Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
(เค้า)เรียกพี่ว่า "ที่รัก"
•
ติดตาม
16 พ.ค. 2020 เวลา 05:01 • ไลฟ์สไตล์
“พี่ในวัยเด็ก”
พ่อกับแม่เคยเล่าว่าตอนพี่เกิดมา ธุรกิจที่บ้านอยู่ในยุคเฟื่องฟู
พาพี่ขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวปีนัง
พี่ยังจำได้รางๆ ว่าเล่นอยู่ที่หาดทรายแล้วพี่แกล้งเอาทรายใส่ในรองเท้าพ่อ
พ่อเล่าว่าพี่เป็นเด็กหน้าบึ้ง ไม่ค่อยพูดและรักษาสิทธิ์ของตัวเองมาก
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้างบ้านมายืมผ้าขี้ริ้วไป
พ่อบอกพี่ไม่พูดอะไร แต่เดินตามเค้าไป
รอจนเค้าใช้เสร็จ ก็หิ้วผ้าขี้ริ้วเดินกลับมาบ้านเอง
จนแม่ท้องน้องของพี่ ฐานะที่บ้านเริ่มแย่จนถึงขั้นเกือบหมดตัว
แม่บอกว่าเจ้าหนี้มาทวงหนี้ทุกวัน
จนแม่ทนไม่ไหว หนีไปคลอดน้องที่กรุงเทพฯ
จนน้องพี่เกือบมีชื่อภาษาจีนว่า “หนีหนี้”
พอน้องคลอดแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงน้อง
ต้องไปจ้างเค้าเลี้ยงโดยเอาน้องไปอยู่ด้วยเลย
พอน้องอายุต้องเข้าโรงเรียนถึงเอาน้องกลับมาอยู่บ้าน
ทั้งๆที่บ้านที่น้องไปอยู่ อยู่แค่ท้ายซอยห่างจากซอยบ้านพี่ไปแค่ซอยเดียว
ในวัยเด็ก พี่กับน้องจึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน
จนน้องกลับมาอยู่ที่บ้าน
ซึ่งน้องร้องไห้หาคนเลี้ยงทุกวัน กว่าจะปรับตัวได้ใช้เวลานานพอสมควร
พี่กับน้องเรียนโรงเรียนเอกชนในจังหวัด
ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวที่เป็นโรงเรียนคริสต์
เจ้าของเป็นชาวอเมริกัน พี่ได้รางวัลจากครูแหม่มบ่อยๆเรื่องภาษาอังกฤษ
สิ่งที่พี่ชอบที่สุดเวลาเปิดเทอมคือ “กลิ่นสี” ที่ทาใหม่ๆ ไม่รู้เป็นอะไร
ปัจจุบันนี้ถ้าไปไหนแล้วได้กลิ่นสี จะนึกถึงตอนเรียนประถมทุกครั้ง
กับอาหารกลางวันที่โรงเรียน อันนี้ชอบมาก
แต่มีหนึ่งเมนูที่พี่ไม่ชอบเพราะไม่เคยทาน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่โรงเรียนมีข้าวต้มแล้วกับข้าวมีผัดผักบุ้ง กับไชโป๊วผัดไข่
พี่ทานข้าวต้มกับผัดผักบุ้งหมดแล้ว
คุณครูเดินมาเห็นว่าพี่ยังเหลือไชโป๊วผัดไข่
จึงบอกพี่ว่า ถ้าทานไม่หมดห้ามขึ้นห้องเรียน
พี่กล้ำกลืนแทบตายกว่าจะหมด
นับจากนั้นเป็นต้นมา ลาขาดกันเลยกับเมนูนี้
สมัยพี่เด็กๆ บ้านพี่เป็นตึกแถว ชั้นบนเป็นพื้นไม้
วันไหนย่าพี่มาหา วันนั้นเป็นวันตาตุ่มบวม
ย่าบอกว่าเป็นลูกผู้หญิงห้ามเดินตึงตัง
ให้เดินเบาๆ ทานข้าวห้ามเคี้ยวเสียงดัง
ห้ามพูดเวลาทานอาหาร ก่อนเข้านอนต้องล้างเท้า
ย่าพี่เข้มงวดมากๆเรื่องมารยาท
ทั้งๆที่บ้านย่าเป็นบ้านไม้ธรรมดา
ปิดเทอมทีไร พี่กับน้องถูกส่งไปบ้านย่าประจำ
และต้องถูกตัดผมโดยย่าจะเอาหนังสือพิมพ์
มาตัดให้เป็นช่องตรงกลางแล้วคลุมแทนผ้าคลุม
จากนั้นเอาขันมาครอบแล้วตัดตามขัน
พี่ไม่อยากจินตนาการทรงผมในวัยนั้นเลย
ย่าภูมิอกภูมิใจกับฝีมือการตัดผมมาก
และตั้งชื่อว่า “ตะลุมบอนเกศา”
มีการเล็มพลาดโดนหูด้วยนะ พี่ได้แต่ร้องโอ๊ยเบาๆ
ปู่ของพี่มาจากเมืองจีน มีอาชีพรับเช่าพระเครื่อง
เวลามีคนถามว่าพระของปู่ปลอมหรือเปล่า
ปู่จะยืนยันหนักแน่นว่า “จะปลอมได้ยังไง กูทำเองกับมือ”
เวลาไปบ้านย่าแล้วอยากซื้อขนม
อาของพี่จะพาไปทำงาน รับจ้างเสียบปลาแผ่น
พี่จำไม่ได้แล้วว่าค่าจ้างเท่าไหร่
รู้แต่ว่าถ้าอยากได้เงินซื้อขนมต้องทำงาน
บ้านย่าอยู่ใกล้กับทางรถไฟ เวลารถไฟวิ่งผ่านทีไร
พี่ต้องวิ่งไปโบกมือบ๊ายบายให้รถไฟทุกครั้ง ไม่รู้ทำไม
มาทางฝั่ง(ตา-ยาย) อากง-อาม่า บ้าง
ปิดเทอมก็ต้องมาทางฝั่งนี้เหมือนกัน เดี๋ยวอีกฝ่ายจะได้ใจ
(จริงๆแล้ว ไม่มีใครเลี้ยงมากกว่า เลยต้องฝากญาติๆเลี้ยง)
อากงพี่พูดไทยแทบไม่ได้เลย แต่ใจดีมากๆๆๆๆๆ
อาม่าดุ เหมือนในเพลงเลย เวลาทานข้าวห้ามทานกับเยอะ
(ไม่ยอมบอกว่าเปลือง แต่บอกว่าจะเป็นตานขโมย)
ที่นี่ก็เหมือนกัน ถ้าอยากได้ค่าขนมต้องทำงาน
แต่ดีหน่อยที่ป้าเป็นผู้จ่ายเงิน
ไม่ต้องไปรับจ้างคนอื่นเหมือนบ้านย่า
ช่วงไหนตอนเย็นน้ำขึ้น เหล่าลูกพี่ลูกน้องจะชวนไปโดดน้ำเล่นกัน
มีแค่พี่กับน้องของพี่ที่ต้องใช้ห่วงยาง จนปัจจุบันนี้พี่ก็ยังว่ายน้ำไม่เป็น
เห็นเค้าพายเรือขายของกิน
อยากซื้อแต่ห้ามซื้อ ใครซื้อถูกตี ข้าวบ้านก็มีทำไมไม่กิน(เศร้า)
ตอนอยู่บ้าน พี่เป็นหัวโจกประจำซอย เพราะอายุมากที่สุด
พี่ชอบชวนน้องๆมาเล่น แคะขนมครกบ้าง ไม่ก็เล่นเจียวไข่
โดยจุดเตาจริงๆ จุดเอง เป็นชุดเตาสังกะสี
ครั้งแรกผู้ใหญ่สอนให้ หลังจากนั้นให้ทำเอง
จะเล่นแต่ละทีต้องใช้เวลาเก็บเงินซื้อไข่อยู่นาน
นี่คงเป็นหนึ่งเหตุผลที่พี่ชอบทำอาหาร
เล่นเสร็จแล้วต้องเก็บล้างให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากธุรกิจที่บ้านล้มและน้องเกิด
พ่อพี่ยอมแพ้ต่อชีวิต ดื่มเหล้าเกือบจะทุกวัน
ดื่มจนได้เรื่อง ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วถูกชนล้มหัวฟาดพื้นสลบไป
แม่พาเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ พอฟื้นมาจำใครไม่ได้เลย
นอน รพ.อยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ หมอให้กลับบ้านโดยไม่ทำอะไรให้
กลับบ้านมาได้วันเดียว พ่อบ่นปวดหัว แม่เลยพาไปอีก รพ.หนึ่ง
หมอตรวจแล้วปรากฏว่ามีเลือดคั่งในสมอง ต้องผ่าตัดด่วน
หลังผ่าตัดฟื้นมา จำได้ทุกคน แต่ชีวิตประจำวันของพ่อเปลี่ยนไป
จำสิ่งของไม่ค่อยได้ ต้องช่วยนึก แต่ยังคงดื่มเหล้าเหมือนเดิม
พ่อกับแม่ “ทน” อยู่ด้วยกันได้ไม่นานก็แยกทางกัน พี่อยู่กับพ่อ น้องไปกับแม่
ปัจจุบัน พ่อเลิกได้หมดทั้งเหล้าและบุหรี่ แต่กว่าจะถึงวันนี้
พ่อพี่ดื่มจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก ปีละไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง
ช่วงนั้นชีวิตพี่เหมือนนั่งรถไฟเหาะ วันไหนมีโทรศัพท์มาจากบ้านพ่อ
(พ่อมีคนรู้ใจคนใหม่
พี่ซื้อบ้านให้พ่ออยู่เพื่อห่างจากสังคมเดิมๆได้ ยี่สิบกว่าปีแล้ว)
เตรียมทำใจและเตรียมเงินได้เลย
นอนโรงพยาบาลครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน
แม่พี่จากที่เป็นเจ้าของธุรกิจต้องไปเป็นผู้จัดการโรงงาน
กลับบ้านไม่เป็นเวลา
ตอนเช้าตื่นนอน แม่จะวางเงินไว้ให้ที่หัวเตียง
หลังจากพี่และน้องอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
สองพี่น้องจูงมือกันข้ามถนนไปซื้อข้าวแกงทาน
โดยพี่จะให้น้องทานสิ่งที่น้องชอบก่อน
ที่เหลือพี่เก็บหมด
คงเป็นเพราะพี่อยากชดเชยทุกสิ่งให้กับน้องตอนที่ต้องไปจ้างคนเลี้ยง
พี่จึงรักและตามใจน้องมาก มีอยู่ครั้งหนึ่ง น้องเข้าห้องน้ำแล้วทิชชู่หมด
น้องตะโกนให้พี่ซื้อให้ ซื้อมาช้าถูกค้อนด้วยนะ
ถูกทุบนี่ไม่ต้องพูดถึง โดนประจำ
แม่เคยเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่พาพี่ไปจ่ายตลาดด้วย
พี่เห็นบ๊ะจ่างแล้วร้องให้แม่ซื้อ
แม่บอกมีเงินแค่พอซื้อกับข้าว ถ้าซื้อให้พี่ก็ไม่มีเงินซื้อกับข้าว
หลังจากที่ฟังแม่เล่าพี่ไม่ทานบ๊ะจ่างเป็นหลายสิบปีเลย
หลังจากนั้น เรื่องราวของพี่ยังมีอีกมากมาย
จบเรื่องในวัยเด็กของพี่แต่เพียงเท่านี้
วัยเด็กของผู้ที่เข้ามาอ่านล่ะ เป็นเช่นไร
พ่อบอกว่า พี่หน้าบูดเป็นตูดหมึกตั้งแต่เด็ก ท่าจะจริง
3 บันทึก
175
31
3
3
175
31
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย