8 มิ.ย. 2020 เวลา 07:40 • ประวัติศาสตร์
อัตลักษณ์ ไต(ไท)"
อัตลักษณ์ในยุคอุษาคเนย์ ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นยุคอุษาคเนย์ นักวิชาการหรือตำราอื่นจะว่ายังไงไม่ทราบล่ะ สำหรับ#รัตนาธิเบศร์ เล่าขานประวัติศาสตร์ ขอเรียกว่ายุคอุษาคเนย์(หรือยุคสวรรณภูมิ)เพื่อความเข้าใจง่าย คือก่อนจะมีการแบ่งเส้นประเทศจนปัจจุบันเป็นประคมอาเซียน
ที่ต้องบอกว่ายุคอุษาคเนย์ เพราะในระยะเวลาอันแสนนาน หลายอย่างคงอยู่ หลายอย่างหล่นหายหลายอย่างกลับกลายเปลี่ยนสภาพเดี๋ยวจะมีคนมาด่าว่าทำไมไม่เหมือนปัจจุบัน อัตลักษณ์คนกลุ่มหนึ่งที่เราเชื่อ(ภายหลังได้บัญญัติคำว่า ชาติพันธุ์ไทหรือไต) มีหลากหลายกลุ่มย่อยทั้งแยกตามถิ่นอาศัย สำเนียงพูด ชุดแต่งกาย และอื่นๆ แต่โดยรวมมีอัตลักษณ์ร่วมกันชัดที่สุด และหลายอย่างเรายังคงได้เห็น หรือพอทันได้เห็น ดังนี้
1.ไว้มวยเกล้า ผู้หญิงจะไว้ผมเกล้ามวย รูปแบบอาจจะต่างกันตามแฟชั่นแต่ล่ะกลุ่ม แต่มีลักษณะคล้ายกันคือ โสดมวยต่ำ แต่งงานแล้วมวยสูง บอกก่อนว่าคนไทแต่เดิมเมื่อสมัยนับถือผีให้ความสำคัญกับเพศหญิงมากกว่าชาย เพศหญิงเป็นผู้นำจิตวิญญาณเป็นหมอมด หมอผี หมอทรง หมอเหยา เวลาแต่งงานเพศชายหรือลูกเขยต้องเข้ามาอยู่บ้านเมีย ช่วยงานพ่อตาแม่ยาย ต่างจากจีนอินเดียที่ลูกสะใภ้ไปเลี้ยงแม่ผัว
2.เนาถุนสูง คือปลูกเรือนที่มีใต้ถุนสูง นักวิชาการบางคนบอกว่าคนไทยปลูกบ้านยกถุนสูงเพราะอาศัยริมแม่น้ำมีฤดูน้ำหลาก อันนี้มันแค่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไปดูไตดำเดียนเบียนฟู หรือไทยวนล้านนา อยู่บนเขาก็เป็นบ้านถุนสูงถ้ากลัวน้ำคงเป็นน้ำป่าน้ำหลากมากกว่า คนอิสานกลางทุ่งกุลาร้องไห้ก็บ้านถุนสูง
3.นุ่งผ้าซิ่น กลับมาที่เพศหญิงอีกละ บอกแล้วเพศหญิงสำคัญกว่าชาย ผู้หญิงเขาจะนุ่งผ้าซิ่นลวดลายอาจจะต่างกันตามแฟชันอีกนั่นแหละ แต่หลักๆคือนุ่งซิ่นแหละนุ่งแบบซิ่นยาวกรอมตีนหรือคลุมตีนคลุมตาตุ่ม หลังๆมามีความเชื่อแปลกๆว่าคนอิสานจะนุ่งซิ่นสั้นกว่าไทกลุ่มอื่น นุ่งแบบนางไหเซิ้ง อันนี้ผิดอย่างมากไปค้นรูปเก่าๆตั้งแต่ลายในสิม(โบสถ์)มาจนสมัยแรกมีกล้องสมัยร.5 ไม่ปรากฏว่ามีการนุ่งซิ่นสั้นหรือจ้อนซิ่นเลย คำสอนหญิงอิสานเป็นผญาบอกว่า"ตีนผมล่ำเกลี้ยง ตีนซิ่นล่ำเพียง"มีคำสอนกันมานาน การใส่ซิ่นหรือจ้อนซิ่นเป็นภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดีด้วยซ้ำไปอย่างในกลอนลำสาดหุ่ม(กลอนด่ากันของสองฝ่าย)ฝ่ายชายจะว่าหญิงว่า"จ้อนซิ่นแล่น"(ถกซิ่นวิ่งตามผู้ชาย หรือยั่วผู้ชาย) การจ้อนซิ่นเริ่มมีมาพร้อม "ลำเพลินกกขาขาว"สมัยหลังนี่เอง เป็นการแสดงที่เน้นความสนุกเพลิดเพลิน เพราะคนอิสานมักม่วน
4.1 กินเน่า คนไทนิยมของหมักดอง สมัยหลังมายกผลประโยชน์ให้คนลาวคนอิสานเป็นต้นกำเนิด อันนี้คนลาวคนอิสานควรภูมิใจรีบเคลมเครดิตเลย ไปขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก้ได้ก็ไปเลย จริงๆปลาร้าปลาจ่อมปลาเจ่ามันมีมานาน ในอยุธยาก็มีมาแล้ว ยิ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ปลาเหลือกินควรเคลมว่าเป็นต้นตำหรับปลาร้าได้ ทุกวันนี้ไปตลาดไทถามหาปลาร้าอิสานสิมีกี่เปอร์เซน มีแต่ปลาร้าสิงคบุรี นครสวรรค์ ทั้งนั้น ถามว่าปลาร้ามีมานานแค่ไหน ตอบง่ายๆเริ่มมีการเก็บอาหารในไหเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ นู้นยุคบ้านเชียงก็มีไหแล้ว แต่จะมามีเป็นสูตรข้าวคั่วสูตรรำข้าวตอนไหนไม่รู้แต่ที่แน่ๆเรากินเกลือเป็นตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์เกลือเป็นเครื่องปรุงชนิดแรกของโลกการเอาเกลือมาหมักปลาใส่ไว้ในไหคงมีมาตั้งแต่โน้นแหละ ภาคอื่นอย่าพึ่งยิ้มว่าไม่กินของเน่านะ ภาคเหนืออ่ะอาหารไม่เคยขาดถั่วเน่า ภาคใต้ก็ลองเอากลิ่นไตปลามาเทียบกลิ่นปลาร้ามั้ยล่ะ กะปิเหม็นยังกับเคย บันทึกฝรั่งคนอยุธยาก็กินกะปิ
4.2 กินเหนียว คือกินข้าวเหนียวดั้งเดิมคนไทกินข้าวเหนียวอย่างช้าสุดก็สุโขทัยข้าวจ้าวเริ่มเข้ามาพร้อมศาสนาจากอินเดียอะไรที่มาจากอินเดียระยะแรกถือเป็นของดีของสูงข้าวเหมือนกันแรกคนที่ได้กินคือชนชั้นสูงเขาเลยเรียกข้าวเจ้า ข้าวเจ้ามาเริ่มกินทั่วไปยกอยุธยาบันทึกฝรั่งบอกคนอยุธยา(สมัยพระนารายณ์)กินข้าวหุง ชอบพูดกันว่าคนอิสานกินข้าวเหนียวเยอะเลยกรามใหญ่ ดั้งหัก แล้วคนเหนือล่ะกินข้าวนึ่งทำไมถึงหล่อ สวย เอาข้าวอะไรนึ่งก็ข้าวเหนียว นั่นแหละ แล้วของดีภาคตะวันออกอ่ะ ข้าวหลามหนองมนก็ข้าวเหนียว คนใต้หน้าคมคงไม่กินข้าวเหนียวหรือ กินสินี่กินก่อนใครเพื่อนเลย กินตั้งแต่ก่อนส่งตัวเข้าหอ เรียกการ"กินเหนียว" คือ การที่จัดงานแต่งงานฝั่งเจ้าสาว โดยฝั่งเจ้าสาว เจ้าของงานก็จะจัดข้าวเหนียวหน้าไข่ไว้ในงาน ซึ่งเวลาคนชอบถามว่าเมื่อไหร่จะได้กินเหนียว ก็คือเมื่อไหร่จะแต่งงาน เวลาลงคาถาอาคม ก็มีพิธีกินเหนียวกันมัน การจะอยู่ในพิธีได้สมัยว่าต้องมีมาก่อน
แล้วกินข้าวเหนียว กับข้าวก็ต้องเข้ากันคือปิ้งย่าง ของแห้ง ในบันทึกฝรั่งบอกคนอยุธยาชอบกินปลาแห้ง นึ่ง ตุ๋น ผัดมาจากจีนพร้อมกะทะเหล็กสมัยอยุธยา ทอดก็มาจากจีนบ้างอินเดียบ้าง ทุกวันนี้กล้วยทอดก็เรียกกล้วยแขกเพราะทอดแบบแขก แกงกะทิทั้งหลายเป็นรูปแบบแกงกระหรี่หรือแกงแขกไกลสุดคือเปอร์เซียเรียกมัสมั่น คนไทไม่มีนมมาเปลี่ยนเป็นกะทิขนาดเครื่องที่ใส่ยังเรียกเครื่องเทศเพราะมันเป็นตำหรับต่างประเทศ แกงไทก็ดูแกงอิสานแกงลาวแกงเหนือ แต่แกงเหนือบางทีก็เป็นพม่าเป็นมอญไปบ้างเหมือนกันอย่างน้ำเงี้ยว ข้าวซอย ฮังเล
@สามหลัง
ดัชนีภาพ
บน บ้านชานเกย แบบบ้านในภาคอิสาน
ซ้ายล่าง แม่หญิงเชียงใหม่ สมัยร.5
กลางล่าง ปลาร้า
ขวาล่าง ข้าวเหนียว
ขอบคุณแนวหลักการ "กินเน่า กินเหนียว"อ.สุจิต วงเทศ
และติดตามสาระดีๆอื่นมากมาย
ได้ที่เพจ #รัตนาธิเบศร์เล่าขานประวัติศาสตร์ RATTANATIBATE CULTURE, HISTORY,SOCIETY&SCIENCE @rattanaHisandSo หรือที่
โฆษณา