Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Randomly yours
•
ติดตาม
27 พ.ค. 2020 เวลา 08:53 • ไลฟ์สไตล์
นาทีนี้คงไม่มีใคร ไม่รู้จัก "แม่ปุ๊ก" หรือปุ๊ก คนที่ดังจากข่าวใส่สารพิษให้ลูกของตัวเองกินจนป่วย สร้างเรื่องราวชีวิตรันทดของเด็กน้อยที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่รู้ที่มาที่ไป เพื่อที่ตนเองจะได้ขายของออนไลน์ และรับบริจาคเงินจากชาวไทยผู้ใจบุญ
น้องอมยิ้ม เหยื่อรายแรกที่ปุ๊กรับมาเลี้ยงและทำการใส่สารพิษในอาหาร ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาอาการป่วยที่ดูจะแย่ลงเรื่อยๆ จนวันสุดท้ายของชีวิต น้องก็ยังคงบอกว่าจะสู้ และยิ้มออกมา ซึ่งระหว่างที่น้องอมยิ้มป่วย ลูกชายอีกคนของปุ๊กที่ชื่อว่า น้องอิ่มบุญ ไม่แสดงอาการป่วยใดๆทั้งสิ้น แต่หลังจากน้องอมยิ้มเสียชีวิต น้องอิ่มบุญก็เริ่มป่วยด้วยอาการเดียวกัน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทีมแพทย์และพยาบาลที่รักษาน้องเริ่มสงสัยเรื่องอาการป่วย ที่เดี๋ยวทรงเดี๋ยวทรุดแบบไม่มีสาเหตุ จนนำมาสู่การสืบสวนและแจ้งความจับปุ๊กอย่างที่เป็นข่าวในที่สุด
1
สรุปคือ ปุ๊กได้รับเงินจากการขายของ และการเปิดรับบริจาคจำนวนมากกว่าสิบล้านเลยทีเดียว ระหว่างที่น้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญป่วย...
https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1853956
ข่าวทำนองนี้ มันทำให้เราหดหู่ไม่น้อย ทำให้เราคิดไปว่า สังคมสมัยนี้มันหล่อหลอม มันสร้างความผิดปกติทางจิตให้กับผู้คนได้มาก ถึงขนาดนี้เชียวหรือ...
หรือว่าจะมีคำอธิบายอื่นอีก
ที่จริงแล้ว ผู้ที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อาจเกิดจากความผิดปกติทางสมอง/จิต หรือที่เรียกว่ากลุ่มคนไซโคพาธ โดยคนเหล่านี้จะเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางสมองตั้งแต่กำเนิด ไม่ใช่สิ่งที่เลือกเป็นตามใจชอบ
ไซโคพาธ (Psychopaths) เป็นหนึ่งในกลุ่มของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (Antisocial Personality Disorder) คนที่เป็นโรคนี้ จะขาดความเห็นใจผู้อื่น และขาดความสำนึกผิดโดยสิ้นเชิง
เรียกได้ว่า ด้านชาทางความรู้สึกกว่าคนทั่วไป ทำให้เสี่ยงต่อการที่พวกเขาจะทำผิดบรรทัดฐานของสังคมหรือกฏหมาย
3
มีการประมาณการกันว่า 1% ของประชากรบนโลกนี้เป็น ไซโคพาธ ซึ่งเท่ากับว่า ประชากรบนโลกประมาณเจ็ดพันล้านคน มีคนที่เป็นไซโคพาธ อยู่ถึงเจ็ดสิบล้านคนเลยทีเดียว (จำนวนพอๆ กับประชากรในประไทยทั้งประเทศ)
และที่สำคัญคือ ไซโคพาธ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางกายภาพของสมอง (ไม่ได้เกิดจากการขาดความสมดุลของสารเคมีในสมอง ดังที่ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า) เราไม่สามารถให้ยาที่ก่อให้เกิดความสำนึกผิด หรือสร้างความเห็นอกเห็นใจให้เกิดขึ้นมาในตัวพวกเขาได้ แม้แต่นักบำบัดทางจิต ก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้ป่วยไซโคพาธ เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถรู้สึกได้
เห็นได้จากหลายๆ ครั้ง ที่เมื่ออาชญากรพ้นโทษออกมาแล้ว ยังคงกลับไปก่อเหตุสะเทือนขวัญซ้ำๆ เพราะข้อจำกัดดังกล่าวนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม มีความพยายามที่จะทำให้คนกลุ่มนี้พัฒนาเซลล์สมองส่วนที่ขาดหายไป เพื่อปรับพฤติกรรมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น การทดลองนี้เกิดขึ้นที่ศูนย์เยียวยาผู้เยาว์แห่งเมนโดต้า
ผู้เชี่ยวชาญที่นี่ มีความเข้าใจในคนกลุ่มไซโคพาธเป็นอย่างดี ว่าพวกเขาไม่เข้าใจคอนเซ็ปของความรู้สึกผิด หรือการเห็นอกเห็นใจอย่างคนที่มีสมองเป็นปกติสามารถทำได้
https://www.independent.co.uk/news/science/spot-a-psychopath-according-to-a-psychopath-a6769366.html
เขาจึงตั้งกลุ่มบำบัดเป้าหมายขึ้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นไซโคพาธ โดยในกลุ่มนี้ จะมีการให้รางวัลหรือสิ่งตอบแทน เมื่อคนในกลุ่มทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง
ผลปรากฏว่า เด็กที่ออกจากศูนย์เยียวยาแห่งนี้ มีอัตราการกลับมาก่อคดีซ้ำลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับเด็กที่ออกจากศูนย์อื่นๆ
ความหวังเล็กๆ ว่าเราจะสามารถรักษาคนกลุ่มนี้ได้ถูกจุดติดขึ้นมาแล้ว...
แต่อย่าลืมว่า นี่เป็นการทดลองกับกลุ่มไซโคพาธที่เป็นเด็กและผู้เยาว์เท่านั้น
คำถามคือ แล้วผู้ใหญ่ที่ก่ออาชญากรรมร้ายแรงอย่างปุ๊ก หรือคนอื่นๆล่ะ ควรได้รับโอกาสในการเยียวยาบำบัด อย่างเช่นกลุ่มเด็กไซโคพาธหรือไม่ จะมีวิธีอื่นๆอีกไหม หากผลการบำบัดไม่สามารถออกมาเหมือนกับที่ทำกับไซโคพาธวัยเด็ก
คุณล่ะคิดอย่างไร?
Randomly yours
2 บันทึก
13
5
5
2
13
5
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย