Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
จุดสกัดSocial
•
ติดตาม
18 พ.ค. 2020 เวลา 10:01 • ธุรกิจ
เทคโนโลยี IOT ทางรอดเกษตรกรไทย
เกษตรกรอาชีพต้องคำสาป กี่ยุคกี่สมัยผ่านไป ก็ไม่เคยลืมตาอ้าปากได้ เป็นอาชีพที่เลี้ยงดูคนทัังโลก แต่คนทำกลับมีแต่ยากจน ข้นแค้นลงไปเรื่อยๆ
เรามาดูข้อมูลจากสำนักงานสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ปัจจุบันประชากรเรามีอาชีพเกษตร จำนวน 5.91 ล้านครัวเรือน หัวหน้าครัวเรือนอายุเฉลี่ย 57 ปี ซึ่งอยู่ในภาวะชราภาพ
รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนนั้นตกประมาณ 88,402 บาทต่อปี ครัวเรือนที่ไม่ยากจนมีรายได้เฉลี่ย 113,338 ต่อปี โดยขณะที่ครัวเรือนยากจนมีรายได้เฉลี่ย 18,417บาท ต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยมีรายได้จากเกษตรกรจริงๆเพียงร้อยละ 53 เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 47% มีรายได้มาจากส่วนอื่น ที่นอกจากงานเกษตรกรรม แล้วที่สำคัญนั้นมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 212,586 บาทต่อครัวเรือน
จะเห็นได้ว่าอาชีพเกษตรกรนั้นลำบากมาก ทำงานเท่าไรก็ไม่พอกิน และยังลืมตาอ้าปากไม่ได้เสียที
เราลองไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น
ชาวนาประเทศญี่ปุ่นนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีมาก ได้พักโรงแรม 5 ดาว สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกได้ด้วยรายได้จากการปลูกข้าวของตัวเอง
และในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่เกษตรกรของอเมริกานั้นเป็นคนมีฐานะดี เพราะมีพื้นที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่องจักรกลทำการเกษตรทั้งหมด ใช้เครื่องบินหว่านเมล็ดพันธ์พืชและยาฆ่าแมลง
ที่สำคัญเกษตรกรในอเมริกามีจำนวนจำกัด ใครจะเป็นชาวไร่ ชาวนาได้นั้น จะต้องจดทะเบียนเกษตรกรจากรัฐเท่านั้น จู่ๆจะประกาศตัวเป็นเกษตรกรเลยไม่ได้ เพราะจะไม่ได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล
รัฐบาลกลางเป็นผู้กำหนดพื้นที่และประเภทของสินค้าเกษตร กำหนดเลยว่าให้เกษตรกรแต่ละคนในพื้นที่ไหน ที่จะเพาะปลูกอะไร รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณจากภาษีอากรมาช่วยอุดหนุน
นี่คือเกษตรกรของบ้านเมืองอื่น ลองย้อนกลับมาดูประเทศไทยเรา ผลผลิตการเกษตรของบ้านเรานั้นถือว่าเป็นที่ต้องการของต่างชาติ แต่ทำไมเกษตรกรยังไม่ร่ำรวยเหมือนประเทศอื่น
วันนี้นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ประเทศไทยเรานั้นได้มีแนวคิดที่จะนำนวัตกรรมที่เรียกว่า IOT เข้ามาใช้ในภาคเกษตรกรรมบ้านเรา เพื่อให้เกษตรกรบ้านเรานั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เทคโนโลยี IOT เป็นอย่างไรไปฟังกัน
IOT หรือที่เรียกว่า internet of thing มันหมายถึงการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เข้ามาเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือรถยนต์ โทรทัศน์ แอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
เอามารวมเข้าไว้ด้วยกัน จะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ในอนาคตพวกเราจะได้เห็นการที่เทคโนโลยีนั้น เข้ามาควบคุมสิ่งต่างๆภายในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงานและที่อื่นๆ
จะมีการสั่งการ ให้เปิด ปิด ไฟภายในบ้าน จนถึงการสั่งรดน้ำต้นไม้ผ่านมือถือ และแปลงเกษตรของตัวเอง
IOT นี่เอง ที่จะนำเข้ามาสู่ภาคเกษตรกรรม ยกระดับเกษตรกรไทย โดยใช้คำว่า เกษตรอัจฉริยะ หรือ smart farmer จะมีการนำเอาอุปกรณ์เซ็นเซอร์เข้ามาเชื่อมกับอุปกรณ์การเกษตรต่างๆ
การใช้เซ็นเซอร์วัดข้อมูลต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจอากาศ เซ็นเซอร์วัดดิน เซ็นเซอร์ตรวจวัดผลผลิต เซ็นเซอร์ตรวจโรคพืช การทำงานของ IOT นี้ทำอย่างไรจะแยกเป็นหัวข้อดังนี้
1 ควบคุมการรดน้ำ โดยจะมีการคำนวณปริมาณน้ำและเวลารดน้ำที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันเกษตรกรบ้านเรานั้น เวลาทำนาก็จะสูบน้ำเข้านาโดยกะปริมาณเอาเอง บางทีก็อาจจะสูบน้ำเข้าเยอะเกินไป หรือว่าอาจจะน้อยเกินไป ถ้ามีเทคโนโลยี IOT เข้ามาช่วยจะทำให้สามารถรู้ได้เลยว่าปริมาณน้ำ ต่อข้าว 1 ไร่ ใช้เท่าไหร่และจะสามารถประหยัดน้ำได้มากขึ้น
2 เอามาควบคุมโรคและศัตรูพืช โดยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมโรคศัตรูพืช ฉีดยาฆ่าแมลงศัตรูพืชเมื่อจำเป็นเท่านั้น
3 ติดตามสภาพดินโดยตรวจสอบคุณภาพดินความชื้นของดิน แร่ธาตุต่างๆ ที่อยู่ใต้ดิน ทำให้เกษตรกรได้รู้ว่าควรปลูกพืชชนิดใดลงกับดินชนิดไหน เพื่อให้การปลูกพืชนั้นมีความเหมาะสมกับดินสามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่นั้นๆ
4 จัดเก็บฐานข้อมูลการเพาะปลูก เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงผลผลิต และควบคุมต้นทุนการผลิตโดยรวมถึงช่วยในการวางแผนการผลิต เพื่อให้เป็นตามกลไกของตลาด
5 ความแม่นยำ คือสามารถพยากรณ์อากาศแบบเจาะจงพื้นที่ ตรวจสภาพพืชในพื้นที่ เพื่อทำให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์
นี่คือความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี IOT ที่จะนำมาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย บางทีเราคิดว่าอาจจะไกลตัวเรา
แต่ถ้าเราไม่ปรับปรุงนำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาช่วยในภาคการเกษตรนั้น จะทำให้เกษตรกรไทยแข่งขันกับต่างชาติไม่ได้ และจะกลายเป็นผู้พ่ายแพ้ในที่สุด
มีการคาดการณ์กันว่าภายในปีค.ศ 2050 หรือพ.ศ 2593 จะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้นสูงถึง 5.9 หมื่นล้านคน นั่นเท่ากับว่าความต้องการอาหารของประชากรโลกก็จะเพิ่มมากขึ้น อาชีพเกษตรกรรมจะมีความสำคัญมากในการปลูกอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก
เมืองไทยเราจึงเหมาะมากทั้งในสภาพอากาศภูมิประเทศ ประเทศไทยเราจะขยับขึ้นแท่นเป็นที่ 1 ในการเป็นครัวโลก
ดังนั้นเพื่อการปรับตัว ถ้าภาครัฐสามารถผลักดันเทคโนโลยี IOT เข้าสู่ภาคเกษตรกรรมให้เร็วที่สุดเท่าไร ก็จะทำให้เกษตรกรไทยเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลืมตาอ้าปากได้เร็วขึ้นเท่านั้น
1 บันทึก
2
5
1
2
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย