สายพันธุ์สับปะรดในประเทศไทย
⭐ในไทยจะมี14สายพันธุ์ที่ทานผลสด(ผมจะอธิบายสั้นๆนะครับ)
1.พันธุ์ปัตตาเวีย👉ผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนัก
2-6 กิโลกรัม เปลือกผลสีเขียว รูปทรงกระบอก
เนื้อละเอียด สีเหลือง แกนใหญ่ รสหวานแหลม
มีเยื่อใยในเนื้อ ผลเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมเขียม เหลืองส้ม เปลือกจะหนา
Cr. Tesco Lotus ช้อปออนไลน์
2.พันธุ์อินทรชิตแดง👉 สับปะรดพันธุ์นี้นับว่าเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทย โดยผลมีขนาดเล็ก รสหวานอ่อน ไม่หอมจัด มีเยื่อใยมาก ไม่เหมาะกับการทำอุตสาหกรรม เพราะผลขนาดเล็กเกินไป แต่ทนทานต่อโรคเน่าได้ดี
Cr. เทคโนโลยีชาวบ้าน(อินทรชิตแดง+ขาว)
3.พันธุ์อินทรชิตขาว 👉ลักษณะของทรงพุ่มจะ
ค่อนข้างเตี้ย เนื้อผลสีเหลืองทอง รสหวานอ่อน คุณภาพของเนื้อไม่ดีนัก ผลมีหลายจุก ขนาดผลเล็กพอๆ กับพันธุ์อินทรชิตแดง
4.พันธุ์ภูเก็ต👉 สับปะรดพันธุ์นี้มีชื่อเรียก เช่น พันธุ์สวี พันธุ์ชุมพร โดยสับปะรดพันธุ์นี้จะมีขนาดของผลเล็กกว่าทุกพันธุ์ ผลเป็นรูป
ทรงกระบอกน้ำหนักราว 0.5-1 กิโลกรัม ปริมาณเยื่อใยในเนื้อต่ำมาก เนื้อเหลืองสด รสชาติหวานหอม กรอบดีมาก ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากในการบริโภคผลสด โดยเฉพาะทางภาคใต้ที่นิยมปลูกแซมในสวนยางพาราหรือสวนปาล์ม
⭐⭐สับปะรดนี้ไม่ได้ปลูกในภูเก็ตนะครับแต่เป็นพันธุ์จากภูเก็ต
Cr Google sites
5.พันธุ์นางแล👉 บางคนเรียกพันธุ์น้ำผึ้ง
อาจจัดได้ว่า เป็นพันธุ์ย่อยของพันธุ์ปัตตาเวีย
มีทรงผลกลม แต่ข้อดีของสับปะรดพันธุ์นี้คือ ผลย่อยค่อนข้างโปนยื่นออกมาภายนอกผล จะมีเปลือกบาง เมื่อปอกเปลือกจึงไม่มีส่วนของตาฝังอยู่ข้างใน
Cr. Kapook Travel
6.สับปะรดตราดสีทอง👉 เป็นสับปะรดสายพันธุ์ควีน (Queen) ที่มีคุณภาพดีปลูกง่าย ปลูกได้ตลอดทั้งปี มีผลขนาดใหญ่ หวาน กรอบ อร่อย ส่วนผลเป็นรูปทรงกระบอกสม่ำเสมอ
เปลือกบาง เปลือกสีเขียวอมส้ม ผลแก่สีเหลืองทั้งผล ขนาดของผลหนัก 1.2-1.5 กิโลกรัม เนื้อมีสีเหลืองเข้มละเอียด ไม่ฉ่ำน้ำ เยื่อใยน้อย
Cr. เทคโนโลยีชาวบ้าน
7.สับปะรดศรีราชา👉 รูปร่างกลมรี มีน้ำหนักผล 1.5-3.5 กิโลกรัม เปลือกผิวผลดิบมีสีเขียวคล้ำ
ผลสุกมีสีเขียวอมเหลืองอมส้ม เนื้อละเอียดสีเหลืองอ่อน แต่จะเป็นสีเข้มในฤดูร้อน รสชาติหวานฉ่ำ มีกลิ่นหอม
Cr. Tesco Lotus ช้อปออนไลน์
8.สับปะรดห้วยมุ่น👉เป็นสับปะรดสายพันธุ์ดี
ของ จ.อุตรดิตถ์ จะมีลักษณะที่ดีหลายอย่าง
ที่เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค เช่น
เนื้อเหลืองอมน้ำผึ้ง รสชาติหวานฉ่ำ ตาไม่ลึก ทำให้มีส่วนของเนื้อมาก ผลค่อนข้างเล็ก
น้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม ทานแล้วไม่ระคายคอ
Cr. สำนักงานพัฒนาชุมชนอุตรดิตถ์-กรมการพัฒนาชุมชน
9.สับปะรดภูแลเชียงราย👉 ขนาดผลจะเล็ก
มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.15-1 กิโลกรัม เปลือกค่อนข้างหนา เหมาะสำหรับการขนส่งระยะไกล เมื่อสุกเปลือกผลจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนเขียว เนื้อสีเหลือง กรอบ กลิ่นหอม แกนสับปะรดจะกรอบ
รับประทานได้ ปลูกได้ตลอดทั้งปี เก็บเกี่ยวเหลังจากออกดอกประมาณ 120-150 วัน ขึ้นกับฤดูกาล เรียกชื่อสับปะรดดังกล่าวว่า
“สับปะรดภูแล” 👉มาจาก "ภูเก็ต"และ"นางแล
⭐ได้รับความนิยม
Cr. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน-กรมพัฒนาชุมชน
10.สับปะรดภูเก็ต👉ปลูกใน อ.เมืองกะทู้และ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ผลรูปทรงกระบอกขนาดกลาง มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.9-1.6 กิโลกรัม เนื้อมีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอ กลิ่นหอม เยื่อใยน้อย รสชาติหวานกรอบ แกนผลมีความกรอบมากแต่รับประทานได้
⭐ได้รับความนิยมและปลูกในภูเก็ตว่ากันว่าการปลูกสับปะรดในภูเก็ตอร่อยกว่าที่อื่น
Cr. Manager Online
11.พันธุ์เพชรบุรี 1👉 จะมีผลสับปะรดขนาดใหญ่ น้ำหนัก 1.5-2 กิโลกรัม ตาโต ร่องตาลึก คล้ายพันธุ์ตราดสีทอง เนื้อสีเหลืองเข้มตลอดผล เยื่อใยน้อย รสชาติหวาน กลิ่นหอม
12.พันธุ์เพชรบุรี 2👉เป็นสับปะรดที่นำสายพันธุ์เข้ามาจากฮาวาย ผลใหญ่มากครับ น้ำหนักผล 2-4 กิโลกรัม อายุการบังคับดอกนานกว่าทุกสายพันธุ์ ใบไม่มีหนาม เนื้อสีขาว อ่อนนุ้ม ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานมาก เป็นสับปะรดที่ให้จำนวนหน่อน้อยที่สุด
Cr. เกษตรก้าวไกล
13.พันธุ์ภูชวาหรือไซโก้เบอร์ 6👉เป็นสับปะรดที่พัฒนาขึ้นโดย รศ.จารุพันธ์ ทองแถม🙏🙏 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในโครงการวิจัยที่ จ.ระยอง ขนาดผลน้ำหนัก 1.2-1.5 กิโลกรัม ผลอ่อนเปลือกสีเขียวอ่อน เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยงามทั้งผล เนื้อจะมีสีเหลืองทองตลอดผล เนื้อนุ่มไม่มีเยื่อใย เคี้ยวไปไม่ติดฟัน มีกลิ่นหอม
Cr. Gramho.com
14.พันธุ์ MD2👉
คนไทยจะเรียกว่า “พันธุ์เหลืองสายร้อยยอด” หรือ “พันธุ์หอมสุวรรณ” เป็นสับปะรดลูกผสมจากฮาวาย สหรัฐอเมริกา ใช้บริโภคผล
⭐พันธุ์นี้อร่อยครับ👍
Cr. เทคโนโลยีชาวบ้าน
🌾ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ
🌾หากมีข้อผิดพลาดประการใดผมขออภัยมา
ณ ที่นี้ด้วยครับ
🌾ผมขอฝากติดตามเพจด้วยนะครับและหากมีข้อเสนอแนะหรือความรู้เพิ่มเติมสามารถคอมเม้นต์มาได้เลยครับ
🌾เกษตรไทยจะก้าวหน้าหากเราทุกคนช่วยกัน
  • 7
โฆษณา