธอแน่ๆจำเสียงเธอได้ เพื่อนของเธอได้ถามว่า ทำไมถึงไม่ยอมออกมา?? เธอตอบว่า “มีเรื่องลำบากนิดหน่อย บอกตอนนี้ไม่ได้” และตอนนี้อยู่ที่ไหน?? “อยู่เกาสง” และสายก็ตัดไปทันที....
4
เสียงในโทรศัพท์จะใช่เสียงของอู๋รุ่ยหยุนจริงหรือไหม?? ถ้าใช่..ทำไมเธอไม่ออกมาทั้งที่มีข่าวว่าเธอถูกฆ่า?? แล้วเรื่องที่แม่ของเธอเล่าล่ะ?? เด็กๆทำไมถึงพูดว่าพ่อฆ่าแม่??
หลายคำถาม หลายข้อสงสัยถาถมเข้ามาจนตำรวจกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง จุดเริ่มต้นมาจากแม่ของเธอนางเฉิน และลูกทั้งสองที่อ้างว่าเป็นพยานเห็นเหตุการณ์....
เมื่อตำรวจลองคิดพิจารณาความเป็นไปได้ที่อู๋รุ่ยหยุนยังมีชีวิตอยู่ ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มีบางอย่างไม่ถูกต้อง..มันไม่ถูกต้องถ้าเด็กวัย 5 และ4 ขวบ เห็นตามที่เล่าจริงว่า “พ่อฆ่าแม่ พ่อเอาหัวแม่ออก เอามือและเท้าแม่ออก แม่ตายแล้ว” ถ้าเห็นจริงๆต้องตกใจสิ ต้องช๊อคจนฝันร้ายฉี่ราดทุกคืนไปแล้ว แต่นี่กลับเล่าได้อย่างธรรมชาติ เหมือนเล่าเรื่อง เล่านิทาน แต่เด็ก 5ขวบและ4 ขวบจะโกหกหรือ?? ทำไมล่ะ??
3
ตำรวจผู้สืบสวนคดีกล่าว เมื่อย้อนกลับไปคิดๆดูมันไม่น่าใช่ ด้วยความที่เราคิดว่าเด็กไม่โกหกและปักใจเชื่อพยานตัวน้อยทันทีอีกทั้งด้วยความที่หาอู๋รุ่ยหยุนไม่พบจริงๆ สามีก็ไม่ปริปากพูดอะไรได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ ทำให้เรามองข้ามจุดสำคัญหลายอย่างไป และปักใจเชื่อว่าอู๋รุ่ยหยุนถูกฆ่าตายจริงๆ แต่เมื่อคิดดีๆ ปกติส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ทะเลาะกัน ตบตีกันจะทะเลาะต่อหน้าเด็กและฆ่ากันต่อหน้าเด็กที่เป็นลูกอย่างนั้นหรือ?? แถมหั่นศพอีก...
5
ไม่...ไม่น่าเป็นไปได้ จึงย้อนกลับไปทบทวนเหตุการณ์ดูอีกครั้ง ทุกครั้งที่พยานตัวน้อยเล่าเรื่องจะมีอาม่า(คุณยาย)อยู่ด้วยทุกครั้ง และเมื่อตำรวจสอบถามอะไรก่อนเด็กทั้ง2จะตอบก็จะแหงนมองอาม่าเสมอ หรือว่าอาม่าสั่งให้พูดอะไร??....
2
เมื่อคิดได้ดังนั้น ตำรวจเรียกพยานตัวน้อยและอาม่ากลับมาสอบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ให้อาม่าแยกออกไป และตำรวจได้ถามกับพี่ชายวัย5ขวบเพียงลำพัง...
ตำรวจ: ไปโรงเรียนรึยัง??
เด็ก : ไปแล้วครับ
ตำรวจ: ครูที่โรงเรียนเคยสอนไหมว่าไม่ให้พูดโกหก
เด็ก: (พยักหน้า)
ตำรวจ : เด็กดีต้องพูดความจริงรู้ไหม??
เด็ก : ครับ จะเป็นเด็กดี
3
ตำรวจเจ้าของคดี
งั้นลุงจะขอถามอีกครั้งว่า “เธอได้เห็นหรือเปล่าว่าพ่อฆ่าแม่จริงๆ”??
เด็ก : อาม่าบอกให้พูดครับ....‼️
(คำพูดทุกอย่างได้ถูกบันทึกเสียงไว้)
2
เมื่อตำรวจได้ยินดังนั้นก็เรียกแม่ของอู๋รุ่ยหยุนมาสอบปากคำทันที บอกว่าหลานเธอบอกว่าเธอสอนให้เค้าพูด สรุปเรื่องเป็นยังไงกันแน่ นางเฉินแม่ของอู๋รุ่ยหยุนได้แต่ปฏิเสธเสียงเเข็งว่าเปล่า ไม่เคยสอนให้พูดเลยจริงๆ เธอเชื่อแน่นอนว่าลูกของเธอตายไปแล้ว....ถ้ารู้ว่าลูกไม่ตายจริงๆจะมาแจ้งความทำไม แถมยังทำป้ายวิญญาณตั้งโต๊ะเซ่นไหว้อีก.... ตำรวจดูแล้วก็คิดว่าแม่ของอู๋รุ่ยหยุนไม่น่าจะโกหก เพราะตลอดเวลาที่หาพยานและหลักฐานแม่ของเธอหมดเงินไปเยอะพอสมควร แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐาน ไม่มีอาวุธ ไม่มีศพ แถมมีพยานใหม่ว่าพบเห็นอู๋รุ่ยหยุนอีก ตำรวจยื้อไม่ไหวสุดท้ายต้องปล่อยให้นายหยาวเจิ้งหยวนเป็นอิสระหลุดจากข้อกล่าวหา...ตำรวจโดนตีแสกหน้าอย่างแรง ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยคดีดังว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ หลักฐานที่หามา พยานผู้เห็นเหตุการณ์ ทุกอย่างที่ทำมาถือว่าไม่มีค่าอะไรเลย....
7
หากอู๋รุ่ยหยุนไม่ตายจริงๆ ทำไมเด็กถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?? หรือว่าเป็นที่ผู้ใหญ่ที่คิดแทนเด็ก หรือเด็ก5ขวบจะคิดว่าถ้าพูดว่า”พ่อฆ่าแม่ “ แล้วแม่จะกลับมาหา??เป็นอย่างนั้นหรือ?? ไม่มีใครรู้ เมื่อไม่มีศพ ไม่มีหลักฐานก็ต้องปล่อยตัว หลังจากปล่อยตัวหยาวเจิ้งหยวนแล้ว แม่ของอู๋รุ่ยหยุนไม่ยอมแพ้ จ้างทนายให้รื้อคดี หาหลักฐานเอง ป่าวประกาศต่อสื่อมั่นใจว่าลูกสาวถูกลูกเขยฆ่า ตำรวจไร้น้ำยาไม่รับทำคดี...
4
หลังจากที่ปล่อยหยาวเจิ้งหยวนไม่นาน ลูกสาวคนเล็กกลับถูกรถชนอาการสาหัส เมื่อเรื่องนี้รู้ถึงตำรวจ ถือว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำให้อู๋รุ่ยหยุนปรากฎตัว หากเธอยังมีชีวิตอยู่จริง... ตำรวจโทรไปขอร้องสื่อให้ช่วยประโคมข่าวว่าลูกสาวคนเล็กวัย4ขวบถูกรถชนบาดเจ็บสาหัสอาการเป็นตายร้ายดีไม่รู้ ตำรวจคิดว่าถ้าอู๋รุ่ยหยุนยังมีชีวิตอยู่จริงได้เห็นข่าวนี้ หัวอกคนเป็นแม่ยังไงก็ต้องปรากฏตัวแน่นอน รอแล้วรอเล่าแต่อู๋รุ่ยหยุนก็ไม่ปรากฏตัวแม้แต่เงา....คดีที่ค้างคา คดีที่ไม่มีศพ คดีที่ปิดไม่ได้ดำเนินยาวนานถึง4ปี
4
สามีถูกกุมตัว
4 ปีผ่านไป...
4
ตำรวจได้เบาะแสอู๋รุ่ยหยุนอีกครั้ง‼️
โรงแรมเเห่งหนึ่งที่ไถจง ตำรวจได้เบาะแสว่าน่าจะเป็นอู๋รุ่ยหยุนเข้าพักที่นี่ ตำรวจรอดักเพื่อต้องการตัว และเมื่อเปิดประตูเข้าไปใช่อู๋รุ่ยหยุนจริงๆ แต่เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแต่มีลูกน้อยและสามีใหม่อยู่ด้วย....
2
ปมทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย...
1
อู๋รุ่ยหยุนที่ระวังตัวมาโดยตลอด หายไปอย่างไร้ร่องลอยตลอดถึง4ปี ทำไมถึงยอมโผล่มา???
เธอโทรหาพี่ชายของเธอและพี่ชายของเธอเล่าให้แม่ฟังว่าอู๋รุ่ยหยุนจะกลับมา เธอกลับมาเพื่อพาลูกและสามีใหม่มาพบเเม่ ความลับจะยังคงเป็นความลับถ้าสามีใหม่ไม่บังคับให้เธอพาลูกเข้าทะเบียนบ้านหลังจากที่เธออีดออดมานาน
คำสารภาพจากหญิงที่ถูกเข้าใจว่าโดนสามีฆ่าตาย....
5
หลังจากที่มีปากเสียงกับสามี เธอได้หอบเสื้อผ้าหนีออกมาจากบ้าน และตระเวณหางานทำหลายแห่งเปลี่ยนงานมาหลายที่ จนที่หนึ่งเธอทำงานในร้านกาแฟแห่งหนึ่งและได้เจอกับแฟนของเธอ (สามีใหม่) ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างราบรื่น ความรักที่สดใสจนเธอตกลงปลงใจใช้ชีวิตกับแฟนคนนี้ ถ้าเธอเปิดเผยตัวตนความรักกับแฟนคนใหม่ก็ต้องจบ เพราะความต้องแตกว่าเธอแต่งงานแล้ว แถมมีลูกอีก2คน ชีวิตใหม่กับคนที่ใช่จะต้องพังทลาย เธอจึงต้องเก็บงำความลับนี้ไว้ และปล่อยให้สามีถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร‼️
ตลอดเวลาที่เรื่องคึกโครมว่าเธอถูกฆ่านั้น เธอหลบซ่อนมาโดยตลอดและใช้ชื่อปลอมว่า”อาเหลียน” ยิ่งไปกว่านั้นแฟนที่เธอคบด้วยกลับไม่รู้เลยว่าแม่ของลูกนั้นคือผู้หญิงที่อยู่บนหนังสือพิมพ์เป็นข่าวดังว่าถูกฆ่าตาย...ตลอดเวลาที่เธอคบกับแฟนคนนี้ เธออ้างโน่นนี่เสมอ แฟนเธอต้องการพบกับครอบครัวเธออ้างว่าไม่ถูกกัน แฟนเธอต้องการจดทะเบียนแต่งงาน (ต้องใช้บัตรประชาชนและเอกสารทะเบียนบ้าน) เธอก็อ้างว่าเอกสารและบัตรลืมอยู่ที่บ้านแม่ สรุปก็อยู่กินกันมานานไม่ได้จดทะเบียนจนเธอมีลูก จนเมื่อลูกเธอคลอดออกมาแฟนเธอยื่นคำขาดว่าต้องเอาลูกเข้าทะเบียนบ้าน และพาลูกกลับไปเจอพ่อแม่เธอได้แล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ความลับที่เก็บมาตลอด4ปีแตก เพราะเมื่อต้องเอาลูกเข้าทะเบียนบ้าน เลขบัตรประชาชนของเธอที่ถูกตำรวจบันทึกไว้ว่าเสียชีวิต เป็นผู้สาบสูญนั้น ทำไมถึงยังมีคนใช้บัตรประชาชนนี้มาแจ้งเข้าทะเบียนบ้านและเป็นแม่ของเด็ก?? ตำรวจถึงได้รู้ว่าอู๋รุ่ยหยุนยังมีชีวิตอยู่....
11
เมื่อไม่มีคนตาย ก็ไม่มีคดี เรื่องอลหม่านตลอด4ปี จะเอาผิดกับใคร?? กับแม่ของอู๋รุ่ยหยุนที่แจ้งความเท็จอย่างนั้นหรือ?? เด็ก5 ขวบที่โกหก?? อู๋รุ่ยหยุนที่ไม่เปิดเผยความจริง??
2
คำสัมภาษณ์ของตำรวจผู้สืบคดีนี้ : หากจะเอาผิดกับแม่ของอู๋รุ่ยหยุนข้อหาแจ้งความเท็จ ต่อให้ขึ้นศาลไปก็ไม่ได้อะไร เพราะดูแล้วเธอไม่น่าจะโกหก ตลอดเวลาเธอร้องไห้สายตัวแทบขาด ได้หมดเงินกับค่าทนาย ค่ารถขุดดินเพื่อตามหาศพลูกสาวขุดทุกที่ที่น่าจะเป็นไปได้ สิ่งที่ตำรวจคิดและข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นไปได้ก็คือ คนเป็นแม่เมื่อเห็นลูกสาวหายไปเป็นอาทิตย์ ซึ่งปกติจะติดต่อมาทุก3-4วัน ก็คงร้อนรน บวกกับลูกสาวมีปากเสียงกับลูกเขยที่ตนไม่ชอบเป็นทุนเดิม เมื่อไปถามหลานว่าแม่ไปไหน หลานตอบแม่หายไปไม่รู้ไปไหน จิตใจว้าวุ่นคิดเป็นตุเป็นตะว่าลูกเขยต้องทำอะไรไม่ดีกับลูกตนแน่ๆ เลยอาจถามเด็กไปว่าที่แม่หายไปเพราะพ่อแกฆ่าแล้วใช่ไหม เด็กวัยเพียง5ขวบได้ยิน ไม่เข้าใจความหมาย “ฆ่า” เลยคงเออออตามผู้ใหญ่ไป อ๋อแม่ไม่อยู่ แม่หายไป แม่ถูกฆ่า.. ซึ่งนี่ล่ะเป็นจุดสำคัญ เด็กที่ไม่มีอายุถึง18ดี ไม่ถึง20 เราจะนำมาเป็นหลักฐานเชื่อ100%ไม่ได้ (เด็กเล็กเป็นผู้ถูกชักนำได้ง่าย) คดีนี้ตั้งแต่เริ่ม ไม่มีพยานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลักฐานหรือเบาะแสชิ้นสำคัญก็ไม่มีอะไรเลย ศพก็ไม่มี มีแต่คำพูดของอาม่าและเด็กที่เออออคิดกันไปเอง
11
ลองคิดดูสิว่าถ้าตำรวจปักใจเชื่อถึงที่สุดว่าหยาวเจิ้งหยวนฆ่าภรรยา หั่นศพทำลายหลักฐาน ถ้าตำรวจเชื่อคำพูดที่คิดไปเองของผู้เช่าบ้านต่อว่า เนื้อเหม็นเน่าและเสื้อผ้าที่เจอเป็นของอู๋รุ่ยหยุนแน่ๆ(ทั้งที่หาไม่เจอ) ถ้าตำรวจเชื่อว่าเด็ก5และ4ขวบเห็นพ่อฆ่าแม่แน่ๆ และถ้าอู๋รุ่ยหยุนไม่ปรากฏตัว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ หยาวเจิ้งหยวนจะถูกสังคม ถูกความเชื่ออคติครอบงำจนผลักดันคดีที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรและอาจถูกลงโทษข้อหาฆาตกรรมภรรยาจริงๆก็เป็นได้....ในเมื่อทุกคน และสังคมเชื่อแบบนั้น
สุดท้ายเค้าคือคนที่น่าสงสารที่สุด โดนเมียทิ้ง โดนสวมเขา และโดนยัดเยียดข้อหา...
10
คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างที่ด้านกฎหมายนำมาใช้ว่า คำพูดของเด็กเล็กไม่มีน้ำหนักพอในชั้นศาล เพราะหากคดีนี้ที่มีแต่คำพูดเด็กและนำมาเชื่อแล้ว คำบริสุทธิ์จะถูกตัดสินว่าเป็นฆาตกร
1
อ้าวเดี๋ยวก่อนแล้วผีที่มีคนเห็นล่ะ ช้อนที่ลอย ที่เขี่ยบุหรี่ที่ตกลงพื้นต่อหน้าทุกคนมันคืออะไร?? มีคนกล่าวว่าอาจจะเป็นวิญญาณใครสักคนก็ได้ เราทุกคนปักใจเชื่อและไปดึดดูดวิญญาณใครมาหรือเปล่าก็เป็นได้
3
ความรู้เพิ่มเติม
บัตรประชาชนไต้หวันนั้น ใช้ในการเอาลูกเข้าทะเบียนบ้าน ใช้ในการจดทะเบียนสมรส และอื่นๆไม่ต่างจากไทย แต่ต่างตรงที่บัตรประชาชนไต้หวันนั้น จนถึงปัจจุบันนี้ บนบัตรจะมีข้อมูลทุกอย่างเขียนให้เห็นนอกจากชื่อ-สกุล และที่อยู่แล้ว หลังบัตรจะมีชื่อบิดา-มารดา และสถานภาพโสดหรือสมรสอยู่ด้วย และหากบุคคลนั้นแต่งงานแล้ว (จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย) หลังบัตรจะมีชื่อคู่สมรสถูกเพิ่มเข้าไปด้วย นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมอู๋รุ่ยหยุนถึงไม่สามารถจดทะเบียนใหม่ได้ และอีดออดไม่นำลูกเข้าทะเบีบนบ้าน และทุกครั้งที่สามีถามถึงบัตรประชาชน เธออีดออดได้แต่อ้างว่าอยู่ลืมไว้กับแม่ของตนที่บ้าน
4
บัตรประชาชนไต้หวันนั้นเขียนระบุชัดเจนเลยว่าแต่งหรือยังไม่แต่ง และแถมมีชื่อคู่สมรสด้วย ไต้หวันไม่มี นาย นางสาว นาง ให้ยุ่งยาก อย่างไทยต่อให้แต่งงาน ถ้าไม่เปลี่ยนนามสกุลก็ใช้นางสาวต่อได้ ไต้หวันไม่ใช่แต่งแล้วคือแต่ง ชื่อคู่สมรสต้องสลักบนบัตร บัตรเก่าที่ใช้ต้องยกเลิกและทำใหม่หลังแต่งงานทันทีเพื่อเพิ่มชื่อคู่สมรสเข้าไป เด็ดไหมล่ะ ทีนี้ต่อไปใครจะคบกับคนไต้หวันกลัวว่ามีเมียอยู่แล้วมีผัวอยู่แล้วจะมาหลอกเราไหมขอดูบัตรเลยจ้า...
2
ปอลอ คนเป็นแม่ไม่ได้รู้จักลูกตัวเองจริงๆทุกคน (นางเฉินไม่ได้กล่าว)
2
สุดท้ายขอบคุณที่ติดตามนะคะ คราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไรต้องคอยติดตามเน้อ 😚
2

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา