20 พ.ค. 2020 เวลา 05:03
ขายของออนไลน์ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
การทำอะไรเป็นครั้งแรกนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และมักมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เช่นเดียวกับการเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์ โดยเฉพาะการขายของออนไลน์ในตลาดต่างประเทศ ที่มีข้อกำหนดหรือข้อควรระวังมากกว่าการขายของออนไลน์ภายในประเทศ แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไร กลับเป็นความท้าทายของเจ้าของธุรกิจ และสำหรับใครที่สนใจจะขยายตลาดเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ SHIPJUNG ได้รวบรวมข้อมูลที่ร้านค้าควรศึกษา เพื่อให้การขยายตัวทางธุรกิจของคุณ เป็นไปได้อย่างสวยงาม
1) ภาษีอากร (Tax)
การจ่ายภาษีอากรเมื่อสินค้าหรือพัสดุไปถึงประเทศปลายทางที่กระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้น ร้านค้าควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ภาษี(Tax) มักเรียกเก็บในอัตราเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดใดก็ตาม ส่วนอากร(Duty) คือการจำแนกและระบุสินค้าที่สามารถซื้อขายกันได้อย่างถูกต้อง โดยภาษีศุลกากรทั่วๆไปแล้ว จะคำนวณจาก ประเภทของผลิตภัณฑ์ ข้อตกลงทางการค้า โควตาการนำเข้า วัสดุที่ใช้ และราคาค่าส่ง
2) คลังสินค้า (Warehouse)
ร้านค้าออนไลน์ที่มีออเดอร์ส่งออกไปต่างประเทศจำนวนมาก มักใช้คลังสินค้าเป็นที่ดรอปของ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่ง โดยคลังสินค้าที่เหมาะสม ควรตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมากในหลายๆ พื้นที่ เพื่อให้ง่ายต่อการกระจายสินค้า โดยก่อนจะตัดสินใจใช้คลังสินค้าไหนนั้น ควรคำนึงถึงความพร้อมในการใช้งานของคลัง ชนิดของสินค้าว่ามีความพิเศษ หรือข้อยกเว้นหรือไม่ เหมาะสมกับคลังที่กำลังมองหาอยู่รึเปล่า ค่าใช้จ่ายคลังสินค้าคุ้มหรือไม่ ประเภทของใบสั่งซื้อเป็นแบบไหน เป็นต้น
3) การคิดค่าบริการ (Service charge)
การขนส่งระหว่างประเทศนั้น มักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่าการขนส่งภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ค่าบริการหักภาษีและการจัดเตรียมเอกสารล่วงหน้า ค่าพื้นที่ห่างไกล ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีที่สินค้ามีขนาดใหญ่เกินมาตรฐาน ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มเติมกรณีที่ที่อยู่ปลายทางผิด หรือไม่ชัดเจน ซึ่งก่อนจะมีการคิดค่าบริการนั้น ร้านค้าควรแจ้งกับลูกค้าเรื่องการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย
4) การเลือกบรรจุภัณฑ์ (Packaging selection)
เพราะการส่งของระหว่างประเทศนั้น ต้องผ่านกระบวนการการจัดส่งหลายขั้นตอน ดังนั้น ผู้ส่งควรเลือกบรรจุภัณฑ์ให้หนาแน่นและเหมาะสมกับตัวสินค้าข้างใน ในขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนวณถึงต้นทุนการจัดส่ง ซึ่งค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนัก และสัดส่วนที่แท้จริงของน้ำหนักของสินค้า ดังนั้นควรคำนึงถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ในตอนต้น สินค้าที่มีบรรณจุภัณฑ์หรูหราแต่นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายการขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ผู้ซื้อออนไลน์มักเลือกหยิบของออกจากตะกร้าเมื่อพบว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสูงเกินไป
5) การเลือกวิธีการขนส่งที่เหมาะสม (Suitable transportation)
สิ่งที่ท้าทายร้านค้าหรือผู้ขาย ไม่ใช่เพียงแค่รายการสั่งซื้อ แต่เป็นความคาดหวังของลูกค้าที่มีมากต่อเรื่องความรวดเร็วของการจัดส่ง และวิธีการส่งสินค้าให้ถึงมืออย่างสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้น ร้านค้าควรมีทางเลือกการขนส่งหรือค่าใช้จ่ายในการขนส่งหลากหลายทางเลือก เพื่อสร้างความเชื่อใจให้ลูกค้า และช่วยให้ร้านค้าของคุณ แตกต่างจากร้านค้าอื่นอีกด้วย
ขอบคุณที่มา : https://shipjung.com/2019/05/03/overseas-market-tips/
โฆษณา