14 พ.ค. 2020 เวลา 05:20 • ประวัติศาสตร์
วิวัฒนาการของยาเสพติด
หากพูดถึงยาเสพติดเราทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นสิ่งที่อันตรายทำลายชีวิตผู้เสพและทำลายชีวิตคนรอบข้าง จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่าวิวัฒนาการของยาเสพติดนั้นมันมีประวัติศาสตร์จุดเริ่มต้นมาอย่างไร และรู้อีกไหมว่าในบางประเทศนั้นยาเสพติดบางชนิดอาจจะผิดกฎหมายแต่สำหรับบางประเทศนั้นยาเสพติดได้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย
ยาเสพติดคือพืชหรือสารชนิดหนึ่ง เมื่อคนเสพเข้าไปแล้วจะทำให้จิตใจและความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจ
ในสมัยโบราณยาหรือสารเหล่านี้นั้นมักจะใช้ในพิธีทางศาสนา เช่น ผู้นำทำพิธีทางศาสนาของชาวอินเดียนแดง ในอเมริกากลาง จะใช้กระบองเพชรซึ่งมันมีสารหลอนประสาท ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนเห็นภาพต่างๆ ทำให้ตัวคนเสพนึกเข้าใจเอาเองว่าตัวเองนั้น สามารถติดต่อกับภูติผีวิญญาณหรือว่าเทพเจ้าได้
ชาวอินเดียแดงเผ่าอินคา ในอเมริกาใต้ได้นิยมเคี้ยวใบโคคา ใบโคคา ก็คือสารตั้งต้นที่จะนำมาสกัดโคเคน นิยมใช้กันในบางประเทศ จะเพาะปลูกกันในโคลัมเบีย เปรู โบลิเวีย และอาร์เจนตินาแถบเทือกเขาแอนดีส นิยมเอามาเคี้ยวกินสดๆ เพราะจะทำให้ปากมีอาการชา มีกลิ่นหอม และทำให้รู้สึกกระปรี้กระเป๋า
โดยชาวอินคานั้นเชื่อ ว่าใบโคคา เป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ แต่แรกจะใช้กันในเฉพาะหมู่กษัตริย์ของเผ่า จนเมื่อสเปนได้เข้าครอบครองชนเผ่านี้ ใบโคคาจึงถูกนำมาใช้ในหมู่ชาวอินเดียนแดงทั่วไป เพื่อช่วยให้พวกเขามีกำลังวังชามากขึ้นในการรับใช้ชาวสเปน
เมื่อวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้น ยาเสพติดก็มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว มีการนำมาใช้อย่างผิดๆ เช่นฝิ่นเป็นที่รู้จักและมีจำหน่ายมาตั้งแต่สมัยคริสกาล โดยชาวเมโสโปเตเมียราว 5 พันปีก่อนคริสตศักราช ที่สำคัญยังรักษาโรคบางอย่างเช่น โรคบิด โรคพิษสุรา ว่ากันว่าประเทศอังกฤษนั้นกว่าจะรู้ฤทธิ์ของฝิ่นในการเป็นสารเสพติด ก็ต่อเมื่อฝิ่นได้มีคนนำไปใช้เพื่อการเสพติดมากขึ้นแล้ว อังกฤษเองยังได้เอาไปเผยแพร่ ให้ประเทศจีน เพราะต้องการให้คนจีนติดฝิ่นเพื่ิอที่ตนเองจะผูกขาด ค้าฝิ่นได้แต่ผู้เดียว จนกระทั่งเกิดสงครามฝิ่นกับประเทศจีนในปี ค.ศ 1839 ถึง 1842 หรือเรียกกันว่า The opium war
ประเทศไทยเรานั้นก็มีการเสพฝิ่นมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองของอยุธยา เมื่อประมาณ 600กว่าปีมาแล้ว โดยมีหลักฐาน ว่าสมัยนั้นพระมหากษัตริย์ทรงเล็งเห็นโทษการเสพฝิ่น ท่านจึงได้ทรงลงโทษผู้เสพฝิ่ิน
และในช่วงสงครามกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา ก็มีการนำเข็มฉีดยานำยามาฉีดเข้าใต้ผิวหนังของคน ต่อมาคนจึงนำมอร์ฟีนมาฉีดในลักษณะยาเป็นเสพติด และวิวัฒนาการมาเป็นฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ในที่สุดก็เปลี่ยนมาเป็นฉีด เฮโรอีน เข้าหลอดเลือดดำแทน
กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการนำเอา ยาโบรไมด์ มันเป็นยาที่ใช้ระงับระบบประสาท และรักษาโรคลมชัก ซึ่งได้นิยมมากกว่า ยาวาเลี่ยม และ ยาริเบรียม แต่ยาโบรไมด์นั้นเมื่อสะสมในร่างกายมากๆเข้า ก็จะทำให้เกิดอาการวิกลจริตและการตายด้านของสมองอย่างถาวร
ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีคนค้นพบโคเคน และกัญชา ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผู้เสพนั้นมีจิตใจที่สบายเพลิดเพลิน คงเป็นเพราะว่ามีประโยชน์ทางการรักษาด้วย โดยใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ ดังนั้นโคเคนจึงเป็นที่นิยมและทำให้มีการเสพติดโคเคนกันมากขึ้นในที่สุด
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แอมเฟตามีนหรือยาบ้า เมื่อก่อนเรียกยาขยัน ได้ถูกนำมาใช้ในกองทัพทหารญี่ปุ่น เยอรมัน อเมริกัน และอังกฤษ เขาใช้ยานี้เพื่อที่จะทำให้ร่างกายมีความกระฉับกระเฉง หรือว่าคล่องตัวอยู่ตลอดเวลา หลังสงครามยุติลง แอมเฟตามีนที่ทหารญี่ปุ่นกักตุนไว้มาก มันก็ทะลักออกมาสู่ตลาด
ช่วงนั้นจึงมีผลทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นนั้นติดยาชนิดนี้กันมากในปี ค.ศ. 1955 คาดว่ามีชาวญี่ปุ่นติด amphetamine ราวร้อยละ 1ส่วนในสหรัฐอเมริกาพวกฮิปปี้นิยมใช้ยา LSD
 
LSD คือสารสารเสพติดชนิดหนึ่ง ที่สกัดได้จากเชื้อราที่อยู่บนข้าวไรย์ มีฤทธิ์หลอนประสาทที่รุนแรงที่สุด ผู้เสพจะเรียกกันว่า กระดาษเมาหรือแสตมป์มรณะ
ในระหว่างปีค.ศ 1960 ถึง 1970ยาหลอนประสาทได้ถูกนำมาใช้มากขึ้น ส่วนใหญ่คนที่ใช้ยาชนิดนี้นั้นเป็นชาวอเมริกันวัยรุ่น ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเริ่มจากยา LSD และมีนักจิตวิเคราะห์บางคนนำยาตัวนี้มารักษาผู้ป่วย เพราะเขาคิดว่ายานี้จะช่วยกำจัดหรือป้องกันยาเสพติดอื่นให้หมดไปด้วยเหตุผลที่เชื่อว่ายานี้ผลิตง่ายปัจจุบันจึงเป็นปัญหามากในอเมริกา
ทีนี้เรามาดูกัญชาพืชมหัศจรรย์ ที่กำลังมีความร้อนแรงในประเทศไทย กระแสที่อยากให้ปลดล็อกกันชาดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆในเมืองไทย
คุณรู้ไหมว่ากัญชานั้นคนเสพเข้าไปแล้วมันจะมีความสุขและมีความรู้สึกที่ไวขึ้น มันเป็นยาเสพติดที่หาได้ง่าย จึงมีการลักลอบใช้อย่างผิดกฎหมายในอเมริกาตั้งแต่ปี ค. ศ. 1960 ในยุโรปก็เช่นกัน มีการใช้กัญชาไล่เลี้ยกัน ประวัติเดิมนั้นบันทึกไว้ ว่าทหารของกษัตริย์นโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้นำมาจากประเทศอียิปต์ ครั้งที่เมื่อก่อนนั้นกัญชาเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในประเทศอินเดีย และในเอเชียตะวันออกกลาง
แต่ในอเมริกาเอง นิยมใช้กัญชาในบางกลุ่มบุคคลเช่นพวกนักดนตรีแจ๊ส พวกแม็กซิกันที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐอเมริกา ในฝรั่งเศสกลุ่มคนที่นิยมใช้กัญชาก็จะเป็นพวกนักประพันธ์เพราะต้องการมีอารมณ์ศิลปินในการรังสรรค์ผลงาน ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทย ชาวศิลปินที่มีชื่อเสียงก็แอบนำกัญชามาใช้เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานเช่นเดียวกัน
แต่ถ้าเรานับตามจำนวนผู้เสพติด หรือว่าใช้ยาอย่างผิดๆ เราอาจจะมองข้ามสุราและบุหรี่ไปไม่ได้เลย 2 ตัวนี้น่าจะเป็นสารเสพติดสำคัญ เพราะมีราคาถูก สามารถหามาเสพได้ง่ายและไม่ผิดกฎหมาย ทำให้สารเสพติด 2 ชนิดนี้ดูไม่มีความสำคัญเท่าไหร่นัก แต่สำหรับกัญชาและเฮโรอีนเองเป็นยาประเภทหลอนประสาท จึงทำให้จำนวนผู้ใช้ และผู้เสพติด นั้นมีน้อย แต่กลับทวีความรุนแรงทำให้เป็นปัญหากับคนทั่วโลก หรือว่าเป็นปัญหาสำคัญของโลกในปัจจุบันเลยก็ว่าได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฮโรอีนกำลังระบาดหนักในประเทศไทยเรา และประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน เฮโรอีนนั้นมันมีราคาแพง
และผิดกฎหมายรวมทั้งคนที่เสพไปแล้วอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของคนรอบข้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการแพทย์ มันจึงต้องกำจัดอย่างเร่งด่วนในหลายๆประเทศรวมทั้งประเทศไทยเรา
โฆษณา