27 พ.ค. 2020 เวลา 13:14 • ประวัติศาสตร์
แชมป์โลกคนแรกของไทย
วันนี้ในอดีต 31 พฤษภาคม พ.ศ.2525
เปิดประวัตินักมวย “โผน”
“โผน กิ่งเพชร” หรือ
ชื่อจริงคือ “มานะ สีดอกบวบ”
แชมป์โลกมวยสากลคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ เขาเป็นชาวประจวบคิรีขันธ์ เริ่มหัดมวยสากลอย่างจริงเมื่อปี 2497 โดยสังกัดค่ายมวย “กิ่งเพชร” ของทองทศ อินทรทัต ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งชื่อ “โผน” ตามชื่อ พันตรีโผน อินทรทัต น้องชายที่เคยเป็นอดีตเสรีไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผนได้ครูมวยฝีมือดีอย่าง นิยม ทองชิตร์ เป็นผู้ฝึกสอน
ปี 2498 โผนขึ้นชกมวยกอาชีพชิงแชมป์ประเทศไทยรุ่นฟลายเวท โผนชนะน็อคกับ นกนิด ท.ส. ในยก 2 ของการชก 4 ยก ต่อมาแพ้คะแนนสุวรรณ นภาพล ในการชกครั้งที่ 3 ก่อนจะทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนก้าวมาสู่ตำแหน่งแชมป์ของเวทีมวยราชดำเนิน ก่อนจะประสบทั้งปัญหาสุขภาพและอุบัติเหตุจนต้องพักการชกไปถึงสองครั้ง
หลังจากนั้นโผนหันมาชกมวยสากลอาชีพอย่างจริงจัง ในปี 2503 โผนเอาชนะนักมวยฟิลิปปินส์ จนได้เข้าสู่การชิงแชมป์โลก
การชกชิงแชมป์โลกครั้งแรกเป็นผลงานครั้งสำคัญของโผน เกิดขึ้นในวันที่ 16 เมษายน 2503
เป็นการชกต่อหน้าพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแข่งขันด้วย เขาขึ้นชกกับ
ปาสคาล เปเรส แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ชาวเวเนซุเอล่า
ที่เวทีมวยลุมพินี
สำหรับ ปัสกวล เปเรซ แชมเปี้ยนนั้น เคยครองเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้ว จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ที่กรุงลอนดอน ในปี พ.ศ. 2491 และก่อนหน้าจะมาป้องกันตำแหน่งกับโผนนั้น ได้ป้องกันตำแหน่งไว้ได้แล้วถึง 10 ครั้ง ครองแชมป์อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปี โดยอายุของเปเรซขณะนั้นได้ 33 ปี ขณะที่โผนอายุเพียง 25 ปี ผ่านการชกมาแค่ 22 ไฟท์ เมื่อมาถึง คนไทยให้ฉายาเปเรซว่า "ยักษ์แคระ" เพราะเป็นนักมวยรูปร่างเล็ก แต่มีช่วงแขนที่ใหญ่บึกบึน
(ปาสคาล เปเรซ)
การชกในวันนั้นไม่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เนื่องจากประเทศไทยขณะนั้นยังไม่มีสถานีโทรทัศน์ แต่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง และมีการบันทึกการชกเป็นหนังสารคดีฉายตามโรงภาพยนตร์ในภายหลังแทน เริ่มแรกกำหนดการชิงแชมป์โลกของโผน คือ 2 เมษายน แล้วจึงเลื่อนออกมาเป็น 16 เมษายน มีการแต่งเพลงออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงด้วยทำนองเพลงกราวกีฬาว่า
"วันที่ 2 เมษามหาฤกษ์
ชาวไทยเอิกเกริกกันทั่วหน้า
โผนจะได้ชิงมงกุฏสุดโสภา
เป็นมิ่งขวัญประชาชาติไทย"
ก่อนถึงวันชก มีการโปรโมตตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น แต่งเพลงเชียร์โผนเป็นทำนองเพลงมาร์ช ปลุกใจ ตามวิทยุ หรือ รถกระจายเสียง ซึ่งผู้แต่ง คือ สุรพล โทณะวณิก และผู้ขับร้อง คือ มีศักดิ์ นาครัตน์ มีเนื้อร้องบางช่วงว่า
"เราเชียร์โผน...เราเชียร์โผน...
เราเชียร์โผน..โผน...โผน...โผน...โผน เปเรซจะแข็งอย่างไร
แต่โผนเลือดไทย....
ต้องเชียร์ไว้ดีกว่า....."
ผลการแข่งขันในการชกในครั้งนั้น ปรากฏว่า โผนเป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์
โดยกรรมการ โลเรนโซ เทอเลบา กรรมการห้ามบนเวที
ชาวอาร์เจนตินา
ชาติเดียวกับเปเรซ ให้เปเรซชนะ 145 - 143 กรรมการชาวไทย
วงศ์ หิรัญยเลขา ให้โผนชนะ
148 - 137 และ แน็ต ฟลายเชอร์ กรรมการจากเดอะ ริง ให้โผนชนะ 146 - 140 ได้ครองแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของ
สถาบันเดอะริง (The Ring)
ทำให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกชาวไทยได้สำเร็จเป็นคนแรก ท่ามกลางการเฉลิมฉลองทั้งประเทศ ภายหลังการรู้ผลการชก ที่อำเภอหัวหินบ้านเกิดของโผนได้มีการจุดพลุฉลองทั่วทั้งเมืองทันที ต่อมา สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ วันที่ 16 เมษายน ของทุกปี เป็น วันนักกีฬายอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ วันนักกีฬาไทย
ในการชกครั้งต่อ ๆ มา เมื่อโผน กิ่งเพชร เสียตำแหน่งไปก็สามารถชิงกลับมาได้ถึง 3 ครั้ง โดยมีหลายไฟท์ในความทรงจำ เช่น การแก้มือกับ ปัสกวล เปเรซ ที่ลอสแอนเจลิส โดยชนะทีเคโอไปอย่างหายสงสัย
โผน กิ่งเพชร ชกแก้มือกับ Pascual Perez เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2503 ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา
(โผนชนะ ทีเคโอ ปัสกวล เปเรซ ที่ โอลิมปิก ออดิทอเรียม ลอสแอนเจลิส)
และชนะคะแนน "เสือหมัดซ้าย" มิตสึโนริ เซกิ ถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โผนเสียแชมป์สมัยแรกให้กับไฟติง ฮาราดะ นักมวยดาวรุ่งจากญี่ปุ่น ก่อนการชก โผนเป็นฝ่ายได้เปรียบทั้งในด้านประสบการณ์และฝีมือ แต่เมื่อชกกันจริง ปรากฏว่าฮาราดะใช้ความหนุ่มแน่นบุกตะลุยเข้าชกตั้งแต่ยกแรกจนโผนตั้งตัวไม่ติด อ่อนแรงลงและแพ้น็อกไปในที่สุด
(โผนถูกหมัดของฮาราดะจนแพ้น็อกยก 11 ที่ญี่ปุ่น)
(ไฟติง ฮาราดะ)
(โผนถูก ไฟติง ฮาราดะ ชกขวาตรงเข้าใบหน้า แต่เป็นฝ่ายชนะคะแนนเมื่อครบ 15 ยก ที่กรุงเทพ ในไฟท์แก้มือ)
หลังจากชิงแชมป์คืนมาจากฮาราดะ โผนว่างเว้นจาการชกไปนานเนื่องจากโผนไม่ยอมเข้าค่ายซ้อม แม้จะมีผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่น คือ ฮิโรยูกิ เอบิฮาระ ติดต่อมา แต่ก็ต้องเลื่อนกำหนดการชกออกไปหลายครั้ง ระหว่างนี้ นิยม ทองชิตร ถอนตัวจากการเป็นเทรนเนอร์ หิรัญ สีดอกบวบ พี่ชายเข้ามาเป็นผู้จัดการแทน ในที่สุดกำหนดการชกระหว่างโผนกับเอบิฮาระมีขึ้นเมื่อ 18 กันยายน พ.ศ. 2506 และโผนเป็นฝ่ายแพ้น็อกแค่ยกแรกเท่านั้น แต่ก็สามารถชกแก้มือ ชิงแชมป์โลกคืนจากเอบิฮาระ เป็นสมัยที่สาม
หลังจากนั้น ชื่อเสียงของโผนเริ่มตกต่ำลง การชกมวยของโผนไม่เป็นที่ราบรื่น เพราะขัดแย้งกับเทรนเนอร์ และผู้จัดการเสมอ ๆ จนต้องมีการเปลี่ยนตัวบ่อยครั้ง ประกอบกับโผนเองก็ติดสุราอย่างหนัก จนเกือบเป็นสุราเรื้อรัง หนีซ้อม ผลการชกก็ตกลงเรื่อย ๆ 
จนกระทั่งชีวิตของเขาไม่ราบรื่น ทำให้เสียแชมป์ให้กับนักชกชาวอิตาลี จากนั้น โผนไม่มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกเลย กลับมาชกไต่อันดับก็แพ้คะแนน เบบี โรโรน่า (ฟิลิปปินส์) และก็ไม่มีโอกาสกลับมาชิงแชมป์โลกอีก เขาประกาศแขวนนวมในวัย 31 ปี เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509
ชีวิตวัยเด็ก
โผนเป็นบุตรคนที่ 7 ในจำนวน 9 คน ของนายห้อย และนางริ้ว สีดอกบวบ มีชื่อจริงว่า มานะ สีดอกบวบ มีชื่อเล่นว่า แกละ เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมสาธุการจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วจึงเรียนต่อที่โรงเรียนประจำอำเภอหัวหินจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้น จึงไปเรียนที่โรงเรียนหัวหินวิทยาลัยจบการศึกษาระดับมัธยมปีที่ 6 ด้วยความเป็นคนรักกีฬา ชอบเล่นกีฬาทุกประเภท แต่ที่ชอบมากที่สุด คือ มวยสากล ถึงขนาดเคยลั่นวาจาต่อหน้าเพื่อน ๆ ว่า เขาจะเป็นแชมป์โลกคนแรกของไทยให้ได้
ชีวิตครอบครัว
หลังจากได้เป็นแชมป์โลกแล้ว โผนจึง รู้จักกับ นางสาว มณฑา เพ็ชร์ไทย (นาง มณฑา สีดอกบวบ) ซึ่งเป็นบุตรสาวของ พ.ต.ต. พยุง เพชรไทย แต่งงานกันเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ก่อนที่โผนจะไปป้องกันแชมป์โลกกับไฟติ้ง ฮาราด้า โผนมีบุตรสาว 2 คน คือ นางสาว โชติมา สีดอกบวบ (ถึงแก่กรรม) และ นางสาวพัชรัช สีดอกบวบ และหลานสาวเพียงคนเดียว คือ นาง จิตต์ระวี ปาร์ค
บั้นปลายชีวิตแก้ไข
หลังจากแขวนนวม ทรัพย์สินเงินทองเมื่อครั้งได้จากการชกมวยได้เอาไปทำกิจการอื่น แม้แต่โรงเรียนมานะวิทยา ที่เคยสร้างไว้ที่บ้านเกิด เมื่อครั้งรุ่งเรือง ก็ต้องขายทิ้ง ประกอบอาชีพค้าขายก็ขาดทุน เพราะไม่เจนจัดเล่ห์เหลี่ยมการค้า ส่วนตัวโผนเองก็มีโรคประจำตัวเรื้อรังคือ โรคเบาหวาน ท้ายที่สุด ขณะรับประทานอาหารกับครอบครัวที่บ้านหัวหิน อาหารเกิดสำลักเข้าไปติดอยู่ในหลอดลม ทำให้เกิดการบูดเน่าและโลหิตเป็นพิษ อาการของโผนทรุดหนัก เพราะเป็นหวัดอยู่ด้วยและเป็นโรคปอดแทรกซ้อนเข้ามา ครอบครัวต้องนำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นการด่วน อาการก็ไม่ดีขึ้น จนในที่สุด เวลา 5 ทุ่ม ของคืนวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 โผนก็ได้เสียชีวิตลง ด้วยวัยเพียง 47 ปี 3 เดือน 20 วัน
อนุสรณ์สถาน
(อนุสาวรีย์ โผน กิ่งเพชร ที่ชายหาดหัวหิน ที่เทศบาลเมืองหัวหินสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2535)
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ที่ตั้งชื่อให้เกียรติกับโผน คือ "น้ำตกโผนพบ" ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย โดยโผนได้เคยมาฟิตซ้อมบนภูกระดึงเพื่อให้เคยชินกับอากาศของต่างประเทศ ก่อนเดินทางไปแข่งขัน จึงได้ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่โผน กิ่งเพชร
ทั้งนี้ ภาพยนตร์การชกมวยชิงแชมเปี้ยนโลกระหว่างโผน กิ่งเพชร-ปาสคาล เปเรซ
พ.ศ. 2503 เวทีมวยลุมพินี กรุงเทพ ยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ 25 เรื่อง ที่กระทรวงวัฒนธรรม เลือกให้เป็นมรดกของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย ประจำปี 2555 ด้วยเช่นกัน
m/rajadamnern-muaythai/
โฆษณา