29 พ.ค. 2020 เวลา 10:30 • ความคิดเห็น
Non-opinion Ep. 4: Open-minded by book
นี่คือบทความที่เป็นการแสดงทัศนะเชิงความคิดเห็นเท่านั้น…
เมื่อพูดถึง “หนังสือ” คุณผู้อ่านที่กำลังอ่านบทความนี้ กำลังนึกถึงหนังสือเล่มไหนเป็นอย่างแรก? แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณนึกถึงหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา สำหรับผู้เขียนเอง จะนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการต่อยอดและลมหายใจของจิตวิญญาณการเขียนบทความ Weblog นี้มาต่อเนื่อง คือ “สัปดาห์สุดท้าย” เป็นหนังสือนวนิยายกึ่งเรื่องจริงที่กล่าวย้อนกลับไปช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจปีพ.ศ. 2540 ซึ่งรายละเอียดคงไม่กล่าวอะไรมากเนื่องจากได้มีการเขียนไปเป็นกิจจะลักษณะเป็นเรียงความเมื่อหลายปีก่อน รวมไปถึงมีการเขียนบทความใน Weblog นี้แล้วเช่นกัน สามารถตามไปอ่านกันได้ตาม Link ที่จะทิ้งไว้ใน Block ต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ “สัปดาห์สุดท้าย”:
ไม่ว่าจะหนังสือเล่มใด ๆ ที่เคยอ่านก็ตาม จุดร่วมหรือเหตุผลสักหนึ่งข้อที่จะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน สำหรับมุมมองของผู้เขียน คงเป็นเรื่องของ “ความอยากรู้” ไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะเป็นหนังสือแนวที่เราชอบ สนใจ ศึกษาอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่ “หนังสือ” คือโลกใบหนึ่งที่มีการสรรสร้างด้วยตัวอักษรหลังปกหนังสือเล่มนั้น เมื่อเราหยิบหนังสือมาเปิดหน้าปกออกมาอ่าน ก็จะได้ค้นพบโลกใบดังกล่าว ว่ามีลักษณะอย่างไรผ่านตัวอักษรที่ร้อยเรียงออกมาเป็นข้อความ รวมไปถึงรูปภาพที่อาจมีปรากฏในหนังสือหลาย ๆ เล่ม และจะได้เรียนรู้สิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาภายใต้ข้อความและรูปภาพเหล่านั้น อาจมาเป็นความรู้ ความคิด รวมไปถึงความรู้สึกจากการอ่าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะถูกนำมาปรับเปลี่ยนเพื่อนำมาใช้ต่อไปได้ในอนาคต
ผู้เขียนเอง มีความเชื่อที่ว่า “หนังสือ” สามารถช่วยบ่งบอกและตอบโจทย์คำถามในชีวิตของใครหลาย ๆ คนได้ ทั้งในเวลาที่มีความสุขและความเศร้า นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเปิดโลกและเปิดใจให้คนที่อ่านหนังสือเล่มนั้นได้เข้าใจเนื้อหาหรือมุมมองแนวคิดต่าง ๆ ในส่วนใดส่วนหนึ่งมากยิ่งขึ้น และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะช่วยลดความเข้าใจผิด ลดความรู้สึกแปลก ๆ ในบางสิ่งบางอย่างหายไป ลดความคิดและความคาดเดาที่เกิดจากความไม่รู้ให้ลดลงไปเช่นเดียวกัน
ในช่วงที่เวลาอยู่บ้าน ใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้น ประกอบกับยุคสมัยปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่มากขึ้น “หนังสือ” จึงเริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากที่เป็น Hard copy หรือกระดาษเป็นแผ่น ๆ ปึก ๆ นำมาสู่ File E-book ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น pdf หรือ epub file ที่สามารถพกพาและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นภายใต้อุปกรณ์ Smartphone, Tablet และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อันมีผลทำให้พฤติกรรมการอ่านหนังสือมีการเปลี่ยนแปลงไป การซื้อหรือเข้าถึงก็เปลี่ยนจากการเดินเข้าร้านหนังสือไปเลือกหนังสือเป็นเล่ม ๆ เองมาสู่การเลือกหนังสือผ่านร้านหนังสือออนไลน์ การพกพาจากที่เราต้องขนหรือหยิบหนังสือใส่กระเป๋า 1-2 เล่มเวลาเดินทางไปสถานที่อื่น ๆ เพื่อไปอ่านหนังสือระหว่างทางกลายมาเป็นการโหลดหนังสือที่ซื้อมาในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาอ่านได้ทันที โดยที่ไม่ต้องหยิบหรือค้นหาเล่มหนังสือในบ้าน และนั่น อาจมีผลทำให้ในอนาคตไม่ช้านี้ บรรยากาศของชั้นวางหนังสือในบ้านจะเริ่มเห็นได้น้อยลง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ๆ ที่เติบโตมากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พร้อม ๆ กัน
พฤติกรรมและบรรยากาศที่เปลี่ยนไป อาจไม่ส่งผลโดยตรงต่อผู้อ่านมากเท่าไรนัก ทั้งนี้เป็นเพราะนิสัย “รักการอ่าน” มันขึ้นอยู่กับตัวตนของคนแต่ละคนมากกว่าสภาพบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป นิสัย “รักการอ่าน” ไม่ว่ารูปแบบการเข้าถึงหรือการอ่านจะเปลี่ยนไปเพียงใด ผู้ที่มีความต้องการที่จะอ่านหนังสือ/เนื้อหาสาระต่าง ๆ จะขวนขวายพยายามหาจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งหนังสือในการอ่าน เช่นเดียวกันกับผู้ที่ต้องการเปิดโลกจากการอ่านหนังสือ ที่ไม่ได้มีการอ่านหนังสือเป็น Routine นัก ย่อมพยายามหาวิธีในการอ่านหนังสือตามที่ต้องการอยากจะอ่านได้เช่นกัน
The books can tell your life that you should recognize, remember, and revolve yourself.
นักเขียนเดินดิน
โฆษณา