9 มิ.ย. 2020 เวลา 05:45 • ไลฟ์สไตล์
เจาะตื้นวิธีดูแล4สายพันธุ์แคคตัสยอดนิยม
แคคตัสนั้นมีหลากหลายชนิด และการการดูแลแต่ละชนิดที่มีหน้าตาต่างกัน ย่อมต้องดูแลต่างกันด้วยเราเลยจะมาบอกวิธีดูแล 4สายพันธุ์ยอดนิยมคือ ยิมโนคาลิเซียม แอสโตรไฟตั้ม แมมมิลาเรีย และโลโฟโฟร่า
ด้วยหลายเหตุผล ความน่ารักขนฟูๆของแมม ความสวยของยิมโน ความนุ่มนิ่มของโลโฟ และความหลากหลายของแอสโตร ทำให้ 4สายพันธุ์นี้เป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เรามาทำความรู้จัก4สายพันธุ์นี้ให้มากขึ้น
- โดยเริ่มสายพันธุ์ยิมโนลิเซียม โดยเฉพาะยิมโนด่าง(gymnocalyciam f.variegata) เป็นสายพันธุ์ส่วนใหญ่คนเริ่มเล่นจะหยิบต้นนี้มาเป็นแคคตัสต้นแรกเนื่องจากมีขายอยู่มาและยังสวยอีกด้วย ยิมโนนั้นเลี้ยงง่ายมากปกติแล้วแคคตัสจะไม่ชอบน้ำรดน้ำบ่อยๆจะเน่าง่าย แต่ไม่ใช่กับยิมโน เมื่อยิมโนได้แสงที่มากพอ*** จะรดน้ำทุก2-3วัน หรือทุกวันในหน้าร้อนก็ยังได้ เรียกว่าเป็นแคตตัสที่ทนความชื้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องระวังในไม้ด่างและไม้ชำหน่อที่รากอาจจะยังไม่แข็งแรงหรือยังเดินไปไม่ทั่วทั้งกระถางต้องระวังเรื่องความชื้นสะสมเช่นกัน ยิมโนจะให้ดอกในช่วงหน้าร้อน ใช้เวลาจากดอกที่ผสมแล้วเป็ยฝักประมาณ30วันบวกลบนิดหน่อย (การผสมเกสรเดี๋ยวเขียนแยกนะครับ) ส่วนเรื่องโรคในยิมโนพบเจอได้ค่อนข้างน้อยครับ เรียกว่าเหมาะเป็นต้นสำหรับการเริ่มเลี้ยงแคคตัสสุดๆทั้งเลี้ยงง่ายดูแลง่าย
- แอสโตรไฟตัม สกุลแอสโตรไฟตัมนั้นแบ่งสปีชีส์ไปได้อีก6ชนิด แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงสายพันธุ์ที่นิยมมากก็คือ แอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส(A. Asterias)
แอสทีเรียนมีอีกหลายชื่อให้เรียก อย่างเช่น แซน มาจากแซนด์ดอลล่าร์ และ คาบุโตะ ในตัวแอสทีเรียสนั้นได้ถูกผู้พัฒนาไม้พัฒนามานานจนทำให้มีความหลายหลายสูงมาถูกแบ่งเป็นอีกหลาย cv. เช่น กิ๊กโกะ(kikkoหรือเต่า) โออิโบะ(ooiboมีareoleขนาดใหญ่) ชินโชวะ(shinshowaดอกมีลักษณะกลีบเป็นฝอยๆ)ทำให้ผู้ซื้อผู้สะสมซื้อมาเก็บกันได้เต็มบ้านเลยทีเดียว
แอสทีเรียสชอบดินแห้งไม่ทนชื้นเท่ายิมโน ทนอากาศอบร้อนได้ดี การรดน้ำไม่ควรรดทุกวันอย่างเร็วที่สุดคือเมื่อดินแห้ง(ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มหรือลองยกกระถางดูน้ำหนัก) หากรู้ตัวว่าชอบรดน้ำก็พยามใช้ดินให้โปร่งเข้าไว้ ดอกจะบานไม่เป็นฤดู สามารถบานได้ทั้งปี เมื่อผสมเกสรแล้วจะใช้เวลาประมาณ20วันบวกลบนิดหน่อยกว่าฝักจะสุก โรค แมลง และอาการที่พบเจอได้ เพลี้ยญี่ปุ่น(ตามยอด) แครงเกอร์ รากเน่า
-โลโฟโฟร่า ไม้โขดต้นนุ่มนิ่ม ที่ถ้ากินเข้าไปจะประสาทหลอนกันได้ ขอเรียกสั้นๆว่าโลโฟ โลโฟแบ่งเป็นอีกหลาบสปีชีส์เช่น ฟริซิไอ วิลเลี่ยมซิไอ ดิฟฟูลซ่า และบางตัวก็มีแบ่งได้อีกหลายvar.(วาไรตี้) รวมถึงf.variegate ที่ราคาสูงลิบอีกด้วย โลโฟนั้นเลี้ยงง่ายมากอยู่ได้แทบทุกสภาพดิน เพียงแต่การเลี้ยงโลโฟให้สวย แข็งแรง มีแว๊กซ์ ทรงไม่ยืดเป็นไม้ลำนั้นทำได้ไม่ยากแต่ต้องใช้เวลากันหน่อย เพียงการเว้นระยะให้น้ำโลโฟนานๆ ได้รับแสงเพียงพอ เพียงแค่นี้โลโฟก็สุดจะสวยทั้งฟอร์มทั้งผิวแล้วหล่ะครับ(ก่อนเจอแดดจัดเทรนแดดให้ดีๆด้วยนะครับ)โลโฟให้ดอกได้ตลอดทั้งปี เรื่องต้องระวังสำหรับโลโฟคือโลโฟมีผิวบางขีดขวนหน่อยก็มีแผล แมลงที่พบก็ไรแดง ไรแมงมุมเทียม ทำให้เห็นต้นเป็นแผลลักษณะเป็นคราบๆ อีกอย่างคือบางครั้งส่วนโคนต้นส่วนสีเขียวจะมีการเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและค่อยๆไม่ต้องตกใจมันแค่กำลังปรับเป็นโขด(แต่ถ้ามันเละๆคือเน่านะครับ5555)
-สุดท้ายแมมมิลาเรีย เจ้าแมมนี้ก็มีหลากหลายมากๆให้เลือกเลี้ยงเช่นกัน ทั้งแบบมีขนฟูๆ หนามแข็ง หนามตะขอ หนามแหลม แต่ที่นิยมคงเป็นพวกขนฟูๆอย่าง ขนแมว ขนแกะ ขนนก และขนสวยๆอย่างแมม เลนต้า ลูกกอล์ฟ คามิเน่ แมมมิลาเรียชอบดินโปร่งๆดินแห้งเร็วเพราะระบบรากค่อนข้างเป็นรากฝอยเยอะ ชอบแดดจัดๆชม.แสงต้องถึง และมักชอบให้ดอกฤดูหนาว
โฆษณา