26 พ.ค. 2020 เวลา 02:00
จากดาบแห่งอาณาจักรแพ็คเจสู่สมบัติชาติของประเทศญี่ปุ่น
ดาบ 7 เขี้ยว ถือเป็นหนึ่งในดาบทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการดูแลจากรัฐบาลและถูกเก็บไว้อย่างมิดชิด โดยไม่มีการเปิดให้เข้าชมแก่สาธารณชนแต่อย่างใด เพราะนี่คือสมบัติของชาติที่มีความสำคัญและมีตำนานมากกว่าพันปี
1
ดาบ 7 เขี้ยว มีความยาว 74.9 เซนติเมตร บนตัวดาบมีอักษรทองคำอยู่ 61 ตัว แต่ไม่สามารถอ่านตัวอักษรที่ปรากฎอยู่บนดาบได้ เพราะได้รับความเสียหายอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อความบางส่วนที่พออ่านอยู่ได้บ้าง โดยระบุไว้ว่า "ดาบเล่มนี้ไม่สามารถหาดาบเล่มไหนมาเทียบเสมอได้ ด้วยกษัตริย์องค์ชายแห่งแคว้นแพ็คเจทรงรับสั่งให้ตีดาบเพื่อนำมาถวายแก่จักรพรรดิแห่งวะ ด้วยหวังว่าดาบเล่มนี้จะถูกส่งต่อให้ชนรุ่นหลังสืบไป"
ดาบเล่มนี้เชื่อกันว่าถูกตีขึ้นมาในช่วงเดียวกับราชวงศ์จิ้นของจีนเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว โดยจุดประสงค์ของดาบ 7 เขี้ยว ถูกสร้างให้เป็นเครื่องเจริญสัมพันธไมตรีจากราชาแคว้นแพ็คเจ (เกาหลีใต้) แก่จักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งสมัยนัั้นเรียกญี่ปุ่นว่า "แคว้นวะ" มีเมืองหลวงคือเมือง "นาระ"
ในขณะนั้นอาณาจักรแพ็คเจต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่น จึงส่งเครื่องเจริญราชไมตรีที่ประกอบไปด้วย ดอกไม้ทองคำประดับมงกุฎ, ตราประทับจรรญากรทองคำและดาบ 7 เขี้ยว
ว่ากันว่าในปี 1870 นักบวชคนหนึ่งได้พบจารึกโบราณที่บ่งบอกความเป็นมาของดาบเล่มนี้ว่า "เป็นดาบที่ทำมาจากของแข็ง 100 อย่าง และดาบเล่มนี้สามารถกำจัดศัตรูได้ 100 กองทัพ ตามแต่ที่กษัตริย์ต้องการ"
ซึ่งกษัตริย์ที่ว่านั้นน่าจะเป็น "จักรพรรดิยามาโตะ" หรือราชวงศ์ยามาโตะ ผู้ทำการรวบรวมชนเผ่าอิสระแล้วก่อตั้งอาณาจักรญี่ปุ่นจนมาถึงทุกวันนี้
ในขณะที่นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า กษัตริย์ในจารึกนั้นน่าจะเป็นจักรพรรดินีจิงงู ตามพงศาวดารนิฮงโชะกิ โดยนักประวัติศาสตร์ยกให้พระองค์เป็น "จักรพรรดินีในตำนาน" เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์หลงเหลืออยู่น้อยและหาได้ยาก
ดาบ 7 เขี้ยว เมื่อมาถึงในญี่ปุ่นได้ทำการเรียกดาบชนิดนี้ว่า "ชิจิชิโตะ" มีความหมายตามลักษณะของดาบที่มี 7 กิ่งหรือ 7 เขี้ยว
อย่างไรก็ตาม ที่มาของดาบเล่มนี้ค่อนข้างมีอยู่น้อยและยังเป็นที่ถกเถียงของนักประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือดาบ 7 เขี้ยว สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีที่มีมาหลายพันปี และเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่กลายเป็นตำนานของชาวญี่ปุ่น
และหากพิจารณาลักษณะของดาบที่มีแง่งออกมาข้างละ 6 และรวมปลายดาบเป็น 7 เชื่อว่าไม่น่าจะสามารถนำไปเป็นอาวุธฟาดฟันใครได้ แต่คงเป็นดาบที่สื่อถึงอำนาจของกษัตริย์มากกว่า
ปัจจุบันดาบ 7 เขี้ยวถูกเก็บไว้ที่ศาลเจ้าอิโซโนะคามิ หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดนาระ โดยไม่มีการเปิดแสดงต่อสาธารณะชนหรือคนทั่วไปแต่อย่างใด
และกลายเป็นดาบที่ถูกนำมาเป็นอาวุธในละคร การ์ตูน หรืออนิเมะเพื่อสื่อถึงดาบในตำนานของแต่ละเรื่องอีกด้วย
โฆษณา