9 มิ.ย. 2020 เวลา 12:26 • การศึกษา
Comfort Zone และ Safe Zone ต่างกันอย่างไร
1
ลองมาพูดคุยกันดูสักหน่อยดีกว่าครับ 😁😁
1
💠ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Comfort Zone และ Safe Zone นั้น ไม่เหมือนกัน
ถึงแม้จะฟังดูคล้ายๆกัน แต่ว่า บริบทนั้นค่อนข้างจะต่างกันโดยสิ้นเชิง
1
ซึ่งอย่างแรกที่จะพูดถึงคือ Comfort Zone
3
หรือเราสามารถเรียกได้อีกอย่างว่า พื้นที่แห่งความสบาย
ที่ใน Comfort Zone นั้นจะเต็มไปด้วยความสบายทั้ง กายและใจ ไม่ต้องขวนขวายอะไรเลย
2
ทุกๆคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ภายในนั้นได้
แต่ จะแลกมาด้วย ความไม่เจริญก้าวหน้า และการที่เราไม่ได้พัฒนาตนเอง
ถ้าเรานับ โซนต่างๆ ที่รวมทั้ง Comfort Zone ด้วยนั้น เราจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 Zone ตามพฤติกรรมที่เรากำลังเผชิญ
🔸 Comfort Zone คือโซนที่เรารู้สึกว่าอยู่แล้วสบายกายและใจ ไม่ต้องพยายามใดๆ
🔸Fear Zone คือ พื้นที่ของความอยาก อยากได้อยากมี อยากเป็น ในสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่มีใน Comfort Zone
เช่น ตอนนี้ผมอยากไปดูกีฬา Olimpic ที่ประเทศ ญี่ปุ่น ช่วงกลางปีหน้า
2
จนนำไปสู่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในโซนต่อไป คือ
1
🔸 Learning Zone เรียกว่า โซนแห่งการเรียนรู้ และความพยายาม โซนนี้คือโซนที่เกิดขึ้นมาจาก Fear Zone ทำให้ตัวเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมือนเดิม แตกต่างไปจากเดิม หาความรู้ใหม่ๆ พัฒนาตนเองให้เก่งยิ่งขึ้น
3
🔸 Transfering Zone โซนแห่งการปรับแลี่ยน เมื่อเราพยายามมาถึงจุดหนึ่ง เราจะรู้สึกว่ากำลังยืนอยู่กึ่งกลาง ระหว่างเชิ่งเขา เราจะต้องเลือกว่าจะเดินขึ้นไปต่อ หรือว่า เราจะพอและกลับลงมายังตีนเขาที่เป็น Comfort Zone
1
แน่นอนว่ามันเลือกยาก และมีโอกาสที่จะตัดสิ่นใจพลาดสูงมาก
🔹แต่ว่าถ้าคุณมี ความเชื่อ ความพยายาม หรือ Brave Timing ที่มากพอ
🔸Growth Zone คือ พื้นที่แห่งความชำนาญ หรือความสำเร็จ ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นและความพยายาม ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในช่วง Transfering Zone
1
🔹ในทางกลับกันถ้ามันเป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกหว่ดกลัว หรือ panic timing และคุณเลือกที่จะยอมแพ้ แล้วเดินกลับหลังลงมา คุณอาจจะไม่ได้กลับมาอยู่ในพื้นที่ ที่แสนอบอุ่น อย่าง Comfort Zone ก็ได้
1
🔸Fail Zone พื้นที่ของการถอยหลัง เป็นผลมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงของ Transfering Zone ทำให้ร่างกายและจิตใจ เกิดความไม่พร้อมที่จะเดินหน้า รู้สึกผิดหวังและเสียใจ
4
แน่นอนว่า เมื่อเราผิดหวัง มันไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเข้ามาอยู่ที่ Fail Zone กันได้ง่ายๆ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวเราที่ผิดหวัง ก็ต้องลุกขึ้นมายืนใหม่ กลับเป็นคนใหม่ และพัฒนาตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม อีกครั้ง
ไม่ว่าจะล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จ การที่เราเดินทางออกจาก Comfort Zone ไปยังพื้นที่ ที่เราไม่รู้จักนั้นคงไปสิ่งที่ควรจะทำสำหรับทุกๆคนจริงไหมละครับ 😊😊😊
💠ต่อมาคือ Safe Zone หรือ พื้นที่ที่เราอยู่แล้วรู้สึกว่าปลอดภัย
มักจะใช้พูดถึงระหว่างตัวบุคคล กับบุคคล หรือบุคคลกับสถานการณ์ต่างๆ
โดยพื้นฐานแล้ว Safe Zone นั้นจะพูดถึงตัวเรา กับสภาพแวดล้อมภายนอก โดยมีเส้นกั้นไว้ และไม่อยากให้ใครล้ำเข้ามา และเราก็ไม่อยากจะล้ำออกไป ภายใต้พื้นฐานของความรู้สึกปลอดภัย
ซึ่ง Safe Zone ของแต่ละคนนั้นก็จะไม่เหมือนกัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามอุปนิสัย ดังนี้
🔸แบบแรก คือแบบของคนทั่วๆไป ที่มีพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่มย่าม แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสมากมายขนาดที่ว่าใครจะมาแตะต้องไม่ได้
ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถที่จะจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้เสมอๆ
🔸แบบที่สอง คือ คนค่อนข้างจะ เฟรนลี่มากๆ คือ ถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ส่วนตัวค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงรู้ว่า สามารถที่จะแบ่งพื้นที่ส่วนตัวของตนเองให้คนอื่นเข้ามาพูดถึงและรับรู้ได้
1
มีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ที่ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายจริงๆ
🔸แบบที่สาม ประเภทของคนที่เก็บตัวและโลกส่วนตัวสูง จะสังเกตได้ว่าถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากขนาดไหน แต่เกือบทั้งหมดของพื้นที่ ก็ไม่อยากให้ใครมายุ่มย่ามวุ่นวาย
สำหรับ Safe Zone ถ้ามองกันให้ลึกๆแล้วยังคงมีเส้นอีกมากมาย ที่กั้นระหว่างตัวเรา กับบุคคลต่างไปเอาไว้
ซึ่งระดับของวงนั้น ก็จะแตกต่างกันไปตามลำดับความรักและความสำคัญ ยิ่งสนิทกันมาก ก็จะยิ่งเข้ามาใน พื้นที่ของเราได้มาก
เพราะว่า Safe Zone นั้นคือ พื้นที่ของความปลอดภัย ความรัก และความไว้ใจยังไงละครับ 😊😊
มาถึงตอนนี้เราก็คงจะแยกความแตกต่างระหว่าง Comfort Zone กับ Safe Zone กันได้แล้วใช่ไหมละครับ
1
แต่ทุกๆคนรู้ไหมว่า ทั้ง Comfort Zone และ Safe Zone นั้นมีความสัมพันธ์กันอยู่
อย่างที่เรารู้กันว่า
Comfort Zone คือ พื้นที่ของความสุขสบาย
Safe Zone คือ พื้นที่ของความปลอดภัย
การที่คุณมีพื้นที่ที่สามารถแบ่งปันให้คนอื่นเข้ามาเรียนรู้ หรือ คุณมีพื้นที่ ที่สามารถเป็นโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากคนรอบข้างได้นั้น ถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะสำคัญ ในการพัฒนาตนเอง
เราจึงมักจะสังเกตได้ว่า คนที่มีอุปนิสัยดี เข้ากับคนอื่นง่าย ไม่ถือตัว มักจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตนเองไปได้เร็วกว่าคนที่มักจะเก็บตัวอยู่เสมอๆ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเรื่องราวที่นำมาฝากกันในวันนี้
ทุกๆคนสามารถมาแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ช่อง คอมเม้นด้านล่าง
และอย่าลืม กดว้าว เพื่อบอกกับเราว่าอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ
1
Ref:
🔹https://techsauce.co/tech-and-biz/step-outside-comfort-zone-to-growth-zone
🔹https://m.facebook.com/goodlifeupdate/posts/624823241292937?soft=bookmarks
🌸นภา เรียบเรียง 08/06/2563
โฆษณา