Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Namo Provision
•
ติดตาม
28 พ.ค. 2020 เวลา 22:00 • การศึกษา
การเคลื่อนไหวร่างกายจะเหมือนกับการออกศึกอย่างไรนะ? EP.1
เนื่องจากผู้เขียนเป็นคนชอบหนังแนวสงครามโบราณมากๆ ตัวอย่างเช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรืออย่างพงศาวดารสามก๊ก ประกอบกับตัวเองที่รู้สึกชื่นชอบการทำงานของร่างกายมนุษย์ ผู้เขียนจึงเอาสองเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกัน เพื่อจะได้ถ่ายทอดความรู้ในมุมมองของตัวเอง นอกจากนี้ ผู้เขียนได้แทรกคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในวงการแพทย์เอาไว้ในวงเล็บ เผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจจะได้นำไปค้นคว้ากันต่อไป ในตอนแรกนี้ ผู้เขียนขอเปิดด้วยเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกาย
รูปภาพจากหนังเรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคยุทธหัตถี
ก่อนอื่น ผู้เขียนขอแนะนำตัวละครที่สำคัญด้วยคำถาม 1 ข้อ คุณเคยสังเกตตัวเองขณะที่กำลังเคลื่อนไหวร่างกายไหมว่า อวัยวะภายในร่างกายส่วนไหนทำหน้าที่นี้ ตัวอย่างเช่น การก้าวขาไปข้างหน้าเพื่อการวิ่ง การย่อขาเพื่อเล่นท่าสควอท หรือถ้านึกคำตอบไม่ออก ลองยกแขนขึ้นลงดูสิ
จังหวะการก้าวขาขณะวิ่ง (รูปภาพจาก https://www.vrunvride.com/how-to-tempo-running/)
ขณะมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เราจะรับรู้ถึงการหดเกร็งของอวัยวะส่วนนี้ บางคนอาจมีอาการปวดหลังจากที่ทำไปได้สักระยะหนึ่ง และคนที่มีอวัยวะส่วนนี้น้อยหรือผิดปกติจะออกแรงได้ลดลง หลายคนอาจนึกคำตอบออกแล้ว เฉลยพระเอกของเรื่องนี้ นั่นก็คือ "ระบบกล้ามเนื้อ" (muscular system)
ระบบกล้ามเนื้อเปรียบเสมือนหน่วยจู่โจมของกองทัพ มีทหารฝีมือเก่งกาจมากมายเพื่อรับหน้าที่ออกแรงต่อต้านข้าศึก ไม่ว่าจะเป็นแรงโน้มถ่วงโลก แรงเสียดทานการเคลื่อนที่ หรือแรงกระทำจากวัตถุภายนอก แรกเริ่มเดิมทีเมื่อเราทุกคนได้เกิดมา ทหารเหล่านี้ยังเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่ยังไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง จนกระทั่งถูกฝึกให้ปฏิบัติภารกิจเฉพาะอย่าง ตั้งแต่การหัดเดิน การคัดลายมือ หรือการฝึกทรงตัวเพื่อปั่นจักรยานสองล้อ
กล้ามเนื้อขณะก้าวขาเพื่อการวิ่ง (รูปภาพจาก https://imgbin.com/png/j90YdRff/skeletal-muscle-muscular-system-human-body-running-png)
นอกจากระบบกล้ามเนื้อที่เป็นพระเอกหลักในการเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ยังมีตัวละครอีก 2 ตัวที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และทำงานเป็นเบื้องหลังของเรื่องนี้ เพื่อนๆพอเดากันออกไหมว่า เจ้า 2 ระบบที่เหลือนั้นคืออะไร แต่ก่อนที่จะรู้คำตอบ ผู้เขียนขอพาเพื่อนๆเข้าไปดูภายในร่างกายกันก่อน
เมื่อเราเลาะชั้นผิวหนังออกไป เราจะพบมัดกล้ามเนื้อ และเส้นเนื้อเยื่อเล็กๆ ที่ทอดยาวมาจากแกนลำตัวอีก 2 ชนิด ได้แก่
1) เส้นประสาท (nerve) ทำหน้าที่เป็นสายส่งสัญญาณความเร็วสูงเพื่อสังเกตการณ์และควบคุมอวัยวะต่างๆ
2) หลอดเลือด (vessel) เปรียบเสมือนท่อขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมหรือพลังงานของร่างกาย เราสามารถแบ่งหลอดเลือดได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ หลอดเลือดแดง (artery) ไว้ลำเลียงเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิตพลังงาน และหลอดเลือดดำ (vein) ไว้ขนส่งของเสียที่เกิดขึ้นออกไป
กล้ามเนื้อขาของศพอาจารย์ใหญ่ (รูปภาพจาก https://act.downstate.edu/courseware/haonline/imgs/00000/2000/000/2000.jpg)
ในทางการแพทย์ ได้มีการกำหนดสีเพื่อบ่งบอกประเภทของเนื้อเยื่อแต่ละชนิดไว้ดังนี้
สีเหลืองแทนเส้นประสาท
สีแดงแทนหลอดเลือดแดง
สีน้ำเงินแทนหลอดเลือดดำ
สีน้ำตาลจะแทนกล้ามเนื้อ
รูปภาพกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆคงทราบแล้วว่า ตัวละครที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวอีก 2 ตัว คือ ระบบประสาท (nervous system) และระบบไหลเวียนเลือด (cardiovascular system) ซึ่งทั้ง 2 ระบบต่างมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าระบบกล้ามเนื้อเลย กล่าวคือ ถ้าระบบประสาทเสียหาย การเคลื่อนไหวก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และหากระบบไหลเวียนเลือดขัดข้อง การเคลื่อนไหวก็จะทำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น เพราะเหนื่อยง่ายขึ้น
ถ้าจะเปรียบเทียบอีก 2 ระบบให้อยู่ในโครงสร้างกองทัพ ระบบประสาทก็เหมือนกับศูนย์บัญชาการโดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สมอง ภายในศูนย์บัญชาการจะมีแม่ทัพใหญ่อยู่หลายตำแหน่ง ทำหน้าที่สั่งทหารในหน่วยจู่โจมของตัวเองให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกาย แม่ทัพใหญ่ทุกตำแหน่งจะประจำอยู่ที่สมองชั้นเปลือกนอกสุด (cerebral cortex) โดยแม่ทัพใหญ่ที่อยู่ฝั่งหนึ่ง จะควบคุมทหารหน่วยจู่โจมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของตัวเอง แม่ทัพใหญ่ตำแหน่งกึ่งกลางสมองจะควบคุมเท้าและขา ตำแหน่งที่อยู่ถัดลงมาไล่ไปถึงด้านข้างสมอง จะควบคุมลำตัว แขน มือ ใบหน้า และลิ้น ตามลำดับ (Homunculus)
รูปภาพสมองกับการควบคุมร่างกายจาก https://www.alamy.com/cortical-homunculus-illustration-image245864433.html
นอกจากนี้ ในศูนย์บัญชาการยังมีเหล่ากุนซือมากหน้าหลายตา ซึ่งแต่ละคนจะมีความเก่งกาจที่เฉพาะด้าน ทุกคนจะร่วมมือกันวางแผนกลยุทธ์ในการควบคุมปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวร่างกาย อันได้แก่ ความเร็วในการสูบฉีดเลือด การกำจัดของเสียที่เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และกรดแลคติค การระบายความร้อน ระดับน้ำในร่างกาย ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพื่อให้อยู่ในภาวะที่สมดุล (homeostasis)
รูปภาพเหล่ากุนซือของฝั่งโจโฉในเรื่องสามก๊ก
ส่วนระบบไหลเวียนเลือดจะเปรียบเสมือนหน่วยขนส่งเสบียงของกองทัพ เพราะทหารในหน่วยจู่โจมต้องการพลังงานอย่างมหาศาลเพื่อใช้เคลื่อนไหวร่างกาย เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง"
ในหน่วยขนส่งเสบียง จะมีทหารเอกเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น นั่นคือ หัวใจ (heart) ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำตาลกลูโคส และออกซิเจน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการสร้างพลังงานของหน่วยจู่โจม เมื่อน้ำตาลกลูโคสในเลือดลดต่ำลง จะมีหัวหน้าพ่อครัวที่ชื่อตับอ่อน (pancreas) ไปดึงวัตถุดิบจากโรงพระคลังภายในตับ (liver) ให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสแล้วใส่ลงไปในเลือด
นอกจากนี้ หัวใจ ยังลำเลียงของเสียที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ และกรดแลคติค (lactic acid ) เพื่อส่งต่อให้พ่อบ้านมือฉบัง 2 ท่าน คือ ปอด (lung) และไต (kidney) เอาไปกำจัดต่อ
รูปภาพการขนส่งเสบียง จาก http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=36&chap=3&page=t36-3-infodetail11.html
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆรู้สึกอย่างไรกันบ้าง กับการทำงานที่สอดประสานกันของทั้ง 3 ระบบ ซึ่งอยู่ภายในร่างกายของเรานี่เอง
1) ระบบกล้ามเนื้อ หรือหน่วยจู่โจมผู้ลงพื้นที่หน้างานเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว
2) ระบบประสาท หรือศูนย์บัญชาการที่มีแม่ทัพใหญ่และเหล่ากุนซือคอยควบคุมปฏิบัติการ
3) ระบบไหลเวียนเลือด หน่วยขนส่งเสบียงเพื่อให้ทุกคนในกองทัพได้อิ่มท้อง
ผู้เขียนจึงอยากชวนเพื่อนๆ ให้หมั่นดูแลรักษาสุขภาพกันทุกวัน ตั้งแต่การกินอาหารที่ไม่มีไขมัน (ลดสิ่งกีดขวางสำหรับการขนส่งเสบียง) การออกกำลังกาย (พัฒนาหน่วยจู่โจมให้แข็งแรง) และการนอนหลับให้เพียงพอ (ให้ศูนย์บัญชาการได้ผ่อนคลาย) เพียงเท่านี้ การเคลื่อนไหวร่างกายที่เป็นปกติก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน
สรุปกลไกที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกาย
ก่อนจากกัน หากเพื่อนๆชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตามเพจ และแสดงความคิดเห็นกันได้ ผู้เขียนจะได้มีกำลังใจพัฒนาการเขียนบทความครั้งต่อไป ขอบคุณฮะ
2 บันทึก
11
7
5
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
กลไกมนุษย์ฉบับการศึก
2
11
7
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย