มีบัญชีอยู่แล้ว?
ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง
โดย
นิติภูมิธณัฐ
มิ่งรุจิราลัย
สหรัฐโจมตีประเทศต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และการค้าเสรี และนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการลงโทษประเทศนั้น ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดอยู่ภายใต้ความกดดันของตน พยายามโยนข้อหาให้ผู้นำประเทศโน้นชาตินี้อย่างซ้ำๆ ย้ำๆ จนประชาชนคนทั้งโลกมีความเชื่อว่าผู้นำหรือประเทศที่สหรัฐโยนข้อหาใส่นั้น มีความเลวอย่างนั้นจริงๆ
แต่สหรัฐกลับเป็นประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา เรื่องสิ่งแวดล้อม ผู้อ่านท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าสหรัฐเป็นประเทศที่ออกจากข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมของโลก แล้วก็ประกาศว่าตัวเองจะยังคงใช้พลังงานที่มาจากฟอสซิลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือถ่านหิน
เรื่องการค้าเสรีก็เหมือนกัน รัฐบาลสหรัฐไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์การการค้าโลกเรื่องการค้าเสรีและเรื่องพหุภาคี แต่สนใจที่จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าโดยเลือกเฉพาะเจาะจงกับประเทศที่เป็นคู่แข่งของตัวเอง สหรัฐในยุคทรัมป์ยังใช้นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน และที่แย่ที่สุดก็คือนำความนิยมเรื่องไวท์สุพรีมาซีหรือลัทธิคลั่งผิวขาวกลับมาในสังคมอเมริกันอีกครั้ง
ขณะที่ไปยุยงส่งเสริมให้มีการประท้วงในประเทศโน้นชาตินี้ แต่ในประเทศตัวเองดันแก้ไขไม่ได้ ไหนว่าเป็นประเทศเสรี แต่ดันสั่งตำรวจจับผู้สื่อข่าวผิวสีของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ระหว่างที่นักข่าวคนนี้กำลังรายงานข่าวสถานการณ์ความไม่สงบที่มาจากการเสียชีวิตของคนอเมริกันผิวสีที่โดนตำรวจจับที่เมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินเนโซตา
https://variety.com/2020/tv/news/george-floyd-cnn-minneapolis-omar-jimenez-1234619821/
ถ้าเป็นประเทศเสรีจริงอย่างที่อวดอ้าง กะอีแค่นักข่าวไปทำข่าว คุณถึงขนาดจับนักข่าวใส่กุญแจมือยัดใส่ขึ้นรถวิ่งออกไป การกระทำของฝ่ายรัฐของสหรัฐละเมิดสิทธิบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1
ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่โยนน้ำมันลงในกองไฟอยู่ตลอดเวลา ใช้ทวิตเตอร์โจมตีผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง ขาดภาวะผู้นำ
ในทวีตของทรัมป์บอกว่าคนที่ประท้วงทั้งหลายเป็น thugs หรือเป็นพวกอันธพาล คำขู่ของประธานาธิบดีของประเทศที่อ้างว่าตัวเองเป็นประเทศผู้นำด้านประชาธิปไตยคือ จะส่งทหารเข้าแทรกแซง
https://www.dallasnews.com/news/2020/05/29/protesters-torch-minneapolis-police-station-cnn-crew-arrested-during-third-day-of-protests/
ทวิตเตอร์ถึงขนาดต้องตัดสินใจซ่อนทวีตของทรัมป์ เพราะนี่เป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์มที่ห้ามสนับสนุนความรุนแรง ไม่น่าเชื่อครับ ว่าประธานาธิบดีกลายเป็นผู้สนับสนุนความรุนแรงเสียเอง
เท่าที่ติดตามการกระดิกพลิกตัวของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ รัฐมนตรีกลาโหม ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ชั้นสูงมาประชุมกัน
หลังจากประชุมกันไม่นาน ก็มีการยืนยันว่ารัฐมนตรีกลาโหมสั่งการไปที่ฐานทัพฟอร์ต แบรกก์ ที่อยู่ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา และฐานทัพฟอร์ต ดรัม ในรัฐนิวยอร์ก ให้เตรียมกำลังไปที่เมืองมินนีแอโพลิสภายใน 4 ชั่วโมง ถ้าได้รับคำสั่ง
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดในประเทศอื่น เช่น ในอิหร่าน จีน รัสเซีย เมียนมา ฯลฯ ป่านนี้ประธานาธิบดีทรัมป์คงโผล่หน้าออกมาด่าหน้าจอโทรทัศน์ หรือทวีตด่าผู้นำประเทศเหล่านี้แล้ว
แต่ความวุ่นวายขายปลาช่อนที่เกิดจากการกระพือลัทธิคลั่งผิวขาวในสหรัฐ ก็ไม่เห็นมีประเทศไหนออกมาโจมตีว่าผู้นำสหรัฐทำไม่ถูกต้อง เหมือนอย่างที่ผู้นำสหรัฐชอบตำหนิประเทศอื่น
https://www.tpr.org/post/resurgence-violent-white-supremacy-america
การดูหมิ่นถิ่นแคลนคนผิวสีและผู้คนเผ่าพันธุ์อื่นในปัจจุบันเกิดขึ้นในสหรัฐมากที่สุด ดูจากคลิปที่แพร่ขยายกระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย
แค่คนชาติอื่นคุยภาษาดั้งเดิมของตัวเองบนรถสาธารณะ ก็ถูกผู้โดยสารชาวอเมริกันบางคนชี้หน้าด่าแล้ว ว่าเมื่อคุณอยู่ในสหรัฐ คุณต้องพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งคนที่คุยกันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคนที่ด่า แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจำ
หลายครั้งก็มีคนเข้ามาปกป้อง แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีใครปกป้อง แถมยังเข้ามารุมทำร้ายร่างกายข้อหาเป็นคนมาจากประเทศอื่นที่ต่างเผ่าพันธุ์สีผิว
สมัยก่อนตอนโน้น พวกคนผิวดำโดนรังแกบ่อย แต่ตอนนี้ลามมารังแกคนเอเชียผิวเหลืองแล้ว.
    James T
    สนับสนุน100 เพชร
    เจริญพร คำจารย์
    ผู้นำโลกหมดสภาพ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      - จับตาเหรียญคริปโตไทย ‘Kub-Jfin-Six’ จาก New Hight กลับร่วงแรงภายในวันเดียว - ตอนนี้วงการคริปโตฯ ไทยกำลังน่าจับตามองมาก โดยเฉพาะกับคริปโตสัญชาติไทย อาทิ KUB Coin, jfin Coin และ Six Coin แต่ในช่วงเช้าของวันนี้ (08:45 น.) ทั้ง 3 เหรียญราคากลับร่วงหลังจากที่เคยพุ่ง All Time High เป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลาไม่กี่วัน
      สไตล์การท่องเที่ยวสุดโปรดสามารถบอกความเป็นตัวเองได้ มาเล่นกั๊นนน!! แชร์กับน้องตัว d เดี๋ยวจะทายนิสัยจากสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคนให้เอง
      WHO เตือนโลกมีความเสี่ยง"โอไมครอน"สูงมาก แนะเพิ่มการเฝ้าระวัง องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนโควิด-19 กลายพันธุ์โอไมครอน ก่อความเสี่ยงสูงทั่วโลก แนะเพิ่มการเฝ้าระวังความเสี่ยง ปรับมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศให้ทันท่วงที
      BREAKING !! : ข่าวดี ! ล่าสุดสหภาพยุโรปรายงานว่าผู้ป่วย Omicron นั้นมีอาการไม่รุนแรงและบางคนก็ไม่แสดงอาการด้วยซ้ำ แม้ว่าจะติดเชื้อไปแล้ว สำหรับใครที่เป็นห่วงเรื่องไวรัสสายพันธุ์ Omicron อยู่ ล่าสุดนี้ได้มีข่าวดีออกมาบ้างแล้ว เนื่องจากสหภาพยุโรปได้ออกรายงานว่าผู้ติดเชื้อ Omicron 44 รายใน 11 ประเทศนั้นไม่มีใครที่แสดงอาการป่วยรุนแรงเลย และบางคนก็ไม่แสดงอาการเสียด้วยซ้ำ
      ดูทั้งหมด