26 พ.ค. 2020 เวลา 10:59
ธุรกิจในแบบ win-win คืออะไร
ผมขอเริ่มจากเรื่องเล่าของเพื่อนผมคนหนึ่งนะครับ เพื่อนผมคนนี้เปิดร้านขายของครับและด้วยความที่เขาทำการตลาดออนไลน์ได้ดีมาก เมื่อร้านเปิดก็มีคนมาต่อคิวรอซื้อของกับเขายาวมาก และร้านทำกำไรได้ดีมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือนคนเริ่มน้อยลง และเมื่อผ่านไปครึ่งปี รายได้ของเขาแทบจะไม่มีเลยในแต่ละวัน
คุณคงจะเคยเห็นธุรกิจที่เป็นประมาณนี้ผ่านตามาบ้างอย่างแน่นอนครับ เพราะอะไรทำไมธุรกิจถึงไม่สามารถคงลูกค้าอยู่ได้ในระยะยาว พอดีกับที่ผมได้กำลังศึกษาเรื่อง การทำธุรกิจแบบ win-win อยู่พอดีเลยคิดว่า มันน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถคงลูกค้าไว้ได้ เลยมาบอกให้เพื่อนๆได้ฟังกัน
2
การทำธุรกิจแบบ win-win คือการที่ทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายขายและฝ่ายที่เป็นคนซื้อนั้นพึงพอใจด้วยกันทั้งคู่ครับ ความพึงพอใจอย่างแรกคือราคาครับ อันนี้เป็นที่แน่นอนว่าถ้าทั้งสองฝ่ายไม่พอใจในราคามันจะไม่เกิดการแลกเปลี่ยนขึ้นครับ แต่ นอกจากราคาแล้ว คุณภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมากครับ มันจะเป็นสิ่งที่จะกักลูกค้าของคุณให้เป็นของคุณไปตลอด
การที่เราเต็มที่ในการผลิตและจริงใจกับลูกค้า ไม่โกงหรือเอาเปรียบลูกค้านั้น จะส่งผลให้สินค้าหรือบริการของเราออกมาด้วยดี และลูกค้าที่ใช้บริการ ก็จะไม่หนีคุณไปไหน เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องการสินค้าหรือบริการนั้นอีก เขาก็จะมาซื้อจากคุณอีกครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณเอาเปรียบลูกค้ามากเกินไป ถึงคุณจะคิดว่าแค่นี้ไม่เกิดความแตกต่างหรอก แต่ตามจริงแล้วมันต่างกันมากเลยครับ ความต่างของสินค้าหรือบริการเพียงเล็กน้อย เมื่อลูกค้าของคุณรับรู้ถึงมันได้ คุณจะสูญเสียเขาไปตลอดกาล แล้วมันดีแล้วหรอครับที่จะยอมเสี่ยงแบบนั้น
เวลาที่จะเริ่มทำธุรกิจ ผมอยากให้คุณคิดถึงการทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจครับ การได้เห็นความพึงพอใจของลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะให้บริการที่ใช้ต้นทุนสูงมาก หรือสินค้าที่ทุนสูงมากกว่าราคาที่มันควรจะเป็นแบบนั้นจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจก็จริงครับ แต่คนที่จะเจ็บคือตัวคุณเองครับ และไม่ใช่การทำธุรกิจแบบ win-win ด้วยครับ เพราะมีฝ่ายพอใจแค่ฝ่ายเดียว
มาลองหาไอเดียในการทำธุรกิจกันครับ หาไปเรื่อยๆ อย่าพึ่งท้อนะครับ อย่าลืมเด็ดขาดนะครับ การเอาเปรียบผู้บริโภคจะทำให้คุณเสียใจในภายหลังอย่างแน่นอนครับ
โฆษณา