ไอนส์ไตน์นั้นนับถือพระุทธศาสนาจริงหรือ ?
หลายคนคงจะรู้จักนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่ออัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองครับ
ขอบคุณเจ้าของภาพที่เผนแพร่ครับ
แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าไอน์สไตน์นั้น เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากครับ
ถ้าใครถามไอน์สไตน์ว่า เขานับถือศาสนาอะไร?
เขาจะตอบว่า เขาไม่นับถือศาสนา เขาเป็นคนประเภทไม่มีศาสนา แต่ถ้าถามต่อว่า แล้วเขาชมชอบศาสนาไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ?
1
เขาจะตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ศาสนาพุทธ”
1
แต่คำถามที่เค้าต้องการหาคำตอบ ก่อนที่เสียชีวิตนั้นต่างก็มีคำตอบแล้วทั้งสิ้นในพระพุทธศาสนา
2
จึงทำให้เค้ากล่าวว่า
"ถ้าจะมีศาสนาใดที่รับมือได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบัน ศาสนานั้นก็ควรเป็นพระพุทธศาสนา"
คำพูดของไอน์สไตน์นั้นมีความนัยที่สำคัญซ่อนอยู่และรอคอยการค้นพบ
1
และทฤษฎีเอกภาพหรือทฤษฎีสรรพสิ่งที่ต้องการค้นหานั้น ที่จริงพระพุทธเจ้าได้ตอบให้เบ็ดเสร็จก่อนหน้านั้น 2500 กว่าปีมาแล้ว
จึงมีหลายคนที่ศึกษาว่า พระพุทธศาสนาในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์แต่ละท่านนั้นเป็นอย่างไร
1
แต่มี ทันตแพทย์สม สุจีรา ได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า
ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น มีถึง 2 ภาค และตีพิมพ์อยู่หลายสิบครั้งด้วยกัน
1
ความมีชื่อเสียงของหนังสือทำให้มีข่าวในการท้วงติงถึงความถูกต้องทางวิชาการอยู่หลายครั้ง
ในครั้งนี้ขอนำเสนอเนื้อหาคร่าวๆในหนังสือ ดังนี้
แบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 10 บท คือ
บทที่ 1 “ทำไมต้องไอน์สไตน์” ได้กล่าวถึงพื้นฐานประวัติชีวิตของเค้า พร้อมทั้งทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และทฤษฎีสัมพัทธภาพที่ได้ค้นพบ
บทที่ 2 “จักรวาลกับพุทธศาสนา” กล่าวถึงพระพุทธศาสนาบอกว่าความเร้นลับของจักรวาลเป็นเรื่องอจินไตย ซึ่งตรงกับการค้นพบและการพิสูจน์ของนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อยู่หลายเรื่อง
1
บทที่ 3 “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ” กล่าวถึงเรื่องความเร็วของแสงที่คงที่เสมอ แต่เวลาสามารถยืดหด และเดินช้า เดินเร็วได้ตามการเคลื่อนที่
บทที่ 4 “ความว่างภายในอะตอม” เนื้อหากล่าวถึงทฤษฎีควอนตัมซึ่งช่วยยืนยันว่า ไม่มีสิ่งใดคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ(กฎไตรลักษณ์)
บทที่ 5 “พุทธกับวิทยาศาสตร์” มีการเปรียบเทียบความรู้และคำสอนทางพุทธศาสนาที่ต่างกัน
เพียงวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าและพิสูจน์ในทางวัตถุหรือรูปธรรม
1
แต่พุทธศาสนาได้ค้นคว้าอย่างลึกซึ้งรวมไปถึงเรื่องทางนามธรรมหรือเรื่องราวของจิตด้วย
1
บทที่ 6 “ปัญญาญาณ” กล่าวว่าความรู้ ไม่จำเป็นว่าต้องเกิดขึ้นจากการค้นคว้าเสมอไป
แต่การรวมจิตให้เป็นหนึ่งนั้น ก็สามารถทำให้เกิดความรู้ในเรื่องราวที่ลึกซึ้งได้เหมือนกัน(ตรัสรู้)
บทที่ 7 “ความมหัศจรรย์ของจิต” กล่าวถึงความลึกลับซับซ้อนของจิต ที่พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องของจิตนี้มาแต่สมัยพุทธกาลแล้ว
และจิตเป็นสิ่งที่มีความเร็วมากกว่าแสงมาก
บทที่ 8 “เกิด-ดับ” กล่าวว่าทุกสิ่งมีการเกิดดับ ไม่เว้นแม้แต่จักรวาล รวมไปถึงทฤษฎีความรู้ต่างๆ ของนักวิทยาศาสตร์
ต่างจากสัจธรรมของพระพุทธเจ้าที่ยังคงจริงแท้ตลอดมา (อกาลิโก)
บทที่ 9 “มิติที่ 4 มิติของเวลา” ไอน์สไตน์ยืนยันว่าเวลายืดหดได้และยังย้อนกลับได้ด้วย
ตรงกับการวิปัสสนากรรมฐานทางพุทธศาสนา ย้อนเวลาไปอดีต หรือล่วงรู้เรื่องราวในอนาคตได้
บทที่ 10 “ความสุขและความจริงแท้” เป็นการสรุปเนื้อหาพุทธศาสนาว่ามีความรู้ที่ครอบคลุมมากกว่าวิทยาศาสตร์และรำไปใช้ในชีวิตได้อย่างไร
จากที่ได้เล่ารายละเอียดจากหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้เราทราบได้ว่า ไอน์สไตน์นั้น ได้ล่วงรู้ถึงความจริงของธรรมชาติและจักรวาล
จากการศึกษาพระพุทธศาสนาและนำมาเชื่อมโยงกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ได้ค้นพบครับ
หากมีโอกาสในครั้งต่อๆไปเราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของความเชื่อมโยงดังกล่าวกันครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเรามาโดยตลอดครับ
แหล่งข้อมูล
190ถูกใจ
48แชร์
16Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      หรือ AI กำลังจะกลืนกินแม้กระทั้งวงการนางแบบ ?? ภาพที่เห็นคือหญิงสาวที่ถูกสร้างโดย AI ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานของ เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า The Realist
      สรุปทุกฟีเชอร์บน Blockdit ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ตลอดปี 2022 ตลอดปี 2022 ผู้ใช้งาน Blockdit คงจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มทั้งด้าน Feature และ UX/UI
      เรากำลังอยู่ในสังคมที่ตอแหล ผมขอโทษที่ใช้ภาษาไม่สุภาพ แต่มันเป็นความจริงนะครับ คนไทยส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะ ที่โดนบังคับ เฉยจนชิน เห็นแต่ทำเป็นไม่เห็น หากไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ยุ่ง ไม่สน ไม่เสือก รู้แต่ไม่พูด เงียบเข้าไว้ จะได้ไม่เดือดร้อน ต้องทำเป็นไม่ได้ยิน แกล้งโง่เพื่อจะได้อยู่รอด เพิกเฉยต่อสิ่งที่ผิด เพื่อให้มีชีวิตต่อไป แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่ไม่มีเสียง เช่น เด็กนักเรียน นักศึกษา ที่กล้าพูดความจริง ทำ เพราะคนอื่นเขาทำ ชอบ เพราะคนอื่นเขาชอบ เกลียด แบบไม่มีเหตุผล รัก แบบไม่ต้องหาคำอธิบาย อ่อนน้อมต่อผู้มีอำนาจที่สูงกว่า เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด แล้วกอบโกยความสำเร็จจนร่ำรวย หากใครทำได้ก็เป็นที่ชื่นชม และได้รับการอวย
      บทเรียนชีวิตของมาริโอ บาโลเตลลี่ : ชายผู้ตกเป็นทาสความสนุกของอารมณ์ | Main Stand เจ้าอารมณ์ คลุ้มคลั่ง แปรปรวนง่าย ไม่ค่อยสนใจใคร นี่คือนิยามของ มาริโอ บาโลเตลลี่ นักฟุตบอลชาวอิตาลี ผู้ได้รับฉายาว่า “ซุปเปอร์มาริโอ”
      ดูทั้งหมด