18 พ.ค. 2020 เวลา 17:34 • กีฬา
The Story of Nike Air Jordan เรื่องราวที่เป็นมากกว่ารองเท้ากีฬา (ตอน 1)
หากจะพูดถึงแบรนด์รองเท้า Sneaker ดีๆ ใส่แล้วโดนๆ สักคู่ แน่นอน Air Jordan อยู่บนนั้น
และในวงการบาสเกตบอล ไมเคิล จอร์แดน ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ถ้าหากใช้คำว่า "คลั่งไคล้" ในตัวเขา ก็อาจฟังดูน้อยเกินไป
ย้อนกลับไปในปี 1985 ตำนาน NBA ไมเคิล จอร์แดน มีชื่อเสียงโด่งดังเหลือเกิน และเขาได้สร้างสตอรี่ให้ผู้คนจดจำตัวเขาไปพร้อมกับ Sneaker แบรนด์หนึ่งไปตลอดกาล
Air Jordan แบรนด์รองเท้า ที่ตั้งชื่อรุ่นตามชื่อของ Michael Jordan นักบาสเกตบอลที่แฟนๆ ทั่วโลกยกย่องว่า "เขาคือตำนานผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในโลก NBA"
ท่าดังค์ (Dunk) ของจอร์แดน เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่ทุกคนกล่าวถึง ท่า Airwalk หรือการเดินบนอากาศ เพื่อนำลูกบาสไปยัดใส่ห่วงของเขา เป็นแรงบันดาลใจให้นักกีฬาบาสเกตบอลหลายคนอยากทำท่านี้ได้แบบเขา
ดังค์แบบจอร์แดน คือยังไง ทำไมถึงทำให้ ไมเคิล จอร์แดน โด่งดัง
ขอสับหลีกบทความเรื่องรองเท้า เป็นเรื่องท่าในการกระโดดยัดห่วง อันเป็นสาเหตุของ Nike Air Jordan สักเล็กน้อย
ไมเคิล เจฟฟรีย์ จอร์แดน ในปี 1985 เป็นนักบาสอาชีพ สังกัดทีม ชิคาโก บูลส์ สหรัฐอเมริกา เขาเล่นในตำแหน่ง "ชู๊ตติ้งการ์ด" ซึ่งสมัยนั้น เขาเล่นได้สุดยอด หาคนมาเบียดให้ตกบัลลังก์แทบไม่ได้ เนื่องจากเขามีท่าดังค์ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การดังค์คืออะไร?
ก็คือการกระโดดลอยตัวให้สูง แล้วยัดลูกบาสใส่ห่วงสุดแรงแบบสะใจไง คือง่ายๆ แค่นั้น
แต่การดังค์แบบที่ชู๊ตเตอร์ทุกคนทำกัน มันอาจดูธรรมดาเกินไปเสียแล้ว เมื่อการดังค์แบบแอร์วอล์ค (Airwalk) ของจอร์แดน มีอะไรที่มากกว่า
Airwalk คือ การวิ่งเล็งเป้าหมายมาจากระยะไกล แล้วกระโดดตัวลอยขึ้นเดินบนอากาศอย่างรวดเร็วไปข้างหน้า เพื่อพาลูกบาสในมือเข้าไปยัดใส่ในห่วงแบบสุดแรงเกิด 'ด้วยความสะใจ'
และ จอร์แดน ได้ใช้ท่าไม้ตายนี้ ยัดลูกบาสลงห่วงให้ทุกคนเห็นเป็นขวัญตา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1988 ในการแข่งขันสแลมดังก์ คอนเทสต์ประจำปี ซึ่งขณะนั้น จอร์แดน เป็นแชมป์เก่าปี 1987 ต้องมาเจอกับ โดมินิค วิลกินส์ (Dominique Wilkins) ซึ่งเป็นแชมป์เก่าปี 1985 ผู้ร่วมลงแข่งขันด้วย แน่เสียหละ... ไม่มีใครยอมใคร
เพื่อความสำเร็จ จอร์แดน จำต้องงัดท่าอะไรก็ได้ ที่เหนือกว่าคู่แข่ง เพื่อพิชิตชัยชนะให้ได้
เมื่ิอการแข่งขันเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ จอร์แดน เดินไปยังขอบสนามอีกฟากหนึ่ง แล้วหันมาวิ่งเหยาะๆ ถึงครึ่งสนาม และเร่งความเร็วเข้าหาแป้น พร้อมกับการกระโดดสูงขึ้นถึงระดับห่วง และก้าวขายืดออกเดินกลางอากาศ พาตัวเองสปรินท์เข้าสู่แป้น แล้วยัดลูกบาสลงห่วงทันทีอย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือดังลั่นไปทั่วสนามด้วยความสะใจ
ในตอนนั้น ทั้งจอร์แดนและวิลกินส์ ต่างมุ่งหมายเข้าสู่เส้นชัย โดย วิลกินส์ กระโดดดังค์ ได้สูงถึง 10 ฟุต 2 นิ้ว (309.8ซม.) ทำให้มีคะแนนนำอยู่ที่ 100 แต่จอร์แดนอยู่ที่ 97 แต้ม
สำหรับจอร์แดนต้องเหนือกว่าเท่านั้นจึงจะชนะ
และด้วยท่า Airwalk ทำให้ จอร์แดนได้รับไป 50 คะแนน เฉือนชนะวิลกินส์ ซึ่งแพ้ไปด้วยคะแนน 147 ทันที
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการสร้างสรรค์ไอเดียของสุดยอดนักบาสเกตบอลมืออาชีพอันดับหนึ่งของโลก
หลังจากนั้น ท่า Airwalk ของ จอร์แดน ได้ถูกกล่าวขวัญ ดังเป็น Talk of the town
"ผมทำแบบนั้นไม่ได้แน่นอน" นักพากย์ที่กำลังพากย์สดขณะการแข่งขันกำลังเข้าสู่จุดไคลแมกซ์ กล่าวออกมาแบบชื่นชมและประทับใจ
ท่าแอร์วอล์ค แพร่หลายไปทั่วโลก แฟนคลับของเขาแห่กันแสดงความชื่นชม สรรเสริญความเทพของ จอร์แดน ไม่รู้จบ
แต่ จอร์แดน ถ่อมตัวมาก เมื่อมีคนพูดชื่นชมเขาในการใช้ท่านี้ เขาบอกว่า เขาไม่ได้คิดค้นมันขึ้นมาด้วยตนเอง เพียงแต่เห็นว่า นักบาสหลายๆ คน ใช้ท่าแนวนี้มาก่อนบ้าง แต่อาจไม่สุด เขาเพียงนำมาปรับให้เข้ากับสไตล์และความคิดสร้างสรรค์ของเขาเอง
"ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องของความคิดสร้่างสรรค์ ผมคงไม่ดังค์ด้วยท่าแบบนี้บ่อยๆ มันขึ้นอยู่กับความคิดขณะนั้น มันเป็นเรื่องความสวยงาม มากกว่าประสิทธิภาพในการแข่งขัน เพราะท่าดังค์แบบนี้ ไม่ได้ทำให้ทีมชนะ หรือแพ้ได้ มันเป็นท่าที่ใช้ในการแข่งขัน สแลมดังค์ คอนเทสต์ เท่านั้น'
"ตอนนั้น ผมต้องการชัยชนะ และผมต้องการทำสิ่งมหัศจรรย์ด้วยการกระโดดและบินไปกลางอากาศ ดังค์ลูกด้วยพลังทั้งหมดที่มี" นี่คือสิ่งที่ ไมเคิล จอร์แดน เคยให้สัมภาษณ์ไว้
รออ่านตอนต่อไป จุดกำเนิด Air Jordan ตอนหน้านะครับ ขอบคุณครับผม
โฆษณา