14 พ.ค. 2020 เวลา 11:35 • สุขภาพ
"ตู้ปันสุข" ขอใช้สิทธิ์คิดต่างและใจร้ายนะครับ
นอกจากจะปันสุขแล้ว อาจชักทุกข์เข้าบ้านได้เช่นกัน ...
มีหลายร้านใช้วิธี ตู้ปันสุข ฉันเห็น ฉันทำบ้าง ฉันโพสลง ได้ยอดไลค์ ฉันของหมด ฉันหยุด เป็น Marketing Tool เฉยเลย
อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าทำอย่างไร เจ้าตู้ปันสุขนี้สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน เราควรจะ copy & develop ไม่ใช่ copy & paste
เคสที่มีคนไปโวยวายอยู่หน้าบ้านเพราะของหมดไปแล้ว จนเจ้าของบ้านเอามาโพสเตือน ผมไม่โทษป้าๆลุงๆที่มาร้องขอ ... ผมโทษเจ้าของบ้าน เพราะคุณเลือกที่จะให้ แต่ไม่มีขอบเขต กฏเกณฑ์ พอโดนเข้ากับตัวก็มาโพสเรียกแขกโทษคนที่เขาทุกข์กว่าเฉยเลย ..
เจ้าตู้ปันสุขนี้ควรจะเป็นความร่วมมือกันในชุมชน หมู่บ้าน ตลาด อาจจะตั้งไว้ใกล้ป้อมตำรวจ Rittikrai Promadej อย่างที่เราคุยกันเมื่อเช้า เพราะคนในพื้นที่ ในชุมชน ในหมู่บ้าน ย่อมรู้ดีว่า ใครขาดแคลน
ไม่เช่นนั้น การเติมของในตู้นี้ไม่ต่างอะไรกับการให้เงินขอทาน ... ไม่ได้ผิด แต่อยากให้หยุดพิจารณาใช้วิจารณญานในการให้ของเรา ว่าเรากำลังส่งแรงจูงใจทางบวกให้เขาเป็นขอทานต่อไปเรื่อยๆหรือไม่ ..
“เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า”
พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2541
โฆษณา