Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
tui.napon
•
ติดตาม
29 พ.ค. 2020 เวลา 16:26 • ท่องเที่ยว
ถ้ำนาคา หินเกล็ดพญานาค
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อมีทีมนักสำรวจกลุ่มหนึ่งเพิ่งค้นพบ "ถ้ำนาคา" ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แล้วได้บันทึกภาพกลุ่มหินที่สวยงามแปลกตา และโพสต์รูปภาพเหล่านั้นขึ้นบนสื่อโซเชียล จนมีผู้คนแห่แชร์ต่อๆ กันอย่างล้นหลาม จนปลุกความเชื่อเก่าแก่เรื่อง "พญานาค" ให้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะมีความผูกโยงกับตำนานของ "พญานาค" หรือไม่ก็ตาม แต่ที่แน่ๆ "ถ้ำนาคา" จ.บึงกาฬ แห่งนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของบึงกาฬ
วัดถ้ำชัยมงคล อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ตีนเขาภูลังกา โดยยอดเขา มีถ้ำนาคา เจย์ดีย์หลวงปู่เสา ถ้ำหลวงปู่สิม และถ้ำหลวงปู่วัง รวมถึงเมืองลับแล และเมืองบังบดที่อยู่บนยอดเขาแห่งนี้อีกด้วย
ภูลังกานั้นเป็นที่ประทับของพญานาค ยอดเขาภูลังกา มีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร มีลักษณะสูงชัน ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 2 ชม. เมื่อถึงยอดเขาภูลังกา ก็จะพบกับทางลงไปยังถ้ำนาคา ซึ่งเป็นที่อยู่ของบริวารพญานาค ลงจากยอดเขาไปประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นทางช่องแคบ 1 ช่วงตัวคน ก็ได้พบกับถ้ำนาคา และมีหินลักษณะสูงใหญ่วางสลับซับซ้อนกัน โดยหินทุกก้อนที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ จะเป็นหินที่มีลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค และถ้าหากมองดูดี ๆ จะเห็นพญานาคสองตัวขดอยู่บริเวณถ้ำ
บนยอดเขานั้นมีสภาพหินลักษณะเหมือนเกล็ดพญานาค ส่วนนี้เป็นสันหลังของพญานาค
ไปบนยอดเขาอีก 500 เมตร พบกับเจดีย์ของหลวงปู่เสา ที่ชาวบ้านในพื้นที่เคารพนับถือ ให้ช่วยปกปักษ์ชาวบ้านมาชั่วกัปชั่วกัลป์
ถ้ำนาคาแห่งนี้ มีมานานแล้วแต่ชาวบ้านและคนในพื้นที่จะไม่ค่อยอยากให้เป็นที่รู้จักในหมู่มาก เพราะถ้าไม่ใช่บริวารของพญานาค ชาวบ้านก็เข้ามาไม่ได้ เพราะท่านไม่ให้เข้ามา ถ้าใครอยากเห็นพญานาคถึงเวลาของท่าน ท่านจะปรากฏให้เห็นเอง อย่างเช่นเวลานี้ ท่านอยากให้มนุษย์เห็น เกล็ดพญานาคก็จะเริ่มใหญ่ขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็จะเห็นเป็นเกล็ดเล็ก ๆ ไม่ใหญ่เท่าปัจจุบันนี้ คงถึงเวลาของพญานาคแล้ว..
พระอาจารย์ต้อง ญาณสังวโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำชัยมงคล กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะมาประจำอยู่ที่วัดถ้ำชัยมงคลนี้ ตนก็นิมิตเห็นพญานาคตัวหนึ่ง ยาว 9 เมตร ตาแดงก่ำ ยืนอยู่บนหน้าผาของยอดเขาภูลังกา แต่เดิมนั้นที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ทรุดโทรม โดยพญานาคตัวดังกล่าวนี้ได้ขอร้องตนให้มาจำพรรษาที่ัวัดถ้ำชัยมงคล จากนั้นตนจึงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดดังกล่าว จนมีสภาพเหมือนในปัจจุบันนี้ ซึ่งตอนนี้วัดถ้ำชัยมงคล ก็มีพระสงฆ์อยู่จำนวน 3 รูป กระทั่งตนจำภรรษาที่วัดถ้ำชัยคล ได้ประมาณ 2 พรรษา ตนตั้งใจว่าจะลาสิกขา แต่ในระหว่างนั้นตนก็นิมิตเห็นพญานาคตัวเดิมมาบอกตนว่า “ขอนิมนต์หลวงพี่อยู่ต่ออีก อย่าพึ่งลาสิกขาเลย” จากนั้นมาตนจึงตัดสินใจไม่ลาสิกขา และอยู่จำภรรษาที่วัดถ้ำชัยมงคลมากว่า 10 ปี
"ถ้ำนาคา" ถูกสำรวจพบบริเวณ "วัดถ้ำชัยมงคล" ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยมีนักสำรวจกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา เข้าใจว่าเป็นการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ จึงได้ไปค้นพบ "ถ้ำนาคา" แห่งนี้เข้า และได้ทำการบันทึกภาพในถ้ำ นอกถ้ำ และสภาพภูมิประเทศโดยรอบไว้
"ถ้ำนาคา" ถูกสำรวจพบบริเวณ "วัดถ้ำชัยมงคล" ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยมีนักสำรวจกลุ่มหนึ่งเดินทางไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา เข้าใจว่าเป็นการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ จึงได้ไปค้นพบ "ถ้ำนาคา" แห่งนี้เข้า และได้ทำการบันทึกภาพในถ้ำ นอกถ้ำ และสภาพภูมิประเทศโดยรอบไว้
ด้วยลักษณะทางกายภาพของกลุ่มหินที่พบภายในถ้ำพบว่ามีรูปร่างเหมือนลำตัวงูขดเลื้อยไปมา พร้อมทั้งมีผิวด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนเกล็ดงูอีกด้วย จนทำให้หลายคนที่เห็นรูปภาพเหล่านี้ต่างก็จินตนาการไปว่าสิ่งนี้มองดูแล้วเหมือนกับ "งูยักษ์ที่กลายเป็นหิน"
ตามความเชื่อคนโบราณเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในพื้นที่ของ "ภูลังกา" โดยเฉพาะจุดที่พบกลุ่มหินรูปงูใน "ถ้ำนาคา" แห่งนี้ อาจจะเป็นงูยักษ์ตายแล้วกลายเป็นหิน เมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว งูยักษ์พอตายลงยังไม่เน่าเปื่อยก็โดยทับถมด้วยดินหินมานับล้านปี จนแร่ธาตุจับเกาะในตัวงูกลายเป็นหิน พอนานเข้าน้ำได้เซาะดินลงมาเผยซากงูหินให้คนเห็น
มีตำนานเล่าว่าสถานที่แห่งนี้มี "องค์อือลือ" อาศัยอยู่ เป็นราชาผู้ถูกสาปให้เป็นพญานาค ทำให้เมืองล่มสลายกลายเป็นบึงโขงหลง องค์อือลือจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อบังเกิดเมืองขึ้นใหม่ (ในอดีตพื้นที่นี้ขึ้นกับจังหวัดหนองคาย แต่ปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดใหม่ คือ บึงกาฬ)
ภูลังกา เป็นเทือกเขา 5 ลูก เกาะกลุ่มกันอยู่ใกล้กับบึงโขงโหลงและภูวัว ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ของอำเภอบึงโขงโหลง จ.บึงกาฬ โดยภูลังกามีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวและเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานพญานาค พุทธศาสนา และคติความเชื่อปรัมปรา ผู้คนในพื้นที่ต่างก็มีความเชื่อว่าที่นี่มีความลี้ลับอาถรรพ์มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ภูลังกา ที้ตั้งของ "ถ้ำนาคา"
ในอดีตเมื่อ 50 ปีก่อนเป็นดงป่าหนาทึบกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ชุกชุมไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด และโขลงช้าง แต่ในปัจจุบันนี้ป่าใหญ่หายไปหมดสิ้น กลายเป็นทุ่งโล่งรกร้างและไร่นา จะพอมีป่าเหลืออยู่รอบๆ ภูลังกาบ้างเล็กน้อย และบริเวณรอบๆ ภูลังกามีวัดป่าตั้งอยู่ประมาณ 10 วัด มีทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติ
ภูลังกามีความเกี่ยวโยงกับตำนานเรื่อง พระเจ้าห้าพระองค์ ตามตำนานพระเจ้าห้าพระองค์นั้นกล่าวว่า กาเผือกได้ตกไข่ 5 ฟองที่ภูลังกา วันหนึ่งเกิดลมพายุใหญ่หอบเอาไข่ปลิวไปตามลม ไข่นั้นได้ตกกระจัดกระจายไปในสถานที่หลายแห่ง ต่อมาไข่นั้นได้ฟักออกมาเป็น พระพุทธเจ้ากกุสันโธ, พระพุทธเจ้าโกนาคโม, พระพุทธเจ้ากัสสโป, พระพุทธเจ้าโคตโม, และองค์ต่อไปได้แก่ พระศรีอาริยเมตรัยโย ที่จะมาตรัสรู้ในอนาคตอีกประมาณ 750 ล้านปี เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ที่ 5 ในภัทรกัปนี้
อีกความเชื่อหนึ่งเกี่ยวกับ ภูลังกา ก็คือ เชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของชาวลับแล อันมีเมืองพญานาครวมอยู่ด้วย และยังเป็นสนามรบของ "กองทัพกิเลส" ต่อสู้กับ "กองทัพธรรม" ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ที่ส่งศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระธุดงค์ให้ไปปฏิบัติกรรมฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ทุกรุ่นทุกสมัย
กลุ่มหินที่พบใน "ถ้ำนาคา" มีเฉพาะกลุ่มหินที่มีลักษณะเหมือนลำตัวงูขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่มีส่วนหัวงู
สำหรับรูปก้อนหินที่มีลักษณะเหมือน "หัวงู" นั้น แท้จริงแล้วเป็น "หินหัวงู" ถูกค้นพบที่แขวงอุดมไซย สปป.ลาว โดยมีการแชร์รูปภาพหินหัวงูดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊คของ ABC Laos news
อย่างไรก็ตาม หินที่เป็นลักษณะของเกร็ดงูนั้น ทางธรณีวิทยา ที่เรียกกันว่า "ซันแครก" (Sun Crack) เกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้หินเกิดการขยายตัวและหดตัวสลับไปมา จนแตกเป็นลายเหลี่ยม ต่อมามีการผุผังและกัดเซาะโดยน้ำและอากาศในแนวดิ่ง ทำให้เกิดลักษณะชั้นๆ ดังกล่าว
อ้างอิง
bangkokbiznews.com
amarintv.com
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย