Studienkolleg:We will bridge for you.
โพสต์ที่แล้วเล่าถึงการเรียนใน STK จนยื่นเอกสารเข้ามหาวิทยาลัย มีหลายท่านแย้งว่า สมัครตรงกับ STK ก็ได้เหมือนกัน ไม่เห็นต้องผ่านมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานกลางอย่าง Uni-assist ก็รู่อยู่แล้วว่าไปจากไทย ก็ต้องเรียนSTK แล้วจะไปสมัครผ่านมหาวิทยาลัยทำไมให้ยุ่งยาก
วันนี้มาเล่าต่อค่ะ ว่าทำไมแนะนำแบบนั้น เรื่องง่ายๆในเยอรมนีใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ🤡🤡
จริงๆแล้ว การสมัคร STK ของรัฐบาลมีหลายวิธีมาก แถมซับซ้อนอีก แต่ในความซับซ้อน เขามีเหตุผลค่ะ นี่เป็นเรื่องที่ละเอีนดพอสมควร ผู้เขียนก็ต้องทำความเข้าใจอยู่นาน
STK การสมัครสอบ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ
1. 🌺🌺สมัครกับ STK โดยตรง ส่งเอกสารโดยตรง เช่น STK Konstanz, STK Bochum, ง่ายมากไม่ซับซ้อน และแต่ละ STK ก็เอาระดับภาษาที่ต่างกัน บางที่เอา B1 บางที่เอา B2 โดยเข้าไปที่http://www.studienkollegs.de/Studienkollegs.html
💁‍♂️💁‍♂️💁‍♂️ข้อไม่ดีของกรณีนี้คือ หลังจบ STK ต้องยื่นเอกสาร ร่อนเร่หามหาวิทยาลัยเอง เพราะไม่มีชื่อเราอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ไหนมาก่อนเลย และเราจะไม่รู้ตัวล่วงหน้าหากพลาดลืมไป ยกตัวอย่างเช่นว่ามหาวิทยาลัยที่เราต้องการไปยื่นเข้าเรียนต่อหลังจบ STK เขามีrequirement อะไรบ้าง เพื่อจะได้
เตรียมตัวล่วงหน้าไว้ เช่นระดับภาษาต้องเป็นระดับไหน และขอเป็นระดับภาษาจากค่ายไหนเช่น TestDaF Gaothe หรือ Telc ต้องมีฝึกงานมาก่อนด้วยนะ กี่week มหาวิทยาลัยเปิดรับภาคการศึกษาไหน เป็นต้น
ข้อดีคือ ง่ายสุด เท่านั้นเอง📍📍
2. 🌺🌺สมัครผ่านทางมหาวิทยาลัย เสมือนว่าเราไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ STK มาก่อนเลย แค่ว่าเราตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาตรีที่นี่ ที่มหาวิทยาลัยของคุณ
ถ้าทางมหาวิทยาลัยตรวจดูแล้ว รู้ว่าจบมาจากประเทศไทย ก็จะส่งเอกสารเราต่อไปให้ทาง STK ที่เป็น partner กันอยู่เองหรือแยกง่ายๆออกเป็น
     2.1 มหาวิทยาลัยนั้นเป็นที่ตั้งของ STK อยู่ด้วยเช่น KIT (Karlsruhe), TU München, TU Berlin
     2.2 มหาวิทยาลัยนั่นไม่ใช่เป็นที่ตั้งของ STK ทางมหาวิทยาลัย จะส่งเอกสารเราไปให้ STK ของมหาวิทยาลัยที่เป็น Partner อีกที วิธีนี้จะเพิ่มความงงมาอีกนิด เช่น Uni Göttingen, Uni Stuttgart, ข้อนี้ก็เนื่องมาจากในรัฐนั้นๆจะมี STK ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยไหน
🍁🍁เหมือนเป็นสาธิตในบ้านเรา บางมหาวิทยาลัยก็มีสาธิตตั้งอยู่ เช่นเดียวกับที่เยอรมัน กำหนดว่าในแต่ละรัฐมีสาธิตหรือ STK ตั้งอยู่ที่ไหน
💁‍♂️💁‍♂️💁‍♂️วิธีนี้ไม่มีข้อไม่ดี แค่ซับซ้อน แต่ข้อดีที่สุดคือ มหาวิทยาลัยมีชื่อเรารออยู่ใน waiting list (เพราะมหาวิทยาลัยรู้แล้วว่า ฉันอยากเรียนที่นี่นะ เขาก็จดรายชื่อเราไว้ก่อนแล้ว )และเป็นผู้ส่งให้เราไปสอบต่อที่ STK หลังจบSTK เรากลับมาแจ้งอีกครั้งว่าจบแล้ว ก็จะได้เรียกชื่อขึ้นมา จัดอันดับเข้าเรียนก่อนกลุ่มที่มาจากข้อ 1 เพราะเราได้รับการจัดอันดับรอไว้อยู่แล้ว นั่นเอง
แต่หลังจบ STK แล้วเกิดไม่ชอบมหาวิทยาลัยต้นสังกัดที่นี่ เราก็ยังสามารถไปยื่นสมัครที่อื่นต่อได้อีกแต่ มหาวิทยาลัยอื่นก็จะใช้หลักการเดียวกันนั่นเอง
3. 🌺🌺🌺สมัครผ่านทาง Uni Assist (หน่วยงานกรองเอกสารการสมัครของนักเรียนต่างชาติ)
จะสมัครผ่านหน่วยงานนี้ก็ต่อเมื่อ มหาวิทยาลัยนั้นๆ กำหนดว่าเราต้องยื่นผ่าน Uni assist เท่านั้น ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยต้องสมัครผ่านหน่วยงานนี้ แค่ส่วนใหญ่
เมื่อผ่านมาที่ uni -assist ตรงนี้แล้ว เมื่อเขาได้รับเอกสารจากการโหลดออนไลน์ กลั่นกรองหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หน่วยงาน จะส่งเอกสารเราไปให้มหาวิทยาลัยอีกที 
(และถ้ามหาลัยนั้นไม่มีSTK โดยตรง ก็จะอจ้งให้เราส่งเอกสารเราต่อไป เหมือนข้อ 2.2) หรือ อาจกำหนดให้เราต้องส่งเอกสารเอง (แนะนำให้อ่านรายละเอียดให้ดีว่าให้ส่งเอกสารไปที่ไหนอย่างไร) เช่น Uni Hannover, TU Dressden, TU Berlin, STK Hamburg ...
พอทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะออกหนังสือแจ้งให้เราเดินทางเพื่อไปสอบเข้า STK เราก็จะเอาใบแจ้งนี้ไปทำ VISA ต่อไป
ข้อ3 นี้ต้องระวังในเรื่องของ มหาวิทยาลัย อาจมีรานละเอียดเพิ่มว่า หลังจากเข้า STK เรียบร้อยแล้ว กลางปีของ STK คุณต้องเข้ามาลงทะเบียนในหน่วยงานของมหาวิทยาลัยก่อนจบ STK ด้วยนะ (เข้าใจว่าทางมหาวิทยาลัยอยากให้ยืนยันอีกรอบว่า หลังจบ STK แล้วคุณต้องการเรียนที่นี่กับเขา จริงๆ เช่น HS Bremenhttps://www.hs-bremen.de/internet/en/international/office/incomings/vorbereitungsstudium/
🔴🔴🔴วิธีที่ 2และ 3 สำคัญตรงที่รายละเอียดปลีกย่อยเยอะ แต่มีมหาวิทยาลัยรองรับอย่างแน่นอน คือ NC ที่เราเห็นนั่นแหละค่ะ ถ้าสมัครด้วยวิธีการ 2 ข้อนี้เรามีที่นั่งที่ได้รับการจองไว้แล้วอย่างแน่นอน
ชอบทำอะไรง่ายๆ ผลลัพธ์อาจยากกว่าเป็นธรรมดา
ชอบเรื่องยากแต่แรก ผลลัพธ์หอมหวานกว่า เลือกเอานะคะ
1
  • 4
โฆษณา