เกิดอะไรขึ้น??😲✨
เมื่อไกด์ต้องไป "ดำนา"!! ที่จ.นครนายก🐂🐸🐃
ชุดพร้อม! คนพร้อม! แต่วัวไม่พร้อม😁
วันหนึ่ง หลังจากส่งแขกชาวต่างชาติกลับสู่ที่พักหลังจบทัวร์ช่วงเช้า ก็ได้รับแจ้งจากฝ่ายโอเปอร์เรชั่นของบริษัทว่า "วันนี้ไกด์กลับบ้านได้เลยนะ ไม่มีงานต่อ กลับไปพักผ่อนก่อนได้เลย พรุ่งนี้ไกด์ต้องไปดำนา"
ห๊ะ! อะไรนะ!! ดำนา!!!😲 ที่ไหน? อย่างไร?
อันที่จริงแล้ว ทางบริษัททัวร์ที่ไกด์สังกัดอยู่ (ก่อนที่จะเปิดบ.ทัวร์เอง) เขาจะมีตารางการอินสเปคเยี่ยมชมหรือดูงาน สถานที่ต่างๆของไกด์แต่ละคนอยู่แล้ว แต่บางครั้งตัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะอ่านรายละเอียด จึงไม่เห็นว่ามีชื่อของตัวเองอยู่ในรายชื่ออินสเปค "ทัวร์ดำนา" ที่จ.นครนายกด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น ไกด์รีบซิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาที่หน้าบริษัททัวร์ พร้อมข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ เพื่อมาให้ทันฟังบรีฟรายละเอียด ในเวลา7.45น.🛵
บรีฟมีใจความว่า "เนื่องด้วยบริษัทไทยทัชทัวร์ ซึ่งดำเนินทัวร์แนวLocal ต้องการที่จะสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงได้ร่วมกับทางบ.ของเรา ที่จะนำเสนอทัวร์ "แนววิถีชีวิตท้องถิ่น" ให้ชาวต่างชาติได้มาสัมผัส การนี้จึงได้เชิญพนง.ฝ่ายขายทัวร์ ทั้งจากโรงแรม สนามบิน และเคาเตอร์ทัวร์บนสถานีรถไฟฟ้า และไกด์ของบ.เรา ที่ได้รับคัดเลือก ให้ไปลองสัมผัสทัวร์นี้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะจำหน่ายทัวร์ หรือ นำพานักท่องเที่ยวไป..."
เครดิตภาพ : แผ่นพับโฆษณาบริษัท Thai Tuch Tour
เวลา 8.00น. รถตู้ของไทยทัชทัวร์ พร้อมด้วยพวกเราทั้งหมดเกินกว่า 10 ชีวิต ก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จ.นครนายกฯ ระหว่างทาง เจ้าของไทยทัชทัวร์ก็บรรยายให้ฟังว่า "อะเมซซิ่งทริปนี้ เหมาะกับคนที่อยากจะเรียนรู้ว่าคนไทยอาศัยอยู่กันอย่างไร แล้วก็ค้นหาวิถีชีวิตท้องถิ่น ในทริปนี้จะมีการพาไปเดินตลาดสดในเมืองนครนายกด้วย เพื่อซื้อวัตถุดิบไปหัดทำอาหารไทยรับประทานเองในมื้อกลางวัน..."
รับส้มตำสักครกไหมคะ?😁
เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ณ โรงเรือนมุงแฝกแห่งหนึ่ง ก็ได้พบกับวัวฝูงหนึ่งในคอก และวัวเทียมเกวียนพร้อมให้บริการอีก 3 คัน ซึ่งคันของพวกเรามีกันทั้งสิ้น 6 คน
เซลล์2 ไกด์4 เราทั้ง6คน พร้อมออกเดินทางค่ะ😁
จากนั้น พวกเราก็โดยสารวัวเทียมเกวียนเพื่อมุ่งหน้าไปสู่แปลงนาที่ห่างออกไปพอสมควร (ระยะทางจะใกล้หรือไกลก็แล้วแต่แปลงนาที่พร้อมให้บริการแต่ละช่วงค่ะ) โดยครั้งนี้เกวียนของเรา มีพี่เซลล์หรือพนง.ขายทัวร์เป็นคนขับ🐂
หวิดตกลงข้างทางหลายรอบแล้วจ้าาพี่จ๋า😁
ด้วยความที่พี่เซลล์ผู้อาสาขับเกวียน เป็นคนไทยที่เกิดและเติบโตในต่างประเทศ ทำให้พูดไทยไม่ค่อยคล่อง จึงออกคำสั่งวัวเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน😅 วัวก็ปฏิบัติตามคำสั่งแบบผิดๆถูกๆ แรกๆเราก็รู้สึกขบขัน จึงมีเสียงหัวเราะดังสนั่น ท่ามกลางท้องทุ่งและขุนเขา
สักพักวัวเริ่มมุ่งสู่ข้างทาง ซ้ายทีขวาที หวิดชนต้นไม้บ้าง เกี่ยวไม้หนามบ้าง จากเสียงหัวเราะก็กลายเป็นเสียงกรี๊ดดด~สนั่นทุ่ง😥 คนขับเกวียนก็ได้แต่โวยวายเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยความที่วัวไม่เข้าใจ กอปรกับตกใจ จึงวิ่งสู่ท้องร่องข้างทางลูกรัง จนเกือบหัวคะมำทิ่มลงไปในโคลน โชคดีที่พี่เลี้ยง(ปกติเป็นคนขับเกวียนนทท.) วิ่งตามมาทัน จึงดึงเชือกที่วัวขึ้นมา และจูงไปสู่แปลงนาที่หมายโดยสวัสดิภาพ🐂🐂
สวมรองเท้าบู๊ทกันน้ำ เตรียมทำนา😁
เมื่อพร้อมแล้วเราก็เริ่มจากการไถนาด้วยวัวตัวใหม่ ที่แสนเชื่อง แต่แข็งแรงกำยำ เสร็จแล้วก็หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวค่ะ🌾
ไถนาด้วยวิธีดั้งเดิม ก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงไป🌾
ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การดำนาค่ะ หลังจากได้รับแจกต้นกล้ามาคนละกำ เราก็ยืนในท่าที่มั่นคง เอาต้นกล้าปักลงไป พร้อมกับเอานิ้วโป้งหัวแม่มือกดลงไปในขณะที่ปักกล้าด้วย โดยปักถอยหลังไปเรื่อยๆจนหมดแปลง
ดำนาแปลงเดียว 12 คนไปเลยจ้าาา😁
เสร็จสิ้นจากการดำนา ก็ถึงเวลาไปทำอาหารกลางวันค่ะ ขากลับเราเลือกที่จะนั่งเกวียนโดยมีพี่เลี้ยงผู้ชำนาญการเป็นคนขับ และส่งเราจนถึงบ้านสวนที่เราจะไปทำอาหาร ซึ่งก่อนจะเริ่มลงครัว เราทั้งหมดต้องเข้าสวนไปเรียนรู้พืชผักสวนครัวต่างๆเสียก่อน
สวนสมุนไพรและพืชผักสวนครัว☘️
*เมนูวันนี้ ได้แก่ 1.ผัดไทย 2.ส้มตำ 3. แกงเขียวหวานไก่ 4.ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 5.ผัดผักบุ้งไฟแดง และข้าวจากแปลงนาที่นักท่องเที่ยวชุดก่อนหน้า ได้มาเก็บเกี่ยวไว้🌾
ขูดมะพร้าว คั้นกะทิ ทำเมนูแกงเขียวหวานค่ะ
พวกเราแต่ละคนช่วยกันตระเตรียมและประกอบอาหารคนละไม้คนละมือ
และแล้ว... เราทุกคนก็ต้องตะลึงกับฝีมือผัดผักบุ้งไฟแดงของพี่เซลล์คนเดิม😮
ผัดทีนึง ไฟลุกสูงเกือบถึงหลังคาทีเดียวค่ะ🔥
จนพี่ๆพนง.ประจำครัว ต่างวิ่งตระเตรียมถังน้ำกันจ้าละหวั่น แต่ก็ถือว่าโชคดีค่ะ เพราะเมื่อหลายเดือนก่อนหน้า มีไกด์จากบ.เรามาอินสเปคทัวร์เกี่ยวข้าว แล้วก็ขอทดลองผัดผักบุ้งไฟแดง จนไฟลุกลามไปติดหลังคามุงจาก เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนเป็นหลังคามุงกระเบื้องอย่างในปัจจุบัน😅
เมนูเด็ด "ผัดผักบุ้งไฟลุก" 🔥
อิ่มหนำสำราญกับมื้อเที่ยงฝีมือตัวเองเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินเข้าสวนผลไม้ ที่ปลูกอยู่มากมายภายในสวน และสามารถรับประทานได้สดๆ โดยที่ไม่ต้องกังวลใจกับยาฆ่าแมลง นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีกระท่อมไม้อยู่2-3หลัง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการนอนพักค้างคืนอีกด้วย
ทดลองตำข้าว และฝัดข้าวด้วยวิธีดั้งเดิม🌾
จากนั้นจึงนั่งรถออกไปยัง โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 เพื่อรับฟังบรรยายและชมแปลงเกษตรสาธิต
รับฟังบรรยายเกี่ยวกับการเกษตรทฤษฎีใหม่
และอันดับสุดท้ายของโปรแกรมทัวร์ในวันนี้ก็คือ การไปเที่ยวชม "เขื่อนขุนด่านปราการชล" อันเป็นโครงการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตรและลดปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ก่อนที่จะกลับถึงกทม. ในเวลา18.00น.
วิวสวย ริมเขื่อนขุนด่านปราการชล🌊
*ถามว่าวันนี้ได้อะไรจากทัวร์บ้าง?
ตอบได้เลยว่า ได้เหนื่อย ได้สนุก ได้ประสบการณ์ และได้ความรู้ค่ะ😅
**แล้วถ้าอยากทัวร์แบบนี้บ้างติดต่อได้ที่ไหน?
ตอบเลยค่ะ นอกจากติดต่อเคาน์เตอร์ทัวร์สนามบิน, รร., สถานีรถไฟฟ้าและไกด์แล้ว ยังสามารถจองผ่านเว็บไซต์khaoyainationalpaktourได้ค่ะ
***สนใจสอบถามข้อมูลหรือมีข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับรูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ก็คอมเม้นท์ได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะคะ หากถูกใจก็กดไลค์ กดแชร์ กดติดตามกันค่ะ ไกด์จะได้มีกำลังใจเขียนบทความหัวข้ออื่นต่อไปนะคะ/ขอบคุณค่ะ🙏
    ร้อยเรื่องราว
    create โปรแกรมไว้ดีๆครับกับecotourism ฟ้าหลังฝน covid19 น่าจะมีพื้นที่ ให้พอสมควรกับเส้นทางนี้ 😊