23 พ.ค. 2020 เวลา 04:17 • บันเทิง
Train to busan : ว่ากันว่ามนุษย์เป็นสีเทา
เกาหลีนับเป็นประเทศที่ส่งออกวัฒนธรรม
ผ่านเพลง ศิลปิน หนังและซีรีย์ ในการสร้าง
ความเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลต่อความคิด
ของสังคมและประชาชนในประเทศอื่น
หรือที่เรียกว่า Soft Power ได้มากที่สุด
ประเทศหนึ่งของโลก
หนังสัญชาติเกาหลีอีกเรื่องหนึ่ง ที่คอหนัง
น่าจะไม่พลาดในการรับชมกันมาแล้ว
คือ Train to Busan
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เข้าฉายตั้งแต่
ช่วงปี พ.ศ. 2559 เป็นหนึ่งในหนังที่
ได้รับคำชมกับการเสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลมากมาย และเป็นหนังที่ทำ
สถิติรายได้เปิดตัวสูงสุดในวันแรก
ที่เข้าฉายในเกาหลีใต้ ทั้งกำลังจะมี
ภาคต่อของหนังเข้าฉายในไม่ช้านี้
หลายคนถึงกับยกให้หนังเรื่องนี้
เป็นหนังซอมบี้ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในดวงใจ
.
.
.
ผู้เขียนเองก็เช่นกัน
เนื้อหาของหนังว่าด้วยการแพร่ระบาด
ของเชื้อโรคประหลาด การแพร่กระจาย
ของเชื้อเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทำให้
ผู้คนจำนวนมากกลายเป็นซอมบี้
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับตัวเอกซึ่งเป็น
ผู้จัดการกองทุน ที่กำลังมีปัญหาครอบครัว
แยกกันอยู่กับภรรยา เขาเป็นฝ่ายเลี้ยงดู
ลูกสาว ถึงแม้จะรักลูก แต่กลับไม่เข้าใจ
ลูกได้ดีเท่าที่ควร เพราะสนใจแต่เรื่อง
การหาเงิน มากกว่าการให้เวลา
และความใกล้ชิด ทำให้ลูกโหยหา
การได้เจอแม่มากกว่าพ่อ
เหตุการณ์หลักในหนังคือ เขาทน
การรบเร้าจากลูกสาวไม่ไหว
จึงนั่งรถไฟ KTX จากเมืองโซล
ไปส่งลูกสาวในวันเกิดเพื่อไปหา
แม่ที่เมืองปูซาน ซึ่งต้องพบว่า
ระหว่างทางที่ไป เชื้อโรคได้แพร่
กระจายไปทั่ว แม้แต่ในรถไฟขบวนนี้
หนังเรื่องนี้สะท้อนสัญชาตญาณ
ในการเอาตัวรอดของมนุษย์
เมื่อเจอสถานการณ์ที่จวนตัว
.
.
บางคนเลือกทำเพื่อให้คนอื่นรอดไปด้วยกัน
.
.
บางคนเลือกทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดเพียงคนเดียว
ประโยคที่พูดคุยกันผ่านตัวละคร
อย่างเช่นประโยคที่ตัวเอกคุยกับลูกสาวว่า
"ในสถานการณ์แบบนี้ ลูกไม่ต้องทำตัวเป็นคนดี แค่เอาตัวเองรอดให้ได้ก็พอ"
จนในที่สุดมีเหตุการณ์ที่ลูกสาว
วัยเพียง 10 ขวบ ซึ่งไม่เห็นด้วย
กับคำพูดของพ่อ เพราะเป็นเด็ก
ที่เอื้อเฟื้อ โอบอ้อมอารี ได้ร้องไห้
สะอึกสะอื้นตอบกลับพ่อซึ่งเป็นตัวเอกว่า
"เพราะแบบนี้ไงพ่อห่วงแต่ตัวเอง เพราะแบบนี้แม่ถึงทิ้งพ่อไป"
ซึ่งประโยคนี้คงสะเทือนใจตัวเอกใน
ฐานะคนเป็นพ่อไม่น้อย และเชื่อว่าเป็น
จุดใหญ่ที่กระตุ้นความดีในใจของตัวเอกขึ้นมา
ว่ากันว่า "รักใดๆมากมายกว่ารักลูกคงไม่มี"
เหตุการณ์ในหนังดำเนินไปจนเปลี่ยน
ตัวเอกที่เห็นแก่ตัว ให้กลายมาเป็นคน
ที่ยอมร่วมมือและช่วยเหลือคนอื่น แม้บางเหตุการณ์จะเป็นการจำยอมเพราะ
สถานการณ์บังคับ แต่ในที่สุดหนังก็
สะท้อนจิตใจอันสูงส่งของมนุษย์ทั่วไป
ในการเสียสละตัวเองให้กับคนที่เรา
ขึ้นชื่อว่ารักมากที่สุดออกมาได้อย่าง
น่าประทับใจ
คนเราเป็นสีเทา ไม่มีใครดีไปทุกส่วน
แต่ก็ไม่มีใครแย่ไปทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่า
สีเทานั้นจะเข้มหรืออ่อนมากน้อยกว่ากัน
ตามสิ่งต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นคนคนนั้น
ตามหลักของพุทธศาสนา ว่ากันว่า
การเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้นแสนยากลำบาก
ตามคำกล่าวที่ว่า
.
.
"การได้อัตภาพเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก"
ทั้งมนุษย์ขึ้นชื่อว่า เป็นสัตว์ประเสริฐที่สุด
เพราะมนุษย์มีโอกาสทำความดีได้ทุกชนิด
ตั้งแต่ความดีเล็กน้อย ไปจนถึงความดี
ขั้นสูงสุด ตามหลักพุทธศาสนา
คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน
ทั้งเมื่อได้เกิดมาแล้ว การเลือกดำเนิน
ชีวิตให้ถูกต้องบนเส้นทางแห่งความดีงาม
คือสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปพึงกระทำอย่างที่สุด
แม้ไม่อาจเป็นคนดีได้ในทุกเรื่อง แต่หาก
พยายามให้ชีวิตส่วนใหญ่ดำเนินไป
ในทางที่ถูกที่ควร ทั้งยังประโยชน์ให้แก่
ตนเองและผู้อื่น ก็ชื่อว่าสมควรที่ได้เกิด
มาเป็นมนุษย์แล้ว..จริงไหมคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
โฆษณา