7 มิ.ย. 2020 เวลา 13:20 • การศึกษา
ทฤษฎีวรรณกรรมโบราณ ที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน Three unity of Drama
ทฤษฎี The Three Unities of Drama
The Three Unities of Drama เอกภาพของละครทั้ง 3 ด้าน เป็นสิ่งที่ละครต้องมีเพื่อกำหนดประเด็นเรื่องว่า ตัวเอกใคร ไปทำอะไร ที่ไหน ยังไงบ้าง เพราะอะไร แล้วเป็นยังไง ?
เหตุผลที่มีทฤษฎีเช่นนี้?
ในช่วงสมัยยุคกรีกโบราณ 3300 กว่าปีก่อนคริสตกาลมาจนถึงยุคกรีกโรมัน อีกสิ่งที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้คนในยุคนั้นก็คือ “การชมละคร” ซึ่งหากมองให้ดีก็ไม่ต่างกับการที่คนเราชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือในแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Netflix , Viu , Line TV ในปัจจุบันสักเท่าไหร่ แม้จุดประสงค์การชมละครในสมัยก่อนและในสมัยปัจจุบันอาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดเล็กน้อย เช่น สมัยก่อนดูละคร เพื่อบูชาเทพเจ้า สรรเสริญเทพเจ้า เพื่อความบันเทิง เพื่อสอน แต่ในสมัยนี้ผู้คนอาจรับชมเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว
สถานที่ที่ทุก ๆ คนไปชมละครในสมัยนั้นผู้คนจะรวมตัวกันที่โรงละครกลางแจ้งเพื่อชมละครสด เช่นสถาปัตยกรรมโบราณที่ยังเหลือร่องรอยของโรงละครเอาไว้อย่าง โรงละครเอพิดอรัส (Theatre of Epidaurus) ชื่อโรงละครชื่อดังของกรีกโบราณอารยธรรมที่หลงเหลือ มาจนถึงปัจจุบัน ละครที่แสดงที่นั่นก็จะเป็น"ละครเวที" ที่แสดงสด
หากพูดถึงเรื่องละครในสมัยนั้นจะมีด้วยกัน 3 แนวคือ Tragedy ละครโศกนาฏกรรม Comedy ละครสุขนาฏกรรม และ Satyr Play ละครตลกสั้น ๆ ที่ล้อเลียนเกี่ยวกับตำนานของเทพกรีก ซึ่งเนื่องจากเหตุผลเพราะ สถานที่ และ แนวละครที่จำกัด การเขียนบทละครเพื่อนำไปทำเป็นละคร จึงมีกฎเกณฑ์ที่จะทำให้ละครดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่หลายข้อ หนึ่งในนั้นคือทฤษฎี The Three Unities of Drama ของอริสโตเติล
ขยายความว่าการจะสร้างบทละครหรือหนังสักเรื่องต้องมี "ความเป็นหนึ่งเดียว" ด้านใดด้านหนึ่ง ทั้ง การกระทำ , สถานที่ ,เวลา หรืออาจรวมทั้ง 3 ด้าน มาสร้างประเด็นหลักของเรื่อง (แก่นเรื่อง) ซึ่ง Unity นี้เป็นตัวเชื่อมโยงเรียบเรียง องค์ประกอบของละคร เช่น ตัวละคร บทสนทนา ฉาก สถานการณ์ไว้ด้วยกัน เป็นสิ่งสำคัญที่บทละครในสมัยกรีกนั้นต้องมี ทฤษฎีนี้ได้กลายเป็นรากฐานของการละคร วรรณกรรม และ ภาพยนตร์ มาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในปัจจุบันหลักนี้ก็ยังถูกนำมาใช้สอดแทรกในการเขียนบทหนังเราลองมาดูรายละเอียดทฤษฎี และตัวอย่างการนำไปใช้ในภาพยนตร์
Unity of Action / Unity of plot เอกภาพของการกระทำ, โครงเรื่อง
หนังที่ใช้โครงเรื่องหลักเพียงโครงเรื่องเดียว ไม่มีเรื่องย่อย ๆ หรือประเด็นอื่น ๆ มาแทรก หรืออาจจะดำเนินเรื่องไปในทิศทางเดียวกันตลอด หนังส่วนมากมักจะมี Unity of plot อยู่แล้ว คือ ตัวเอกจะไปทำสิ่งนี้ ตัวเองต้องการสิ่งนี้ หรือ ตัวเอกอยู่ในสถานการณ์นี้ แต่ปัจจุบันหนังก็มีการพัฒนาให้เกิด Multi plot หรือ มี Sub plot เรื่องย่อย ๆ สอดแทรกอยู่ในเรื่องเพื่อให้หนังสนุกขึ้นหรือมีมิติมากขึ้น
เช่นหนังเรื่อง Circle , Extraction , revenge
Unity of Place เอกภาพของสถานที่
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นในสถานที่เดียวกันทั้งเรื่อง อาจจะเป็นหนังที่เรื่องเกิดในสถานที่เดียวเช่น เมืองหรือหมู่บ้านเดียว รวมถึงหนังที่เรื่องดำเนินไปตั้งแต่เริ่มจนจบในฉากเดียว เป็นอะไรที่เจ๋งและท้าทายไม่เบาที่จะสร้างหนังเรื่องหนึ่งให้เริ่มและจบในฉากเพียงฉากเดียวได้อย่างน่าติดตามและไม่น่าเบื่อ
ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นหนัง ทำนองนี้หลายเรื่องอย่างเช่น The Shallows, Buried,Unfriend, Phone booth , Don't Breathe และ The Invitation ,Gerald’s Game, In The Tall Grass,Passenger
Unity of Time เอกภาพของเวลา
หลักการใช้ Unity of Time นั้นคือการดำเนินเรื่องให้จบภายในวันเดียว หรือห้วงเวลาเดียว ซึ่งเวลาในที่นี้หมายถึงเวลาในหนังหรือในบทละครค่ะ เช่นทั้งเรื่องอาจเป็นเรื่องราวของวันเดียว ตัวอย่างหนังที่ใช้หลักนี้ที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงก็คือ หนังเซ็ต Before ของ ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์ Richard Linklater อย่าง Before Sunrise , Before Sunset , Before Midnight และยังมีอีกหลายเรื่องเช่น See you yesterday และ Before we go หนังที่เล่นกับเอกภาพของเวลาได้อย่างน่าสนใจที่เราอยากมาแนะนำ คือหนังที่เล่นกับลูปของเวลาค่ะ
ถึงแม้จะเป็นทฤษฎีตั้งแต่ 3000 กว่าปีที่แล้วแต่ก็ยังสามารถนำมาเชื่อมโยงได้ เพราะหลักการด้าน การละคร บทละคร วรรณกรรม ภาพยนตร์ ตั้งแต่อดีตเป็นรากฐานส่งผลมาถึงปัจจุบันนั่นเอง ถ้าหากยังไม่รู้จะดูหนังเรื่องอะไรดี ลองดูหนังทั้ง 9 เรื่องที่ได้แนะนำไป หรือ ไม่ว่าจะดูหนังเรื่องไหน ๆ หลังดูจบแล้วลองจับมันเข้าทฤษฎี Three Unity นี้ดูสิ ไม่แน่ว่าการได้รู้จักทฤษฎีการละครหรือวรรณกรรม ทั้งในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และได้นำมาเชื่อมโยงกับการดูหนังทุกครั้ง อาจจะทำให้รสชาติของการดูหนังอร่อยขึ้นก็ได้
หากใครเป็นคนรักหนัง และชื่นชอบที่จะรู้เรื่องราวมุมอื่น ๆ ของหนัง นอกจากแค่เนื้อเรื่องแบบนี้สามารถติดตามผลงานเราได้หรือคอมเมนต์แนะนำแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ
อ่านรีวิวเพิ่มเติมของหนังตัวอย่างที่ยกมาเปรียบเทียบทฤษฎีทั้ง 9 เรื่องได้ที่
คิดเห็นยังไงคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ
โฆษณา